^Back To Top

  • 1 1
    .
  • 2 2
    .
  • 3 3
    .
  • 4 4
    .
  • 5 5
    .

kamsonbkk.com

ยน 6.51-58 ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา ก็มีชีวิตนิรันดร

สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า

ข่าวดี      ยอห์น 6:51-58
    (51)เราเป็นปังทรงชีวิต ที่ลงมาจากสวรรค์ ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป และปังที่เราจะให้นี้ คือเนื้อของเราเพื่อให้โลกมีชีวิต” (52)ชาวยิวจึงเถียงกันว่า “คนนี้เอาเนื้อของตนให้เรากินได้อย่างไร”  (53)พระเยซูเจ้าตรัสตอบเขาว่า เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กินเนื้อของบุตรแห่งมนุษย์ และไม่ดื่มโลหิตของเขา ท่านจะไม่มีชีวิตในตนเอง (54)ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา ก็มีชีวิตนิรันดร เราจะทำให้เขากลับคืนชีพในวันสุดท้าย (55)เพราะเนื้อของเราเป็นอาหารแท้ และโลหิตของเราเป็นเครื่องดื่มแท้ (56)ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา ก็ดำรงอยู่ในเรา และเราก็ดำรงอยู่ในเขา (57)พระบิดาผู้ทรงชีวิตทรงส่งเรามา และเรามีชีวิตเพราะพระบิดาฉันใด ผู้ที่กินเนื้อของเราจะมีชีวิตเพราะเราฉันนั้น (58)นี่คือปังที่ลงมาจากสวรรค์ ไม่เหมือนปังที่บรรดาบรรพบุรุษได้กินแล้วยังตาย ผู้ที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป”


    ในสมัยโบราณ ผู้คนถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าด้วยการเผาสัตว์บางส่วน แล้วมอบเนื้อสัตว์ที่เหลือจากการเผาบูชาแก่พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธีส่วนหนึ่ง ที่เหลือทั้งหมดคืนแก่ผู้ถวายบูชาเพื่อทำอาหารรับประทานร่วมกับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงภายในบริเวณพระวิหาร โดยมีพระเจ้าของตนเป็นแขกรับเชิญ
คนสมัยก่อนเชื่อว่า เมื่อเผาส่วนหนึ่งของสัตว์เป็นเครื่องบูชาแล้ว พระเจ้าจะเสด็จมาประทับในเนื้อสัตว์ทั้งตัวซึ่งรวมถึงส่วนที่นำมาทำอาหารด้วย ดังนั้นผู้ที่กินเนื้อสัตว์ที่ถวายบูชาแล้วก็เท่ากับกำลังกิน “เลือดเนื้อของพระเจ้า”  ซึ่งจะทำให้ชีวิตของพวกเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพระเจ้า  พวกเขากลายเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า และกลับออกไปจากพระวิหารพร้อมกับจิตใจและพละกำลังของพระเจ้า !!
    เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราเป็นปังทรงชีวิต ที่ลงมาจากสวรรค์ ใครที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป และปังที่เราจะให้นี้ คือเนื้อของเราเพื่อให้โลกมีชีวิต” (ยน 6:51) ชาวยิวจึงเข้าใจสิ่งที่พระองค์ตรัสเป็นอย่างดี  พวกเขาไม่สะดุดใจเรื่องกินเนื้อของพระเจ้าแต่อย่างใด  แต่สิ่งที่พวกเขาถกเถียงกันคือ “คนนี้จะเอาเนื้อของตนให้เรากินได้อย่างไร” (ยน 6:52) เพราะ “คนนี้” เป็นเพียงลูกชายของช่างไม้จน ๆ ที่ชื่อโยเซฟเท่านั้น จะมาอวดอ้างตัวเองเป็น “พระเจ้า” ที่สามารถประทานเนื้อของตนให้พวกเขากินได้อย่างไรกัน ???
พูดง่าย ๆ คือ พวกเขาไม่ยอมรับพระองค์เป็นพระเจ้า !
พระองค์จึงตรัสย้ำกับพวกเขาว่า “ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา ก็มีชีวิตนิรันดร” (ยน 6:54)

    เราอาจอธิบายสิ่งที่พระองค์ตรัสตามตัวอักษร โดยยังไม่เกี่ยวข้องกับ “ศีลมหาสนิท” ได้ดังนี้
    “เนื้อ” หมายถึง “ความเป็นมนุษย์ของพระเยซูเจ้า”  ดังที่ยอห์นกล่าวว่า “การดลใจใดที่ยอมรับว่า พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมารับธรรมชาติมนุษย์ ก็เป็นการดลใจที่มาจากพระเจ้า” (1 ยน 4:2) แต่การดลใจใดที่ไม่ยอมรับว่าพระองค์เป็นมนุษย์ก็เป็น “การดลใจของผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อพระคริสตเจ้า” (1 ยน 4:3)
    ยอห์นย้ำนักย้ำหนาว่า พระองค์ทรงมีกระดูกและเนื้อหนังเช่นเดียวกับเรา พระองค์ทรงรับเอาชีวิตแบบมนุษย์ทั้งครบไว้ในตัวพระองค์เอง ซึ่งเท่ากับว่าพระองค์ได้เผชิญกับทุกสิ่งที่มนุษย์อย่างเราต้องเผชิญ พระองค์ต้องต่อสู้ฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรค์ต่าง ๆ เหมือนอย่างเรา แม้แต่การประจญล่อลวง พระองค์ก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชนะเช่นเดียวกับเราทุกคน
เพราะฉะนั้น เมื่อพระองค์ตรัสว่า “ผู้ที่กินเนื้อของเราจะมีชีวิตเพราะเรา” (ยน 6:57) จึงหมายความว่า “พวกท่านจงหล่อเลี้ยงความคิด จิตใจ และวิญญาณของท่านอาศัยความเป็นมนุษย์ของเราเถิด  เมื่อใดก็ตามที่พวกท่านท้อแท้ สิ้นหวัง หมดกำลังใจ เข่าอ่อน หรือเบื่อหน่ายชีวิต  จงระลึกเสมอว่า เราได้รับเอาชีวิตและการดิ้นรนทั้งหมดของพวกท่านไว้ในตัวเราแล้ว”
และเนื่องจากพระเยซูเจ้าทรงเป็น “พระเจ้า” ผู้รับเอากายเป็นมนุษย์เหมือนเรา  การหล่อเลี้ยงความคิดและจิตใจของเราด้วย “ความเป็นมนุษย์” ของพระองค์ย่อมทำให้ “ชีวิตและร่างกายของเราได้สัมผัสกับพระเจ้าและถูกปกคลุมด้วยความรุ่งโรจน์ของพระองค์” !
เราได้รับพลัง ความสว่าง และกำลังใจอาศัย “เนื้อ” ของพระองค์....
    “โลหิต” คือ “ชีวิต”  เพราะถ้าโลหิตไหลออกจากร่างกายจนหมด ชีวิตย่อมจบสิ้น  และเพราะ “ชีวิต” เป็นของพระเจ้า ชาวยิวผู้เคร่งครัดจึงไม่กินโลหิต (ฉธบ 15:23) หรือเนื้อที่ชุ่มเลือด (ปฐก 9:4)
เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสสั่งให้เราดื่มโลหิตของพระองค์ จึงหมายถึงให้เรา “นำชีวิตของพระองค์เข้ามาเป็นชีวิตของเรา”
บางคนอาจสงสัยว่าจะทำได้อย่างไร ?
    ขอยกตัวอย่างหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก  ตราบใดที่หนังสือเล่มนี้ถูกปิดและวางไว้บนหิ้งหนังสือ เราจะไม่มีทางได้ลิ้มรสความไพเราะหรือได้มีโอกาสขัดเกลาจิตใจด้วยคุณธรรมที่แฝงอยู่ในบทพระราชนิพนธ์นี้เลย เพราะทั้งความไพเราะและคุณธรรมนั้นยังอยู่ “ภายนอก” ตัวเรา
    ต่อเมื่อเราหยิบหนังสือพระราชนิพนธ์เล่มนี้ขึ้นมาอ่าน  เมื่อนั้นแหละความประทับใจมากมายจะหลั่งไหลเข้ามาในหัวใจและความรู้สึกนึกคิดของเรา  บางข้อความอาจฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเราและกลายเป็นส่วนหนึ่ง “ภายใน” ตัวเรา ซึ่งจะถูกนำออกมาหล่อเลี้ยงความคิด จิตใจ และวิญญาณของเราทุกครั้งที่ต้องการ
    ด้วยหลักการเดียวกัน ตราบใดที่เราปล่อยให้พระเยซูเจ้าประทับอยู่ในตู้ศีลหรือในหนังสือพระคัมภีร์ที่ปิดและเก็บไว้บนหิ้ง ตราบนั้นพระองค์ยังคงอยู่ “ภายนอก” ตัวเรา
    แต่เมื่อเราดื่ม “โลหิต” ของพระองค์ด้วยการ “นำชีวิตของพระองค์เข้ามาเป็นชีวิตของเรา” จนว่า “เราดำรงอยู่ในพระองค์ และพระองค์ทรงดำรงอยู่ในเรา” (ยน 6:56)  เมื่อนั้น ความคิด จิตใจ และวิญญาณของเราย่อมได้รับการหล่อเลี้ยงโดยชีวิตของพระองค์
ด้วยวิธีการนี้เท่านั้น เราจึงมี “ชีวิตนิรันดร” (ยน 6:54) ซึ่งก็คือมีชีวิตเหมือนพระเยซูเจ้านั่นเอง !!
นอกจากคำอธิบายตามตัวอักษรแล้ว การกินเนื้อและดื่มโลหิตของพระเยซูเจ้ายังหมายถึงการเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์โดยผ่านทาง “ศีลมหาสนิท”
เมื่อพระองค์ตรัสว่า “ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา ก็ดำรงอยู่ในเรา และเราก็ดำรงอยู่ในเขา” (ยน 6:56) จึงเท่ากับพระองค์ทรงปรารถนาจะสื่อความหมายว่า “ถ้าท่านต้องการเป็นหนึ่งเดียวกับเราและมีชีวิตนิรันดร  ท่านต้องมาร่วมโต๊ะศักดิ์สิทธิ์เพื่อรับประทานปังทรงชีวิตและดื่มเหล้าองุ่นซึ่งเป็นเนื้อและโลหิตของเรา เป็นอาหารแท้และเครื่องดื่มแท้  แล้วท่านจะได้สัมผัสกับความรักและชีวิตของเรา”
    อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตสำคัญประการหนึ่งคือ แทนที่ยอห์นจะเขียนเรื่องการกินเนื้อและดื่มโลหิตของพระองค์ต่อจากการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้ายซึ่งมีการตั้งศีลมหาสนิทในบทที่ 13  ท่านกลับเขียนเรื่องนี้ต่อจากการทำอัศจรรย์ทวีขนมปังและปลาเลี้ยงประชาชนห้าพันคนที่เมืองเบธไซดา ริมทะเลสาบกาลิลีในบทที่ 6
    แสดงว่ายอห์นไม่ต้องการ “จำกัด” การประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าและการเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ไว้ที่โต๊ะศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดหรือภายในตู้ศีลเท่านั้น  แต่ต้องการ “ขยาย” ขอบเขตแห่งการประทับอยู่และเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ออกไปทุกสถานที่และทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่โรงเรียน ที่ทำงาน ขณะพักผ่อนหย่อนใจ เดินทาง หรือแม้แต่ขณะรับประทานอาหารบนทุ่งหญ้าริมทะเลสาบกาลิลีซึ่งพระองค์ทรงใช้เป็นสถานที่ทวีขนมปังเองก็ตาม
    อย่าคิดว่ายอห์นกำลังทำให้ศีลมหาสนิทด้อยค่าลง  ตรงกันข้าม ท่านกำลังขยายความหมายและผลของศีลมหาสนิทให้กว้างขวางออกไป เพื่อโลกทั้งใบจะได้เต็มไปด้วยพระคริสตเจ้า !
    และเนื่องจาก “พระบิดาผู้ทรงชีวิตทรงส่งพระองค์มา” (ยน 6:57) การกินเนื้อและดื่มโลหิตซึ่งทำให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์จึงเป็นหลักประกันสำหรับชีวิตนิรันดรของเรา
    พระองค์จึงสรุปแบบฟันธงว่า “ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา จะได้รับชีวิตนิรันดร” (ยน 6:54)
    การ “สมโภชพระวรกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า” จะไม่มีประโยชน์อันใดเลยหากเราไม่เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ด้วยการ “กินเนื้อและดื่มโลหิต” ของพระองค์ แล้วสร้างหลักประกันสำหรับชีวิตนิรันดรของเรา !!

ค้นหา

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
709
7985
43461
33492
420929
17937686
Your IP: 18.206.187.81
2020-06-04 02:35

สถานะการเยี่ยมชม

มี 304 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk