^Back To Top

  • 1 1
    แนวทางปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

การถ่ายทอดความเชื่อ

การถ่ายทอดความเชื่อ


4“คนเหล่านั้นประชุมกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อฟังคำสั่งสอนของบรรดาอัครสาวก ดำเนินชีวิตร่วมกันฉันพี่น้องร่วมพิธีบิขนมปัง” และภาวนา...  ทุก ๆ วัน เขาพร้อมใจกันไปที่พระวิหารและไปตามบ้านเพื่อทำพิธีบิขนมปัง ร่วมกินอาหารด้วยความยินดี และเข้าใจกัน สรรเสริญพระเจ้า และได้รับความนิยมจากประชาชนทุกคน  องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้จำนวนผู้ที่ได้รับความรอดพ้นเพิ่มขึ้นทุกวัน” (กจ.2:42, 46-47)

90. ตามหัวข้อระบุไว้สำหรับสมัชชาพระสังฆราช วัตถุประสงค์ของการประกาศพระวรสารแบบใหม่ คือ การถ่ายทอดความเชื่อ การประชุมสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 เตือนให้ระลึกถึงลักษณะที่ซับซ้อนของกระบวนการนี้ ที่เกี่ยวกับความเชื่อคริสตชนและชีวิตของพระศาสนจักรอย่างเต็มที่ในประสบการณ์ของการเผยแสดงของพระเจ้า "ด้วยพระทัยดีหาขอบเขตมิได้ พระเป็นเจ้าทรงจัดไว้ว่า พระธรรมที่พระองค์ทรงเผยให้รู้เพื่อความรอดของนานาชาตินั้น จะต้องคงอยู่ไปอย่างครบถ้วน และมอบให้แก่คนรุ่นหลังสืบต่อกันไปทุกอายุขัย." [45]   “ธรรมประเพณีศักดิ์สิทธิ์และพระคัมภีร์รวมเป็นคลังศักดิ์สิทธิ์แต่อันเดียว  ที่บรรจุพระวาจาของพระเจ้าที่พระศาสนจักรได้รับมอบไว้  ประชากรศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระสังฆราชผู้อภิบาลของตน จึงยึดพระวาจานี้ไว้อย่างมั่นคงในคำสอนของบรรดาอัครสาวก และมีชีวิตร่วมกันฉันพี่น้อง ในการบิปังและในการภาวนา." (เทียบ กจ. 2.42). ดังนั้น การปฏิบัติและการยืนยันมรดกแห่งความชื่อ เพื่อว่า การยึดความเชื่อจะร่วมส่วนของพระสังฆราชและซื่อสัตย์ต่อความพยายามร่วม[46]

91. หนังสือกิจการอัครสาวกบันทึกไว้ว่าคนเราไม่สามารถถ่ยทอดสิ่งที่ไม่เชื่อหรือไม่ได้ยึดถือปฏิบัติตาม คนที่ไม่ได้ปฏิบัติตามต้นแบบในพระวรสาร ก็จะไม่ถ่ายทอดพระวรสารแก่คนอื่น หรือชีวิตที่ไม่พบความหมายของชีวิต ความจริงและอนาคตที่มีพื้นฐานจากพระวรสาร, ความจริงและอนาคตที่มีพื้นฐานจากพระวรสาร.  แม้ในปัจจุบันนี้ เช่นเดียวกับอัครสาวก เราเข้าถึงชีวิตแห่งของความเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา, ในพระเยซูคริสตเจ้า อาศัยพระจิตเจ้าที่ทรงแปรสภาพเราและช่วยเราไม่เพียงแต่ให้ถ่ายทอดความเชื่อที่เราดำเนินชีวิตตามเท่านั้น  พระจิตยังบันดาลให้ผู้ที่พระจิตทรงตระเตรียมไว้ให้ตอบสนองด้วยการประทับอยู่และการกระทำของพระองค์ (เทียบ กจ. 16:14)  การประกาศพระวรสารที่ได้ผลเรียกร้องการรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างลึกซึ้งท่ามกลางบรรดาบุตรธิดาของพระเจ้า ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่เด่นชัดที่ให้ร่วมกันประกาศพระวรสาร ตามคำเล่าของนักบุญยอห์นอัครสาวกที่ว่า: "เราให้บัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านรักกัน เรารักท่านทั้งหลายอย่างไร ท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด ถ้าท่านมีความรักต่อกัน  ทุกคนจะรู้ว่าท่านเป็นศิษย์ของเรา” (ยน. 13:34, 35)

92. การประกาศพระวรสารพระวาจาหรือการประกาศพระวรสารไม่ใช่งานจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือเลือกบางคนมาทำ แต่เป็นของประทานสำหรับแต่ละคนเพื่อตอบรับการเรียกให้มีความเชื่อ การถ่ายทอดความเชื่อไม่ได้เป็นงานของแต่ละคนเท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบของคริสตชนทุกคนและพระศาสนจักรทั้งหมดที่ทำกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง    แล้วพระศาสนจักรจะค้นพบอัตลักษณ์ของพระศาสนจักรอีกครั้งว่าเป็นประชากรที่มาชุมนุมกันโดยอาศัยพระจิตเจ้าที่จะทรงทำให้การประทับอยู่ของพระคริสตเจ้าท่ามกลางเราจริงๆ และเราจะค้นพบโฉมพระพักตร์ที่แท้จริงของพระเจ้าผู้เป็นพระบิดา

การตีความอย่างเข้มงวดนั้น การถ่ายทอดความเชื่อคืองานพื้นฐาของพระศาสนจักรซึ่งนำชุมชนคริสตชนให้สื่อสารงานขั้นพื้นฐานของชีวิตแห่งความเชื่อได้แก่ งานเมตตาธรรม, การเป็นพยาน,  การประกาศพระวรสาร, การเฉลิมฉลองการฟังและการแบ่งปัน  เราควรรับรู้งานประกาศพระวรสารว่าเป็นกระบวนการโดยมีพระจิตเจ้าทรงขับเคลื่อนให้พระศาสนจักรประกาศพระวรสารและเผยแพร่พระวรสารไปทั่วโลก. และการประกาศพระวรสารแทรกซึมและแปรสภาพระเบียบชั่วคราวทั้งหมดด้วยความรักที่ผลักดัน เพื่อคิดและฟื้นฟูวัฒนธรรม.  การประกาศพระวรสารเริ่มประกาศพระวรสารและเรียกให้กลับใจ. การประกาศพระวรสารชี้นำให้ผู้คนหันหาพระเยซูคริสตเจ้าโดยการสอนคำสอนและการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ประเภทริเริ่ม หรือคนนำคนให้กลับไปสู่เส้นทางแห่งการเป็นศิษย์,ร่วมมือกับคนจำพวกแรกและเชิญชวนคนจำพวกหลังให้เข้ามาร่วมชุมชนคริสตชน.การประกาศพระวรสารยังคงหล่อเลี้ยงของประทานแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันในหมู่สัตบุรุษ ผ่านการสอนความเชื่อ, การเฉลิมฉลองของศีลศักดิ์สิทธิ์และงานเมตตาธรรม. การประกาศพระวรสาร เป็นตัวกระตุ้นอย่างต่อเนื่องเพื่องานธรรมทูตซึ่งส่งสาวกของพระคริสตเจ้าออกไปข้างหน้าทุกส่วนของโลกเพื่อประกาศพระวรสารด้วยวาจาและกิจการ, พระศาสนจักรกำลังพบว่ากระบวนการของการถ่ายทอดความเชื่อต้องปลุกหลายชุมชนให้ตื่นขึ้นอีกครั้งในอาศัยการพิเคราะห์แยกแยะซึ่งจำเป็นในการประกาศพระวรสารแบบใหม่

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
5173
9758
77858
409023
816522
16645390
Your IP: 3.233.215.231
2020-02-28 11:50

สถานะการเยี่ยมชม

มี 243 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk