d73fd492b1aa800f9efc845719b64bd5

ทูตสวรรค์กาเบรียลกล่าวทักทายพระนางมารีย์ เมื่อมาแจ้งข่าวถึงการที่พระนางจะเป็นมารดาของพระเยซูเจ้า ที่บรรดาคาทอลิกของเราส่วนมากคุ้นเคยดี เพราะสะท้อนอยู่ในบทภาวนาที่มีชื่อของคาทอลิก คือ บทวันทามารีย์ “วันทามารีย์ ผู้ที่พระเจ้าทรงโปรดปราน (ผู้เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน) องค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตกับท่าน” (ลก 1:28)

คำต่าง ๆ ที่ตามมาในบทสวดนั้นก็มาจากพระคัมภีร์ ที่นางเอลีซาเบทกล่าวทักทายพระนางมารีย์ในเวลาต่อมาว่า “เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใด ๆ แล้วลูกของเธอก็ได้รับพระพรด้วย” (ลก 1:42) แล้วบุตรของเธอได้รับขนานนามว่า “เยซู”  จากนั้นบทสวดต่อด้วย “สันตะมารีย์มารดาพระเจ้า” ซึ่งอ้างถึงสถานะของเธอที่เป็นสตรีผู้ให้กำเนิดพระบุตรของพระเจ้า (กท 4:4) (ดู “ทำไมพระนางมารีย์ถูกเรียกว่า “มารดาพระเจ้า” ในบทภาวนานี้ขอให้พระนางวอนขอเพื่อเราด้วย “โปรดภาวนาเพื่อเราคนบาป บัดนี้และเมื่อจะตายเทอญ” (ดู “เหตุใดบรรดาคาทอลิกสวดภาวนาต่อบรรดานักบุญและบรรดาทูตสวรรค์” H-4)

บทวันทามารีย์ เป็นบทภาวนาที่สำคัญบทหนึ่งแห่งความศรัทธาของคาทอลิก ที่เรารู้จักกันในนาม สายประคำ

นี่เป็นแนวบทสวดที่ซ้ำแล้วซ้ำอีก (“เหตุใดบรรดาคาทอลิกจึงสวดบทภาวนาซ้ำแล้วซ้ำอีก” J-2) ซึ่งตามปกติมีการนับเม็ดที่ร้อยกันไว้ เพื่อช่วยให้ผู้สวดภาวนาต่อไปอย่างถูกต้อง

ยังมีบทสวดอีกสองบท ที่เป็นจุดศูนย์กลางการสวดสายประคำ บทแรกคือ ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย (บทภาวนาที่พระเยซูเจ้าทรงสอนไว้) ซึ่งถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ตามที่พระคริสตเจ้าทรงสอน (มธ 6:9-13) บทที่สองคือ พระสิริรุ่งโรจน์ เป็นการแสดงออกในสมัยโบราณถึงการสรรเสริญพระตรีเอกภาพ  “พระสิริรุ่งโรจน์แด่พระบิดา พระบุตร และพระจิต เหมือนในปฐมกาล บัดนี้และตลอดนิรันดร อาแมน” คำต่าง ๆ เหล่านี้เป็นส่วนของบทภาวนาต่าง ๆ และข้อความต่าง ๆ ในพระคัมภีร์ (มธ 28:19; รม 16:27; ยด 25)

การสวดสายประคำรวมถึงการสวดบทข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้า เป็นบทภาวนาแรก ๆ ของพระศาสนจักรที่ทำออกมาเพื่อประกาศถึงความเชื่อ  ในที่สุด บรรดาคาทอลิกอาจจะเพิ่มเติมการวอนขอส่วนบุคคลเข้าไปด้วยเมื่อสวดสายประคำ                                                                                                                                

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของการภาวนาเสริมสร้างความศรัทธาเป็นเรื่องตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม การสวดสายประคำเป็นมาอย่างไรจนถึงสมัยเราปัจจุบันไม่แจ้งชัด ตามธรรมเนียมแห่งความศรัทธา พระนางมารีย์มอบสายประคำให้กับนักบุญดอมินิก พร้อมกับให้คำแนะนำในการใช้ แต่นั่นก็เป็นเพียงประวัติศาสตร์สมัยก่อน ชื่อ “สายประคำ” หมายถึง “สวนกุหลาบ” มาจาก มีการถวายช่อดอกไม้แห่งการภาวนาต่อพระนางมารีย์ 

ข้ออ้างอิงในพระคัมภีร์ :

  • (มธ 6:9-13) “เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงอธิษฐานภาวนาดังนี้ “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ   พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดิน เหมือนในสวรรค์   โปรดประทานอาหารประจำวัน แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้   โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น    โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ”
  • (มธ 28:19) “เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขาเดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต”
  • (ลก 1:28) “ทูตสวรรค์เข้าในบ้านกล่าวกับพระนางว่า “จงยินดีเถิด ท่านผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน พระเจ้าสถิตอยู่กับท่าน”
  • (ลก 1:42) “ร้องเสียงดังว่า “เธอได้รับพระพรยิ่งกว่าหญิงใดๆ และลูกของเธอก็ได้รับพระพรด้วย”
  • (รม 16:27) “ขอพระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระเจ้าผู้ทรงพระปรีชาญาณ แต่เพียงพระองค์เดียว โดยทางพระเยซูคริสตเจ้า ขอพระองค์ทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ตลอดนิรันดร อาเมน”
  • (กท 4:4) “แต่เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์ให้มาบังเกิดจากหญิงผู้หนึ่ง เกิดมาอยู่ใต้ธรรมบัญญัติ”
  • (ยด 25) “แด่พระองค์แต่เพียงพระองค์เดียวผู้ทรงเป็นพระเจ้า ผู้ทรงช่วยเราให้รอดพ้น อาศัยพระบารมีของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระสิริรุ่งโรจน์ พระบารมียิ่งใหญ่ พระเดชานุภาพและพระฤทธานุภาพ จงมีแด่พระองค์ ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตตลอดนิรันดร  อาแมน”

ทั่วไป

  • (รม 11:36) “ข้าพเจ้าจึงถามต่อไปว่า “จริงหรือที่ชาวอิสราเอลสะดุดล้มอยู่เช่นนั้นตลอดไป ไม่ใช่เลย แต่เพราะพวกเขาสะดุดล้ม ความรอดพ้นจึงมาถึงชนต่างชาติ เพื่อให้ชาวอิสราเอลเกิดความอิจฉา”
  • (กท 1:5) “ขอพระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระองค์ตลอดนิรันดร อาเมน”
  • (อฟ 3:21) “ขอพระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระองค์ในพระศาสนจักร และในพระคริสตเยซู ทุกยุคสมัยตลอดนิรันดร อาเมน”

 

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก : 

 

II. ความศรัทธาต่อพระนางพรหมจารี

  • ข้อ 971 : “ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข” (ลก 1:48) “ความเลื่อมใสศรัทธาของพระศาสนจักรต่อพระนางพรหมจารีมารีย์เกี่ยวข้องกับธรรมชาติเองของคารวกิจของคริสตชน”   พระนางพรหมจารี “ได้รับความเคารพเป็นพิเศษจากพระศาสนจักร และนับตั้งแต่แรกเริ่มแล้วพระนางทรงได้รับความเคารพในตำแหน่ง ‘มารดาพระเจ้า’ และบรรดาผู้มีความเชื่อต่างพากันหลบมาขอความคุ้มครองของพระนางจากภยันตรายและในความต้องการต่างๆ [...] การแสดงคารวะเช่นนี้ [...] แม้จะเป็นการแสดงคารวะอย่างพิเศษ ก็ยังมีความแตกต่างในสาระสำคัญจากการแสดงคารวะต่อพระเจ้าที่พระศาสนจักรแสดงต่อพระวจนาตถ์ผู้ทรงรับสภาพมนุษย์ ต่อพระบิดา และต่อพระจิตเจ้า ที่การแสดงคารวะต่อพระนางมารีย์นี้ช่วยส่งเสริมอย่างมากด้วย”  การแสดงคารวะเช่นนี้แสดงออกในการฉลองตามพิธีกรรมที่ถวายแด่พระมารดาของพระเจ้า  และในบทภาวนาแด่พระนางมารีย์ เช่น การสวดสายประคำ ซึ่งเป็นเสมือน “การย่อความพระวรสารทั้งหมด”
  • ข้อ 2676 : แนวความคิดทั้งสองแนวของการอธิษฐานภาวนาต่อพระนางมารีย์นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในบท “วันทามารีย์”
  • “วันทามารีย์” (แปลตามตัวอักษรว่า “จงยินดีเถิด มารีย์”) บท“วันทามารีย์” เริ่มด้วยคำทักทายของทูตสวรรค์กาเบรียล พระเจ้าเองทรงทักทายพระนางมารีย์ผ่านทางทูตสวรรค์ของพระองค์  คำภาวนาของเรากล้านำคำทักทายพระนางมารีย์นี้มาใช้อีกครั้งหนึ่งโดยคิดถึงการที่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์  และชื่นชมยินดีเหมือนกับที่ทรงยินดีในพระนาง 
  • “เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน พระเจ้าสถิดกับท่าน” คำทักทายของทูตสวรรค์ทั้งสองประโยคนี้อธิบายความหมายของกันและกัน พระนางมารีย์ทรงเปี่ยมด้วยพระหรรษทาน เพราะพระเจ้าประทับอยู่กับพระนาง พระหรรษทานที่พระนางได้รับอย่างเต็มเปี่ยมก็คือการที่พระองค์ผู้เป็นบ่อเกิดพระหรรษทานทั้งหมดประทับอยู่ด้วย “จงเปล่งเสียงยินดีเถิด […] ธิดาแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย […] องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเจ้าทรงอยู่ในเจ้า” (ศฟย 3:14,17) พระนางมารีย์ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ด้วย ทรงเป็นธิดาแห่งศิโยน เป็นหีบพันธสัญญา เป็นสถานที่ที่พระสิริรุ่งโรจน์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าประทับอยู่ด้วย พระนางทรงเป็น “ที่พำนักของพระเจ้าในหมู่มนุษย์” (วว 21:3) “เปี่ยมด้วยพระหรรษทาน” พระนางทั้งหมดเป็นของพระองค์ผู้เสด็จมาประทับอยู่ในพระนางซึ่งจะประทานพระองค์ให้แก่โลก
  • “ผู้ได้รับพระพรกว่าสตรีใดๆ และพระเยซูโอรสของท่าน ทรงได้รับพระพรยิ่งนัก” หลังคำทักทายของทูตสวรรค์ เรานำคำทักทายของนางเอลีซาเบธมาเป็นคำทักทายของเราด้วย นางเอลีซาเบธ “ได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม” (ลก 1:41) นางเป็นคนแรกในลำดับมนุษย์ทุกยุคทุกสมัยที่จะประกาศว่าพระนางมารีย์ได้รับพระพรเป็นสุข  “เธอเป็นสุขที่เชื่อ....” (ลก 1:45) พระนางมารีย์ “ได้รับพระพรกว่าสตรีใดๆ” เพราะได้เชื่อว่าพระวาจาของพระเจ้าจะสำเร็จเป็นจริง เพราะความเชื่อ อับราฮัมจึงเป็นผู้ที่ “บรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งสิ้นทั่วแผ่นดินจะได้รับพระพรเพราะท่าน” (ปฐก 12:3) อาศัยความเชื่อ พระนางมารีย์ก็เป็นมารดาของผู้มีความเชื่อทั้งหลายเพราะโดยทางพระนางชนทุกชาติทั่วแผ่นดินได้รับพระองค์ผู้ทรงเป็นพระพรจากพระเจ้า “พระเยซูโอรสของท่านทรงได้รับพระพรยิ่งนัก”
  • ข้อ 2677 : “สันตะมารีย์ พระมารดาพระเจ้า โปรดภาวนาเพื่อลูกทั้งหลาย....” เรารู้สึกแปลกใจเหมือนนางเอลีซาเบธ “ทำไมพระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเสด็จมาเยี่ยมข้าพเจ้า” (ลก 1:43) เพราะเหตุที่พระนางมารีย์ทรงให้พระเยซูพระบุตรของพระนางแก่เรา พระนางจึงเป็นพระมารดาพระเจ้าและพระมารดาของเรา เราจึงอาจฝากตัวเรา ความกังวลและความต้องการทุกอย่างของเราไว้กับพระนางและวอนขอได้ พระนางทรงวอนขอเพื่อเราเช่นเดียวกับเพื่อพระนางเอง “ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” (ลก 1:38) เราฝากตัวไว้กับคำวอนขอของพระนาง เรามอบตัวเราพร้อมกับพระนางไว้กับพระประสงค์ของพระเจ้า “พระประสงค์จงสำเร็จไปเถิด”
  • “โปรดภาวนาเพื่อลูกทั้งหลายผู้เป็นคนบาป บัดนี้และเมื่อจะตายเทอญ”  เมื่อวอนขอให้พระนางมารีย์ภาวนาเพื่อเรา เรายอมรับว่าเป็นคนบาปน่าสงสารและหันมาหา “พระมารดาผู้ทรงเมตตากรุณา” มาหาพระนางผู้ศักดิ์สิทธิ์อย่างสมบูรณ์ เราฝากตัวเราไว้กับพระนาง “บัดนี้” ในวันนี้ของชีวิตของเรา ความวางใจของเรายังขยายออกไปอีกเพื่อมอบ “เวลาที่เราจะสิ้นใจ” แก่พระนาง ณ บัดนี้ด้วย ขอให้พระนางอยู่กับเราในเวลานั้น เหมือนกับที่ได้ทรงอยู่กับพระบุตรเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และขอให้พระนางทรงรับเราเหมือนกับเป็นมารดาของเรา  และนำเราไปพบพระบุตรของพระนางในสวรรค์ด้วย
  • ข้อ 2678 : ความศรัทธาของคริสตชนพระศาสนจักรตะวันตกในสมัยกลางได้พัฒนาการสวดสายประคำขึ้นเป็นการทดแทนพิธีทำวัตรแบบชาวบ้าน ส่วนในพระศาสนจักรตะวันออก การภาวนาที่มีรูปแบบการตอบรับซ้ำๆกัน เช่น Akathistos และ Parklesis ยังคงเป็นรูปแบบการอธิษฐานภาวนาคล้ายกับการขับร้องทำวัตรในพระศาสนจักรต่างๆของจารีตไบซันทีน ขณะที่ธรรมประเพณีของพระศาสนจักรอาร์เมเนีย ค็อปต์ และซีเรียค ชอบบทเพลงสรรเสริญแบบชาวบ้านต่อพระมารดาพระเจ้ามากกว่า แต่บท “วันทามารีย์” บท Theotokia เพลงสรรเสริญของนักบุญเอเฟรมหรือเกรโกรีแห่งนาเร็ก ต่างยังรักษาธรรมประเพณีการอธิษฐานภาวนาที่มีรากฐานเดียวกัน

 

(Thingpen, P. and Armstrong, D. (2011) Inserts of the New Catholic Answer Bible. Indiana : Our Sunday Visitor Inc.)