แผนกคริสตศาสนธรรม  อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

วันจันทร์ สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์

พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญยอห์น (ยน 12:1-11)                                                                                 

หกวันก่อนฉลองปัสกา พระเยซูเจ้าเสด็จไปที่หมู่บ้านเบธานี ตำบลที่อยู่ของลาซารัสที่พระองค์ทรงทำให้กลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย ผู้คนที่นั่นจัดงานเลี้ยงเป็นเกียรติแด่พระองค์ มารธาคอยรับใช้ ขณะที่ลาซารัสเป็นคนหนึ่งที่ร่วมโต๊ะกับพระองค์ด้วย มารีย์ใช้น้ำมันหอมสมุนไพรบริสุทธิ์ราคาแพงหนักหนึ่งปอนด์ชโลมพระบาทของพระเยซูเจ้า และใช้ผมเช็ดพระบาท กลิ่นน้ำมันหอมอบอวลไปทั่วบ้าน ยูดาส อิสคาริโอท ศิษย์คนหนึ่งที่จะทรยศต่อพระองค์พูดว่า “ทำไมไม่เอาน้ำมันหอมนี้ไปขายราคาสามร้อยเหรียญ แล้วนำเงินไปแจกให้คนยากจน” ที่เขาพูดเช่นนี้มิใช่เพราะเขาห่วงใยคนยากจน แต่เพราะเขาเป็นขโมย เขาเป็นผู้ถือถุงเงินและยักยอกเงินในถุงนั้น พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “ช่างเถิด ปล่อยให้นางเก็บน้ำมันหอมนี้ไว้สำหรับวันฝังศพของเรา คนยากจนนั้นอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอ แต่เราจะไม่อยู่กับท่านตลอดไป”

ชาวยิวจำนวนมากรู้ว่าพระองค์ประทับอยู่ที่นั่น จึงมา มิใช่เพียงเพื่อเฝ้าพระเยซูเจ้า แต่เพื่อมาดูลาซารัส ซึ่งพระองค์ได้ทรงทำให้กลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย บรรดาหัวหน้าสมณะจึงตกลงกันจะฆ่าลาซารัสด้วย เพราะลาซารัสทำให้ชาวยิวจำนวนมากไปเฝ้าพระเยซูเจ้าและเชื่อในพระองค์


ยน 12:1-11 พระวรสารแต่ละฉบับต่างก็บันทึกเรื่องราวของหญิงที่ชโลมพระบาทของพระเยซูเจ้า แต่มีเพียงพระวรสารของนักบุญยอห์นเท่านั้นที่ระบุว่าเธอคือใคร นักบุญยอห์นบอกเราว่า หญิงผู้นี้คือมารีย์แห่งเบธานี น้องสาวของลาซารัสที่พระเยซูเจ้าทรงปลุกให้ฟื้นจากความตายในบทที่ผ่านมา


ยน 12:5-6 สามร้อยเหรียญ : เงินหนึ่งเหรียญคือค่าตอบแทนสำหรับแรงงานหนึ่งวัน ดังนั้นเงินสามร้อยเหรียญก็คือเงินค่าแรงของเกือบตลอดปี 


ยน 12:7 สำหรับวันฝังศพของเรา : การเจิมนี้เป็นการบอกล่วงหน้าถึงการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า จารีตพิธีของชาวยิวกำหนดให้มีการเจิมศพก่อนการฝัง แต่ด้วยเหตุที่พระคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์ก่อนถึงวันสับบาโต พระกายของพระองค์จึงทรงถูกฝังโดยมิได้รับการเจิม

การแสดงองค์ของพระเยซูเจ้าหลังจากทรงคืนพระชนมชีพ

  CCC ข้อ 641 มารีย์ชาวมักดาลาและบรรดาสตรีผู้ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตั้งใจมาที่พระคูหาเพื่อชโลมพระศพของพระเยซูเจ้า ที่ถูกฝังอย่างเร่งรีบเพราะวันสับบาโตเริ่มแล้วตั้งแต่เย็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์เป็นคนกลุ่มแรกที่พบพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว ดังนี้ บรรดาสตรีเหล่านี้จึงเป็นคนแรกที่บอกข่าวการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้าแก่บรรดาอัครสาวกเอง หลังจากนั้นพระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์ ก่อนอื่นแก่เปโตร แล้วจึงทรงแสดงพระองค์แก่อัครสาวกสิบสองคน ดังนั้นเปโตรที่พระคริสตเจ้าทรงเรียกมาให้เสริมความเชื่อของบรรดาพี่น้องจึงเห็นพระองค์ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพก่อนพี่น้องคนอื่น และบรรดาศิษย์ก็ประกาศตามคำยืนยันของเขาว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วจริงๆ และทรงสำแดงพระองค์แก่ซีโมน” (ลก 24:34)


ยน 12:8 การให้ความช่วยเหลือตามความต้องการของคนยากจนเป็นคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ และบ่อยครั้งพระคริสตเจ้ามักตรัสว่าคนยากจนและคนขัดสนของโลกก็คือพระองค์เอง (เทียบ มธ 25:40) แต่แน่นอนว่าการแสดงความใจกว้างกับพระเจ้านั้นไม่ได้ลดคุณค่าของคนที่ขัดสนลงแต่อย่างใด

ความรักต่อผู้ยากไร้

  CCC ข้อ 2449 นับตั้งแต่พันธสัญญาเดิมมาแล้ว ข้อกำหนดทางกฎหมายนานาชนิด (ปีปลอดหนี้ ข้อห้ามให้ยืมโดยคิดดอกเบี้ยและยึดของประกันข้อบังคับให้จ่ายภาษีหนึ่งในสิบ ให้จ่ายค่าจ้างประจำวันแก่ลูกจ้าง สิทธิให้คนยากจนไปเก็บข้าวตกและผลองุ่นตกค้าง) สอดคล้องกับคำแนะนำของหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติที่ว่า “ในแผ่นดินจะยังคงมีคนยากจนอยู่เสมอ ข้าพเจ้าจึงสั่งให้ท่านมีใจเอื้อเฟื้อต่อพี่น้องที่ยากจนและขัดสนในแผ่นดินของท่าน” (ฉธบ 15:11) พระเยซูเจ้าก็ตรัสเช่นเดียวกันว่า “คนยากจนนั้นอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอ แต่เราจะไม่อยู่กับท่านตลอดไป” (ยน 12:8) พระวาจาของพระองค์จึงไม่ทำให้คำกล่าวอย่างรุนแรงของบรรดาประกาศกหมดลดพลังลง “เราจะได้ใช้เงินซื้อคนจน และใช้รองเท้าสานคู่หนึ่งซื้อคนขัดสน” (อมส 8:6) แต่ทรงเชิญเราให้ยอมรับว่าพระองค์ประทับอยู่ในคนยากจนซึ่งเป็นพี่น้องของพระองค์ นักบุญโรซาแห่งกรุงลีมาได้ตอบคุณแม่เมื่อคุณแม่ดุท่านที่ได้นำคนยากจนและคนเจ็บป่วยเข้ามาในบ้านว่า “เราเป็นกลิ่นหอมของพระคริสตเจ้าเมื่อเรารับใช้คนเจ็บป่วย”


ยน 12:9-11 ลาซารัสคือเป้าหมายของฝ่ายศัตรูของพระคริสตเจ้า เพราะมีหลายคนกลับใจจากการฟื้นคืนชีพของเขา แม้แต่การฟื้นคืนชีพจากความตายก็ไม่ได้ทำให้พวกมหาสมณะเชื่อเพราะจิตใจของพวกเขาแข็งกระด้าง การกลับใจเรียกร้อง “ดวงใจใหม่” ที่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยความเชื่อและพระหรรษทานของพระเจ้า

การกลับใจภายใน

CCC ข้อ 1432 หัวใจของมนุษย์มักจะเย็นชาและดื้อด้าน พระเจ้าจึงจำต้องประทานใจใหม่แก่มนุษย์ การกลับใจก่อนอื่นจึงเป็นงานของพระหรรษทานของพระเจ้าผู้ทรงบันดาลให้จิตใจของเรากลับมาหาพระองค์ “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายให้กลับมาพบพระองค์ แล้วข้าพเจ้าทั้งหลายก็จะกลับมา” (พคค 5:21) พระเจ้าประทานพลังให้เราเพื่อเราจะได้เริ่มต้นใหม่ เมื่อใจของเราค้นพบความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ย่อมรู้สึกสะเทือนใจต่อความน่าเกลียดและความหนักของบาป และเริ่มมีความกลัวที่จะทำบาปให้เคืองพระทัยพระเจ้าและต้องแยกไปจากพระองค์ ใจของมนุษย์ย่อมเปลี่ยนแปลงเมื่อหันมองดูพระองค์ที่บาปของเราได้เสียบแทง “เราจงเพ่งมองดูพระโลหิตของพระคริสตเจ้าและจงยอมรับว่าพระโลหิตนี้ประเสริฐเพียงไรสำหรับพระเจ้าพระบิดาของพระองค์ พระโลหิตนี้ได้หลั่งออกเพื่อความรอดพ้นของเราและนำพระหรรษทานการเป็นทุกข์กลับใจมาให้มนุษย์ทั้งโลก”

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)