^Back To Top

  • 1 1
    .
  • 2 2
    .
  • 3 3
    .
  • 4 4
    .
  • 5 5
    .

kamsonbkk.com

ประชาคมแรกที่กรุงเยรูซาเล็ม

ยุคแรกเริ่มพระศาสนจักร (Church)

19. ประชาคมแรกที่กรุงเยรูซาเล็ม
หลังจากที่พระเยซูได้สิ้นพระชนม์ กลับคืนพระชนมชีพและเสด็จสู่สวรรค์แล้ว สาวกของพระองค์ “ทุกคนร่วมอธิษฐานภาวนาสม่ำเสมอเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พร้อมกับบรรดาสตรี รวมทั้งมารีย์พระมารดาของพระเยซูเจ้าและพี่น้องของพระองค์” (กจ 1:14) พวกเขาอยู่ด้วยกันทั้งหมด  120 คน  (กจ 1:15)  ห้าสิบวันหลังจากพระเยซูได้กลับคืนพระชนมชีพ    พระจิตของพระเจ้า  ได้เสด็จมาเหนือพวกเขา (กจ 2:1)  ทำให้พวกเขามีกำลังใจเข้มแข็งและเริ่มออกไปเผยแพร่ “ข่าวดี” ของพระเยซูคริสต์
รายละเอียดต่างๆ  เกี่ยวกับชาวคริสต์กลุ่มแรก  และการเผยแพร่ศาสนาในยุคเริ่มต้นนี้มีบันทึกไว้ในหนังสือกิจการของอัครทูต ซึ่งเซนต์ลูกาเป็นผู้บันทึกไว้   (เป็นบุคคลคนเดียวกับผู้นิพนธ์พระวรสารฉบับที่สาม) โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับงานเผยแพร่ศาสนาของเซนต์ปอลและเซนต์ปีเตอร์ ทั้งนี้เพราะท่านเป็นศิษย์และผู้ร่วมงานที่ใกล้ชิดของเซนต์ปอลเองด้วย
ประชาคมแรกเป็นชาวยิว  ทั้งผู้ที่ได้ติดตามพระเยซูเองและผู้ที่ได้เข้าร่วมประชาคมนี้หลังจากได้ฟังการเทศนาของเซนต์ปิเตอร์หลังจากได้รับพระจิตของพระเจ้า ซึ่งมีจำนวนสามพันคน และไม่นานหลังจากนั้นก็มีเพิ่มขึ้นอีกสองพันคน (กจ 2:5,22-29; 4:4) คนเหล่านี้เริ่มรวมกันเป็นประชาคมเดียวกับบรรดาสาวก (กจ 2:44) แต่พวกเขาก็ยังใช้โรงสวดของชาวยิวเป็นที่สวดและรับการเทศน์สอนจากบรรดาสาวก  ทั้งนี้โดยไม่ขึ้นต่ออำนาจผู้นำศาสนายูดายอีกต่อไป (กจ 21:24) พวกเขาเชื่อว่าพระเยซูได้เสด็จมาทำให้ประเพณีดั้งเดิมและความเชื่อในศาสนายูดายนั้นสมบูรณ์ พระองค์ทรงเป็นพระเมสสิยาห์ที่พวกเขาได้รอคอย อย่างไรก็ดี  พวกเขายังเข้าร่วมพิธีกรรมตามประเพณีของชาวยิวในวิหารและโรงสวด ส่วนพิธีกรรม  “การหักปัง” เพื่อระลึกถึงงานเลี้ยงครั้งสุดท้ายตามที่พระเยซูทรงสั่งไว้นั้นกระทำกันในบ้านส่วนตัวของ “ชาวคริสต์” บางคน  ทั้งนี้คงเป็นเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้กระทำในวิหาร แต่กระนั้นบรรดาสาวกก็กล้าที่จะเทศน์สอนเรื่องพระเยซู  ณ ที่นั้น  ซึ่งก็ได้รับการห้ามและถูกลงโทษ (กจ 4:1-22; 5:17-40)     นี่คือการเริ่มต้นของการเบียดเบียน แต่ก็ไม่มีผู้ใดท้อถอย “เขาทั้งหลายสั่งสอนและประกาศข่าวดีอย่างต่อเนื่องทั้งในพระวิหารและตามบ้าน    ว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสตเจ้า” (กจ 5:42)    จนกระทั่งการเบียดเบียนรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตด้วยการทุ่มหิน สเทเฟนคือคนแรกที่ถูกประหารเพราะความเชื่อในพระเยซู  (กจ 6-7)
ประชาคมแรกนี้มีลักษณะพิเศษอยู่สองประการคือ ประการแรก
“ผู้มีความเชื่อทุกคนดำเนินชีวิตร่วมกันและมีทุกสิ่งเป็นของกลาง เขาขายที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆ เอาเงินมาแบ่งให้แก่ทุกคนตามความต้องการ ทุกๆ วัน เขาพร้อมใจกันไปที่พระวิหารและไปตามบ้านเพื่อทำพิธีบิขนมปัง ร่วมรับประทานอาหารด้วยความชื่นชมยินดี และเข้าใจกัน” (กจ 2:44-46)
รากฐานของประชาคมนี้อยู่ที่ความเชื่อในองค์พระเยซู ซึ่งบรรดาสาวกได้ถ่ายทอดมาและที่บรรดาประกาศกได้ประกาศไว้ เป็นการเชื่อมโยงระหว่างประเพณีดั้งเดิมกับประเพณีใหม่ เซนต์ปอลเขียนถึงชาวคริสต์ที่เอเฟซัสว่า “ท่านถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารโดยมีบรรดาอัครสาวกและประกาศกเป็นรากฐาน มีพระคริสตเยซูทรงเป็นศิลาหัวมุม” (อฟ 2:20)
ประการที่สอง ปฏิบัติตามคำสั่งของพระเยซูซึ่งได้สอนว่า “เราให้บทบัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านรักกัน... ทุกคนจะรู้ว่า ท่านเป็นศิษย์ของเรา” (ยน 13:34-35) ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ถือเอาบรรดาสาวกเป็นผู้นำ  ซึ่งก็เป็นประเพณีปฏิบัติของชาวยิวทั่วไป
“กลุ่มผู้มีความเชื่อดำเนินชีวิตเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่คิดว่าสิ่งที่ตนมีเป็นกรรมสิทธิ์ของตน แต่ทุกอย่างเป็นของกลาง  บรรดาอัครสาวกยังคงเป็นพยานยืนยันถึงการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยเครื่องหมายอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่และทุกคนได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง” (กจ 4:32-33)
อย่างไรก็ดี   ปัญหาในการอยู่ร่วมกันก็ค่อยๆ  ตามมา  ทั้งนี้เพราะว่านอกจากชาวยิวที่อยู่ในปาเลสไตน์แล้วยังมีชาวยิวซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในที่ต่างๆ รวมทั้งชาวกรีกและชนชาติอื่นๆ  ความขัดแย้งทางวัฒนธรรมได้เริ่มขึ้นเมื่อมีการเลือกผู้ช่วยสาวกเพื่อดูแลความทุกข์สุขและแจกจ่ายสิ่งของ   ทั้งนี้เพราะบรรดาสาวกเห็นว่าหากเอาธุระแต่การแจกจ่ายสิ่งของก็คงไม่มีเวลาเทศนาสั่งสอน นอกนั้นก็มีเสียงบ่นจากชาวกรีก และคนที่ไม่ใช่ชาวยิววาไม่มีใครดูแล เอาใจใส่  ไม่ได้รับสิ่งของที่จ่ายแจกเหมือนคนอื่นๆ จึงได้มีการเลือกผู้ช่วยขึ้นมา 7 คน ปรากฏว่ามีชาวกรีกสองคนได้รับเลือกด้วย คือ สเทเฟนและฟิลิป ซึ่งเป็นผู้คงแก่เรียนและเป็นผู้ที่พยายามชี้ให้ทุกคนเห็นว่า  พระเยซูได้เสด็จมาเพื่อมนุษย์ทุกคน  ไม่ใช่แต่สำหรับชาวยิว คำพูดและการกระทำของคนทั้งสองโดยเฉพาะสเทเฟนได้สร้างความไม่พอใจแก่ชาวยิวเป็นอันมาก  นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ชาวยิวที่ไม่เป็นคริสต์เริ่มเห็นอันตรายคุกคามจาก “คนนอก”  วัฒนธรรมของตนเอง  และเริ่มทำการเบียดเบียน สเทเฟน คือ “มาร์ตีร์” (Martyr) คนแรก
สาเหตุของความขัดแย้งภายในประชาคมแรก ซึ่งมาจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม เป็นผลที่มาจากความเชื่อของชาวยิวที่เป็นคริสต์ว่า พระเยซูเสด็จมาเพื่อสถาปนาอาณาจักรใหม่ให้กับอิสรา-เอล  หลังจากพระเยซูได้ทรงกลับคืนพระชนม์นั้น “ผู้ที่มาชุมนุมกับพระเยซูเจ้า ได้ทูลถามพระองค์ว่า “พระเจ้าข้า พระองค์จะทรงสถาปนาอาณาจักรอิสราเอลอีกครั้งหนึ่งในเวลานี้หรือ?” (กจ 1:6) ซึ่งพระเยซูได้ทรงปฏิเสธ แต่บรรดาสาวกก็ยังไม่สามารถปรับความรู้สึกของตนได้  ด้วยเหตุนี้จึงรับผู้ที่ไม่ใช่ยิวเข้าสู่ประชาคมด้วยความยากลำบาก เพราะตามประเพณียิว เขาเหล่านั้น “ไม่บริสุทธิ์”  แต่ในท้ายที่สุดเรื่องนี้ก็ได้ข้อสรุปที่ทุกคนยอมรับว่า คนต่างชาติก็มีสิทธิรับ “ข่าวดี” อย่างเท่าเทียมกับชาวยิว  ปิเตอร์เป็นผู้เห็นนิมิตและประกาศเรื่องนี้ให้คนอื่นๆ ปฏิบัติตาม (ดู กจ 11:1-8)  อย่างไรก็ดี  บุคคลที่ได้ต่อสู้เพื่อเรื่องนี้  คือ เซนต์ปอล

ค้นหา

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
3497
8144
54393
44424
420929
17948618
Your IP: 18.208.132.33
2020-06-05 12:44

สถานะการเยี่ยมชม

มี 159 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk