ดาเนียลพิพากษาคดีของนางสุสันนา

foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

ดาเนียลพิพากษาคดีของนางสุสันนาa
13    1ชายผู้หนึ่งชื่อโยอาคิมอยู่ที่กรุงบาบิโลน 2เขาแต่งงานกับหญิงรูปงาม ยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้าคนหนึ่ง นางชื่อสุสันนา เป็นบุตรหญิงของฮิลคียาห์  3บิดามารดาของนางเป็นผู้ชอบธรรม อบรมบุตรหญิงของตนตามธรรมบัญญัติของโมเสส 4ส่วนโยอาคิมเป็นคนร่ำรวยมาก มีสวนอยู่ใกล้บ้าน ชาวยิวมักมาเยี่ยมเขา เพราะเขาเป็นผู้น่าเคารพนับถือมากกว่าผู้อื่น 5ปีนั้น ผู้อาวุโสสองคนได้รับเลือกเป็นผู้พิพากษา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสถึงคนสองคนนี้ว่า “ความชั่วร้ายออกมาจากกรุงบาบิโลนทางผู้อาวุโสผู้พิพากษาซึ่งทำตนเป็นผู้นำประชากร”b 6ผู้อาวุโสทั้งสองคนนี้มักไปที่บ้านของโยอาคิม และทุกคนที่มีคดีพิพาทมักนำคดีมาให้เขาชำระความที่นั่น 7เวลาประมาณเที่ยงวัน เมื่อประชาชนกลับไปบ้านแล้ว นางสุสันนามักเข้าไปเดินเล่นในสวนของสามี 8ผู้อาวุโสทั้งสองคนเห็นนางเข้าไปเดินเล่นในสวนทุกวัน ก็เกิดความปฏิพัทธ์ต่อนางอย่างรุนแรง 9เขาสูญเสียสัมปชัญญะ หันสายตาไม่มองดูเบื้องบน ลืมการวินิจฉัยที่ถูกต้อง 10เขาทั้งสองคนหลงรักนาง แต่ไม่ปริปากบอกความทรมานใจแก่กัน 11เพราะรู้สึกละอายที่จะเปิดเผยว่าตนปรารถนาจะมีเพศสัมพันธ์กับนาง 12เขาปรารถนาจะเห็นนางมากขึ้นทุกวัน 13วันหนึ่ง เขาพูดกันว่า “เราจงกลับไปบ้านเถิด ถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้ว” 14แต่เขาทั้งสองคนต่างก็กลับมาและพบกันอีก จึงถามกันถึงสาเหตุที่กลับมา ต่างคนต่างยอมรับว่าตนมีความปฏิพัทธ์ต่อนางอย่างรุนแรง แล้วตกลงกันจะหาโอกาสพบนางตามลำพัง 15ต่อมาวันหนึ่ง ขณะที่เขาทั้งสองคนคอยหาโอกาส นางสุสันนาก็เข้ามาในสวนตามปรกติ มีสาวใช้เพียงสองคนตามมาด้วย นางคิดจะอาบน้ำในสวน เพราะวันนั้นอากาศร้อน 16ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย นอกจากผู้อาวุโสทั้งสองคนนี้ที่แอบดูนาง 17นางสุสันนาบอกสาวใช้ว่า “จงนำน้ำมันกับเครื่องหอมมาเถิด จงปิดประตูสวนด้วย เพราะฉันต้องการอาบน้ำ” 18สาวใช้ทำตามที่นางสั่ง ปิดประตูสวนแล้วเข้าไปในบ้านทางประตูด้านข้างเพื่อนำสิ่งของที่นางต้องการมาให้ โดยไม่รู้ว่าผู้อาวุโสทั้งสองคนซ่อนตัวอยู่ในสวน
    19เมื่อสาวใช้ออกไป ผู้อาวุโสทั้งสองคนก็ลุกขึ้น วิ่งเข้าไปหานาง กล่าวว่า 20นี่แน่ะ ประตูสวนก็ปิดแล้ว ไม่มีใครเห็นเรา พวกเรามีความปฏิพัทธ์ต่อเธออย่างรุนแรง จงมานอนกับเราเถิด 21ถ้าเธอไม่ยอม เราจะเป็นพยานกล่าวหาเธอ บอกว่าหนุ่มคนหนึ่งอยู่กับเธอ เธอจึงสั่งสาวใช้ให้ออกไป” 22นางสุสันนาถอนใจใหญ่พูดว่า “ฉันเข้าที่อับจนเสียแล้ว ถ้าฉันยอม ฉันก็ต้องตายc ถ้าฉันไม่ยอม ฉันก็หนีไม่พ้นมือของท่าน 23แต่ให้ฉันตกอยู่ในมือของท่านโดยไม่ทำผิดดีกว่าจะทำบาปเฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า” 24แล้วนางสุสันนาก็ร้องตะโกนดังสุดเสียง ผู้อาวุโสทั้งสองคนก็ร้องตะโกนปรักปรำนางด้วย 25คนหนึ่งวิ่งไปเปิดประตูสวน 26เมื่อคนในบ้านได้ยินเสียงร้องดังในสวน ก็รีบวิ่งเข้าไปทางประตูด้านข้างเพื่อดูว่าอะไรเกิดขึ้น 27เมื่อผู้อาวุโสเล่าเรื่องของตน บรรดาผู้รับใช้รู้สึกอับอายมาก เพราะไม่เคยมีผู้ใดกล่าวหานางสุสันนาเช่นนั้นมาก่อนเลย
    28วันรุ่งขึ้น เมื่อประชาชนมาชุมนุมกันที่บ้านของโยอาคิมสามีของนาง ผู้อาวุโสทั้งสองคนก็มาด้วย เขามีเจตนาร้ายที่จะกล่าวหานางสุสันนาให้รับโทษถึงตาย 29เขากล่าวต่อหน้าประชาชนว่า “จงส่งคนไปตามนางสุสันนา บุตรหญิงของฮิลคียาห์ ภรรยาของโยอาคิมมาเถิด” เขาส่งคนไปตามหานาง 30นางก็มาพร้อมกับบิดามารดา บรรดาบุตรและญาติพี่น้องทุกคน 31นางสุสันนามีรูปร่างสวยและใบหน้างดงาม 32นางมีผ้าคลุมใบหน้า คนใจชั่วทั้งสองคนจึงสั่งให้เปิดผ้าคลุมหน้าออกเพื่อตนจะได้ชมความงามของนาง 33ญาติพี่น้องและทุกคนที่เห็นนางก็ร้องไห้ 34ผู้อาวุโสทั้งสองคนยืนขึ้นในหมู่ประชาชน เอามือวางบนศีรษะของนางd  35นางสุสันนาร้องไห้ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม 36ผู้อาวุโสพูดว่า “ขณะที่พวกเรากำลังเดินอยู่ในสวนตามลำพัง หญิงผู้นี้ก็เข้ามาในสวนพร้อมกับสาวใช้สองคน นางปิดประตูสวน สั่งสาวใช้ให้ออกไป 37แล้วชายหนุ่มคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาพบและนอนกับนาง 38พวกเราอยู่ที่มุมสวนเห็นการกระทำน่าบัดสีเช่นนี้ จึงวิ่งเข้าไปที่เขาทั้งสองคน 39ก็เห็นเขานอนอยู่ด้วยกัน เราพยายามจับตัวหนุ่มคนนั้น แต่เขาแข็งแรงกว่าเรา เขาเปิดประตูแล้ววิ่งหนีไป 40พวกเราจับหญิงผู้นี้ไว้ ถามว่าหนุ่มคนนั้นเป็นใคร 41แต่นางไม่ยอมบอกเรา เราเป็นพยานยืนยันเรื่องนี้”
    ทุกคนที่มาประชุมกันเชื่อเขา เพราะเขาเป็นผู้อาวุโสผู้พิพากษาประชากร จึงตัดสินลงโทษให้ประหารชีวิตนาง 42นางสุสันนาร้องตะโกนดังสุดเสียงว่า “ข้าแต่พระเจ้านิรันดร พระองค์ทรงทราบความลับทุกประการ และทรงทราบทุกสิ่งก่อนที่จะเกิดขึ้น 43พระองค์ทรงทราบว่าทั้งสองคนนี้กล่าวเท็จปรักปรำข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะต้องตายทั้งๆที่ไม่ได้ทำสิ่งใดผิดดังที่เขาเหล่านี้กล่าวร้ายปรักปรำข้าพเจ้า”
    44องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงฟังเสียงของนาง 45ขณะที่เขากำลังนำนางไปประหารชีวิต พระเจ้าทรงดลใจชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อดาเนียล 46เขาร้องตะโกนเสียงดังว่า “ข้าพเจ้าไม่ยอมมีส่วนร่วมในความตายของหญิงผู้นี้” 47ประชาชนทุกคนหันไปถามเขาว่า “ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” 48ดาเนียลยืนอยู่ในหมู่คนทั้งหลาย พูดว่า “ชาวอิสราเอลเอ๋ย ทำไมท่านจึงโง่เขลาเช่นนี้ เหตุใดท่านจึงตัดสินลงโทษหญิงชาวอิสราเอลคนหนึ่งโดยไม่สืบสวนความจริงเสียก่อนเล่า 49จงกลับไปพิจารณาคดีเถิด เพราะคนเหล่านี้เป็นพยานเท็จปรักปรำนาง”
    50ประชาชนทุกคนก็รีบกลับไป บรรดาผู้อาวุโสพูดกับดาเนียลว่า “เชิญมานั่งกับพวกเรา  จงแสดงความคิดของท่านให้เราฟังเถิด เพราะพระเจ้าประทานความเฉลียวฉลาดเยี่ยงผู้อาวุโสให้แก่ท่าน” 51ดาเนียลตอบเขาว่า “จงแยกสองคนนี้ให้อยู่คนละแห่ง แล้วข้าพเจ้าจะสอบสวนเขา”  52เมื่อแยกทั้งสองคนจากกันแล้ว ดาเนียลก็เรียกคนหนึ่งมาถามว่า “ท่านนี่ ยิ่งแก่ก็ยิ่งชั่ว บัดนี้ บาปที่ท่านเคยทำในอดีตก็ปรากฏให้เห็น 53ท่านเคยตัดสินคดีอย่างอยุติธรรม ลงโทษคนบริสุทธิ์ และยกโทษให้ผู้ทำผิด ทั้งๆที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า ‘อย่าประหารชีวิตผู้ชอบธรรมและบริสุทธิ์’ 54บัดนี้ ถ้าท่านเห็นหญิงคนนี้จริงๆ จงบอกซิว่า ท่านเห็นเขาทั้งสองคนอยู่ด้วยกันใต้ต้นไม้อะไร” เขาตอบว่า “ใต้ต้นยาง”e 55ดาเนียลพูดว่า “โดยแท้จริงแล้ว ท่านพูดเท็จกล่าวโทษตนเอง ทูตสวรรค์ของพระเจ้าจะผ่าท่านเป็นสองส่วนตามพระบัญชาของพระองค์” 56ดาเนียลส่งเขากลับไปยังที่ของตน สั่งให้นำอีกคนหนึ่งออกมา พูดว่า “ท่านนี่เป็นเชื้อสายชาวคานาอัน ไม่ใช่ชาวยูดาห์ ความงดงามหลอกลวงท่าน ตัณหาทำให้ใจของท่านหลงผิดไป 57ท่านทั้งสองคนเคยทำเช่นนี้กับบุตรหญิงชาวอิสราเอล และเขาเหล่านั้นยอมทำตามใจท่านเพราะความกลัว   แต่บุตรหญิงชาวยูดาห์ผู้นี้ทนความชั่วร้ายของท่านไม่ได้ 58บัดนี้ จงบอกมาซิ ท่านพบเขาทั้งสองคนอยู่ด้วยกันใต้ต้นไม้อะไร” เขาตอบว่า “ใต้ต้นโอ๊ค” 59ดาเนียลจึงพูดว่า “โดยแท้จริงแล้ว ท่านพูดเท็จกล่าวโทษตนเอง ทูตสวรรค์ของพระเจ้าถือดาบคอยฟันท่านเป็นสองท่อน ท่านทั้งสองคนจะต้องตายแน่”
    60คนทั้งหลายที่ชุมนุมกันต่างตะโกนเสียงดังด้วยความยินดี ถวายพระพรแด่พระเจ้าผู้ทรงช่วยผู้วางใจในพระองค์ให้รอดพ้น 61เขาทั้งหลายรุมกล่าวโทษผู้อาวุโสทั้งสองคน เพราะดาเนียลทำให้เขาต้องยอมสารภาพว่าได้เป็นพยานเท็จ ประชาชนจึงลงโทษเขาเช่นเดียวกับที่เขาพยายามทำกับผู้อื่น 62โดยประหารชีวิตคนทั้งสองตามที่ธรรมบัญญัติของโมเสสกำหนดไว้ ในวันนั้นผู้บริสุทธิ์ก็ได้รอดชีวิต 63ฮิลคียาห์และภรรยาสรรเสริญพระเจ้าที่ทรงช่วยนางสุสันนาบุตรหญิงของตน โยอาคิมผู้เป็นสามีและญาติพี่น้องทุกคนก็สรรเสริญพระเจ้าเช่นเดียวกัน เพราะทุกคนเห็นว่านางเป็นผู้บริสุทธิ์ มิได้ทำความผิดน่าละอายประการใดเลย
    64ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ประชาชนต่างยกย่องนับถือดาเนียลอย่างยิ่ง