^Back To Top

  • 1 1
    แนวทางปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

พระดำรัสก่อนสิ้นพระชนม์

พระดำรัสก่อนสิ้นพระชนม์
easter4    พระดำรัสสุดท้ายของพระเยซูเจ้ามีความสำคัญมาก ขณะที่พระองค์ถูกตรึงบนไม้กางเขน ท่ามกลางความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
    พระเยซูเจ้าตรัสกับใครบ้าง
    1. พระเยซูเจ้าตรัสกับพระบิดา เพื่อทูลขอการยกโทษแก่คนที่ทำผิดต่อพระองค์ (ลก 23:34) และทรงฝากจิตวิญญาณไว้กับพระเจ้า (ลก 23:46)
    2. พระเยซูเจ้าตรัสกับโจรที่ถูกตรึงพร้อมกับพระองค์ (ลก 23:43)
    3. พระเยซูเจ้าตรัสกับพระมารดาและสาวกของพระองค์ (ยน 19:27)
    4. พระเยซูเจ้าตรัสกับทหารโรมัน (ยน 19:28)
    5. พระเยซูเจ้าตรัสกับพระองค์เอง

เจ็ดประโยคสำคัญ
    ขณะที่พระเยซูคริสต์ถูกตรึงบนไม้กางเขน พระองค์ตรัสประโยคสำคัญ ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดแห่งพระวาจา
1. การยกโทษให้แก่ศัตรู
    แม้ถูกใส่ร้ายป้ายสี ตบหน้า ถ่มน้ำลายรดพระพักตร์ ถูกเฆี่ยน ถูกทรมาน ถูกตรึงบนไม้กางเขน พระเยซูเจ้าตรัสว่า “พระบิดาเจ้าข้า โปรดอภัยความผิดแก่เขาเถิด เพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร” (ลก 23:34)
2. พระสัญญา
    ขณะถูกตรึงบนไม้กางเขน โจรคนหนึ่งหมิ่นประมาท แต่อีกคนหนึ่งขอรับการยกโทษบาป พระเยซูเจ้าทรงสัญญาว่า “วันนี้ ท่านจะอยู่กับเราในเมืองสวรรค์” (ลก 23:43) โจรคนแรกเป็นผู้ร้ายไม่สำนึกบาปและเยาะเย้ยคนอื่น แต่คนที่สองสำนึกผิดกลับใจใหม่
3. พระดำรัสต่อพระมารดาและสาวก
    พระเยซูเจ้าตรัสแก่พระมารดาว่า “นี่คือบุตรของท่าน” (ยน 19:26-27) พระองค์ทรงมอบมนุษย์ไว้ในความดูแลของพระมารดา
4. ทูลต่อพระบิดา
    “พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า เหตุไฉนจึงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย” (มธ 27:45-46)
5. ตรัสกับทหารโรมัน
    พระเยซูเจ้าตรัสกับทหารโรมันว่า “เรากระหายน้ำ” (ยน 19:28) แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นมนุษย์แท้จริง พระเยซูทรงมีความรู้สึกเดียวกันกับเราทุกอย่าง ดังนั้น พระเยซูจึงทรงเข้าใจปัญหาของเรา
6. ตรัสกับพระองค์เอง
    “สำเร็จบริบูรณ์แล้ว” (ยน 19:30) คำตรัสนี้มีความหมายสองประการคือ การไถ่โทษบาปของมนุษย์สำเร็จแล้ว และการเสด็จมาในฐานะพระเมสสิยาห์ได้สำเร็จครบถ้วน
7. ตรัสมอบวิญญาณจิต
    “พระบิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้ามอบจิตของข้าพเจ้าไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” (ลก 23:46) เมื่อพระองค์ทรงมอบจิตไว้กับพระเจ้า เราทั้งหลายก็ควรต้องมอบจิตวิญญาณของเราไว้กับพระเจ้าด้วย

ที่มา: นิตยสารแม่พระยุคใหม่ ฉบับที่ 211

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
10004
17300
56433
387598
816522
16623965
Your IP: 3.218.67.1
2020-02-26 14:36

สถานะการเยี่ยมชม

มี 128 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk