foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
16420
13199
82866
561746
596667
15981591
Your IP: 3.227.2.246
2020-01-22 18:02

สถานะการเยี่ยมชม

มี 378 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

จริงใจ ... สบายจริง
goodiesแม้โลกนี้คือละครโรงใหญ่ ที่เต็มไปด้วยบทบาทการแสดง แต่ใช่ว่าคนเราจะต้องเสแสร้งต่อกัน ถึงโลกจะเต็มไปด้วยเกมการแข่งขันก็ใช่ว่าเราจะเป็นผู้ชนะด้วยการหลอกลวง แท้จริงโลกเรานั้นจะสวยงาม หากว่าเรามีความจริงใจต่อกัน
ในอดีต ณ แคว้นกาสี พราหมณ์ ชื่อ มัณทัพยะ ได้ทราบว่า ทีปายนดาบสผู้เป็นเพื่อนเก่า ซึ่งออกบวชมาถึง 50 ปี ได้เดินทางมายังหมู่บ้านของตน มัณทัพยพราหมณ์จึงพาบุตรและภรรยามานมัสการ พร้อมทั้งถวายดอกไม้เครื่องสักการะ และน้ำปานะเลิศรสแก่ดาบส จากนั้นจึงสนทนาถามถึงทุกข์สุขซึ่งกันและกัน
ขณะนั้น บุตรของพราหมณ์ซึ่งเล่นลูกข่างอยู่ในบริเวณใกล้ๆ บังเอิญลูกข่างได้กระเด็นเข้าไปในโพรงจอมปลวก เด็กน้อยจึงเอามือล้วงเข้าไปในโพรง อสรพิษซึ่งอยู่ในโพรงนั้นได้กันมือเด็กน้อย ถึงกับสลบล้มลงทันที มารดาบิดาเห็นเด็กน้อยล้มลง ต่างรีบเข้ามาดู พอรู้ว่าบุตรของตนเองถูกงูกัดก็ตกใจ รีบอุ้มบุตรมาหาดาบส ร้องขอความช่วยเหลือว่า "ท่านผู้เจริญ ท่านเป็นนักบวช คงมียาหรือมนต์วิเศษ ขอจงช่วยบุตรของข้าพเจ้าด้วยเถิด"

ฝ่ายดาบส แม้จะไม่มียาหรือมนต์วิเศษใด ๆ แต่ด้วยความปรารถนาจะช่วยพราหมณ์จึงกล่าวว่า "เพื่อนเอ๋ย เราไม่รู้เรื่องมนต์วิเศษเลยแต่เราจะขอกล่าวความจริงบางอย่าง เพื่อให้อานุภาพแห่งความจริงใจของเรา ช่วยชีวิตบุตรของท่าน" ดาบสจึงกล่าวถ้อยคำที่ทำให้ทั้งพราหมณ์และภรรยาต้องตกตะลึง ด้วยคาดไม่ถึงว่าจะเป็นความจริง
"เราผู้ต้องการบุญ ได้ออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ มีความเลื่อมใสได้เพียง ๗ วันเท่านั้น ต่อจากนั้นได้ทนฝืนใจประพฤติพรหมจรรย์นานถึง ๕๐ ปี ด้วยเดชแห่งความจริงนี้ ขอให้พิษงูจงหายไป ขอให้เด็กน้อยนี้จงรอดชีวิตเถิด" พอดาบสทำสัจจกิริยาจบลง ทันใดนั้น พิษงูก็หายไปจากศีรษะ เด็กน้อยลืมตาขึ้นมาร้องเรียกมารดา แต่ยังไม่อาจขยับตัวได้
            บิดาของเด็กน้อยเห็นดังนั้น จึงตัดสินใจกล่าวความในใจของตนเองบ้างว่า "ข้าพเจ้าผู้เป็นบิดาของเด็กนี้ เวลาที่ข้าพเจ้าให้สิ่งของต่าง ๆ แก่แขกเหรื่อที่มาเยี่ยมเยียนนั้น แท้จริงข้าพเจ้ามิได้เต็มใจให้เลย ด้วยเดชแห่งความจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ลูกน้อย ขอให้พิษงูจงหายไป ให้ลูกรอดชีวิตเถิด"
            ทันใดนั้น พิษงูก็หายไปถึงสะเอว เด็กน้อยลุกขึ้นนั่งได้ แต่ยังไม่อาจยืนได้ พราหมณ์จึงกล่าวกับภรรยาว่า "น้องรัก เราได้ช่วยลูกแล้ว ขอเธอจงช่วยลูกด้วยเถิด"
ถึงเวลาที่ภรรยาของพราหมณ์จะแสดงความจริงใจของนางบ้าง นางรู้สึกวิตกกังวลเป็นอันมาก แต่ในที่สุดนางก็ตัดสินใจเผชิญกับความจริง นางกอดลูกไว้พลางกล่าวว่า "บิดาของเจ้า กับงูที่กัดเจ้านั้น ล้วนไม่เป็นที่รักของแม่เช่นกัน ด้วยเดชแห่งความจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่เจ้า ขอให้พิษงูจงหายไป ขอให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปเถิด" สิ้นคำของนาง พิษงูก็หายไปสิ้น เด็กน้อยลุกขึ้นวิ่งเล่นได้ดังเดิม คนทั้งสามดีใจเป็นอันมาก ที่เห็นผลแห่งความจริงใจของตน
พราหมณ์ผู้เป็นบิดาของเด็กน้อย ซึ่งมีความคลางแคลงใจในคำสัตย์ของพระดาบส จึงนมัสการถามว่า "ข้าแต่ท่านดาบส ข้าพเจ้าเคยเข้าใจว่า ท่านบวชอย่างมีความสุข ก็ในเมื่อความจริงมิได้เป็นเช่นนั้น เหตุใดท่านต้องทนฝืนใจอยู่ถึง ๕๐ ปี ทำไมไม่สึกเสียเล่า"
ดาบสตอบว่า "คนเขาติเตียนผู้ออกบวชด้วยศรัทธาแล้วกลับสึกว่าเป็นคนโลเลกลับกลอก เรารังเกียจคำติเตียนนั้น จึงทนฝืนใจบวชมาตลอด" ดาบสจึงถามพราหมณ์กลับไปว่า "เราเองก็เคยคิดว่าท่านยินดีต้อนรับ และเต็มใจให้สิ่งของต่าง ๆ แต่ในเมื่อความจริงมิได้เป็นเช่นนั้น แล้วท่านทนฝืนใจให้ เพราะเหตุใด"
พราหมณ์ตอบว่า "บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย วงศ์ตระกูลของข้าพเจ้าล้วนมีศรัทธาในการให้ ข้าพเจ้าไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนตัดวงศ์ตระกูล จึงต้องฝืนใจให้เสมอมา" แล้วพราหมณ์ก็พลันนึกถึงความในใจของภรรยาตนเองขึ้นมา จึงถามนางว่า "น้องรัก เมื่อเจ้าเกลียดชังเราราวกับงูพิษ เหตุใดเจ้ายอมทนฝืนใจอยู่กับเราจนถึงบัดนี้"
นางได้ตอบว่า "หญิงในตระกูลของข้าพเจ้า ล้วนจงรักภักดีต่อสามี ข้าพเจ้าไม่ต้องการถูกค่อนขอดว่าเป็นหญิงหลายใจ เป็นคนตัดจารีตของตระกูล จึงทนปฏิบัติต่อท่านด้วยดีมาโดยตลอด" เมื่อนางกล่าวจบ นางรู้สึกสงสารสามีของตน จึงกราบขอโทษ และตั้งใจที่จะประพฤติดีต่อไป
หลังจากที่บุคคลทั้งสามได้พูดคุยกันด้วยน้ำใสใจจริงแล้ว ต่างก็มีความเข้าใจอันดีต่อกัน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งใจ และกลับเต็มใจที่จะทำหน้าที่ของตนให้ดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเลย
คงเป็นเรื่องน่าเศร้าหากคนเราต้องคอยบิดเบือนความจริงในใจแล้วใส่หน้ากากเข้าหากันเราคงมีความสุขอยู่กับความสุขปลอม ๆท่ามกลางความกลัวที่จะผิดหวังทั้งที่ในที่สุดก็ต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี ถอดหน้ากากออกดีไหม
จะเป็นไรไป หากใครจะอ่านสายตาของเราได้หรือแม้แต่จะมองทะลุถึงใจของเรา เพราะเมื่อใดก็ตาม ที่เราไม่ต้องปิดบังอำพรางไม่ต้องไว้ท่าไว้ทางหรือมีเล่ห็เหลี่ยมใด ๆ เมื่อนั้นใจของเราย่อมมีพลังอย่างเต็มที่ที่จะสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้บังเกิดขึ้น เช่น ทีปายนดาบส มัณทัพยพราหมณ์ และภรรยาซึ่งต่างค้นพบพลังแห่งความจริงใจ เป็นพลังที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย เป็นธรรมชาติแต่มีอานุภาพเหลือประมาณ