^Back To Top

  • 1 1
    แนวทางปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

ยน 6.37-40 ทุกคนที่เห็นพระบุตรแล้วเชื่อในพระบุตร จะมีชีวิตนิรันดร

ทุกคนที่เห็นพระบุตรแล้วเชื่อในพระบุตร จะมีชีวิตนิรันดร

ยน 6:37-40
37)ทุกคนที่พระบิดาทรงมอบให้เรา จะมาหาเรา และผู้ที่มาหาเรา เราจะไม่ผลักไสไปเลย (38)เพราะเราลงมาจากสวรรค์ มิใช่เพื่อทำตามใจของเรา แต่เพื่อทำตามพระประสงค์ของผู้ทรงส่งเรามา (39)พระประสงค์ของผู้ทรงส่งเรามาก็คือ เราจะไม่สูญเสียผู้ใดที่พระองค์ทรงมอบให้แก่เรา แต่จะให้ผู้นั้นกลับคืนชีพในวันสุดท้าย (40)พระประสงค์ของพระบิดาของเรา ก็คือทุกคนที่เห็นพระบุตรแล้วเชื่อในพระบุตร จะมีชีวิตนิรันดร และเราจะให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย


 “พระประสงค์ของพระบิดาของเรา ก็คือทุกคนที่เห็นพระบุตรแล้วเชื่อในพระบุตร จะมีชีวิตนิรันดร และเราจะให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย” ข้อความนี้เผยแสดงให้เราเห็น ขั้นตอนในการมีชีวิตนิรันดรของคริสตชน
1.     เราพบเห็นพระเยซูเจ้า
      เราพบเห็นพระองค์โดยการอ่านพระคัมภีร์ ฟังเทศน์ ฟังคำสอนของพระศาสนจักร หรือบางครั้งเราอาจมีประสบการณ์ได้สัมผัสกับพระเยซูเจ้าโดยตรงเป็นการส่วนตัว
2.     เราเข้าหาพระองค์ 
         เมื่อพบเห็นพระเยซูเจ้า เราเริ่มเรียนรู้ว่าพระองค์ไม่ใช่เป็นเพียงตัวละครเอกในหนังสือพระคัมภีร์  หรือเป็นวีรบุรุษที่อยู่ห่างไกล  ตรงกันข้ามเราทราบว่า พระองค์ทรงอยู่ใกล้ชิดเรา และเราสามารถเข้าถึงพระองค์ได้โดยง่าย
3.     เราเชื่อในพระองค์ 
     เรายอมรับว่าพระองค์เป็นพระเจ้า พระองค์มีอำนาจเด็ดขาดเหนือชีวิตมนุษย์  เราจึงเข้ามาหาพระองค์และ ยอมขึ้นต่อพระองค์ ยอมมอบความไว้วางใจทั้งหมดไว้ในพระองค์ แบบเดียวกับที่พระองค์ทรงยอมขึ้นกับพระบิดาเมื่อทรงตรัสว่า “เราลงมาจากสวรรค์ มิใช่เพื่อทำตามใจของเรา แต่เพื่อทำตามพระประสงค์ของผู้ทรงส่งเรามา” นี่คือความเชื่อ
4.     เรามีชีวิต 
      ความเชื่อในพระเยซูเจ้าทำให้เรามีความสัมพันธ์ใหม่กับพระเจ้า พระองค์กลายเป็นบิดาผู้เปี่ยมด้วยความรัก มิใช่บุคคลลึกลับน่ากลัวอีกต่อไป ความสัมพันธ์ใหม่นี้คือชีวิต
5.     ทุกคน 
 พระเจ้าทรงส่งคำเชิญสู่ความสัมพันธ์ใหม่นี้ถึงทุกคน และ ฟรี   
6.     โดยพระเยซูเจ้า
      ถึงจิตใจมนุษย์จะหิวกระหายหาพระเจ้ามากเพียงใดก็ตาม  ความสัมพันธ์ใหม่นี้จะเกิดได้ก็โดยผ่านทางพระเยซูเจ้าเท่านั้น ปราศจากพระองค์เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหาอะไร และหาอย่างไร
7.     พระเจ้าเป็นผู้ริเริ่มและกระทำทุกสิ่ง
      พระองค์ไม่เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของชีวิตเราเท่านั้น  แต่พระองค์ยังเป็นผู้กระตุ้นจิตใจมนุษย์ให้กระหายหาพระองค์ ชักนำทุกคนให้เข้ามาหาพระเยซูเจ้า และช่วยนำความหยิ่งจองหองอันเป็นอุปสรรคต่อการยอมรับพระเยซูเจ้าออกไปจากจิตใจของเรา
8.     เราคือผู้ตัดสินใจ
      พระเป็นเจ้าเป็นผู้ริเริ่มแผนการแห่งความรอด และเชื้อเชิญมนุษย์ทุกคนมาสู่ความรอดนี้  สิ่งเดียวที่จะหยุดยั้งแผนการของพระองค์ได้ คือความดื้อดึงหรือจิตใจอันแข็งกระด้างของมนุษย์  การตอบรับหรือปฏิเสธคำเชิญเป็นการตัดสินใจ และเป็นความรับผิดชอบของเราเอง
    หากเราตอบรับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
    8.1     ความสุขและสันติ จิตใจที่หิวกระหายและแสวงหาชีวิตจะพบกับความอิ่มและพอใจ  ความหิวกระหายและการดิ้นรนจะหมดสิ้นไป  สิ่งที่คงอยู่คือความสุขและสันติในจิตใจ
    8.2     ความมั่นคงทั้งในชีวิตนี้และชีวิตหน้า  สิ่งที่พระเยซูเจ้าหยิบยื่นให้แก่เราคือชีวิตหรือความสัมพันธ์ใหม่กับพระเจ้าทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า พระองค์สัญญาว่า “เราจะให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย”

    นี่คือความยิ่งใหญ่และเกียรติมงคลที่หากเราปฏิเสธ ก็เท่ากับว่าเราโกงตัวเองจากสิ่งที่เราควรจะได้

เราพอสรุปประเด็นสำคัญได้ 3 ประการ กล่าวคือ
1.    พระเป็นเจ้าเป็น อัลฟา และ โอเมกา
2.    ความเชื่อในพระเยซูเจ้าเป็นเงื่อนไขสำคัญและจำเป็นสำหรับความรอด
3.    ความรับผิดชอบเป็นของมนุษย์เราแต่ละคน

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
3536
9758
76221
407386
816522
16643753
Your IP: 3.94.202.172
2020-02-28 08:50

สถานะการเยี่ยมชม

มี 391 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk