6dfe41f24b8d00e0843565d4058c205a

ฮันนาห์ (Hannah)

 

อ้างอิงจากพระคัมภีร์: 1ซามูเอล 1-2

คุณธรรมอันโดดเด่น: ความคิดริเริ่ม

แนวคิดสู่การเป็นวีรบุรุษ:  ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ไม่ทรงทอดทิ้งผู้แสวงหาพระองค์เลย  (สดุดี 9:10)

 

กล้าที่จะก้าว

 

ฮันนาห์รู้สึกเศร้าโศกเสียใจ เพราะเธอแต่งงานมานานหลายปีแต่กลับไม่มีบุตรเลย เธอจึงวางแผนการหนึ่งขึ้นมา เพราะเชื่อว่านี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอได้มีบุตรไว้โอบกอดและมอบความรักอย่างที่ตั้งใจ

 

ทุกปี ครอบครัวของฮันนาห์จะเดินทางจากเมืองของตนขึ้นไปยังเมืองชิโลห์เพื่อนมัสการพระเจ้า ฮันนาห์เตรียมตัวพร้อมที่จะไปยังวิหาร และเธอก็เตรียมคำอธิษฐานภาวนาพิเศษไว้ด้วย

 

ฮันนาห์ตัดสินใจเดินเข้าไปในวิหารเพื่ออธิษฐานต่อพระเจ้า เธอร้องไห้อย่างขมขื่น พลางอธิษฐานทูลพระยาห์เวห์ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์จอมจักรวาล ดิฉันเป็นหญิงมีความทุกข์สาหัส โปรดฟังคำขอให้ได้ลูกชายด้วยเถิด หากพระองค์ทรงตอบคำอธิษฐาน ลูกชายคนนี้จะเป็นของพระองค์ตลอดชีวิตของเขา และหากพระองค์มอบลูกชายให้เป็นของขวัญ ข้าพระองค์ก็ขอถวายเขากลับคืนให้พระองค์เพื่อเป็นของขวัญแห่งการขอบพระคุณ"

 

ฮันนาห์ตั้งใจจะสวดอ้อนวอนเพิ่มเติม แต่สมณะเอลีกลับเข้าใจผิด คิดไปว่าเธอกำลังทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม

 

หญิงผู้โศกเศร้าเอ่ยขึ้นทันทีว่า "อย่าคิดว่าผู้รับใช้ผู้นี้ของท่านเป็นหญิงเหลวไหลเลย ที่ดิฉันอธิษฐานเช่นนี้ก็เพราะดิฉันเป็นทุกข์โศกเศร้ามาก"

 

สมณะดูเหมือนจะเข้าใจเธอ จึงพูดขึ้นว่า "ขอพระเจ้าประทานให้ตามที่เธอทูลขอจากพระองค์”

 

เป็นครั้งแรกที่ฮันนาห์รู้สึกว่าพระเจ้าอาจจะตอบรับคำอธิษฐานของเธอ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะไม่ถึงปี เธอก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ตั้งชื่อว่า ซามูเอล เธอคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิดจนกระทั่งเขาเติบโตพอที่จะทำตามคำสั่งได้

 

ฮันนาห์รักษาสัญญาตามที่พูดไว้ วันหนึ่ง เธอแต่งตัวให้ซามูเอลใส่ชุดที่ดูดีที่สุด หวีผมให้หล่อ แล้วจึงพาเขากลับไปยังเมืองชิโลห์

 

ฮันนาห์เดินเข้าไปหาสมณะเอลีด้วยความประหม่า แล้วกล่าวว่า "ดิฉันเคยมาที่นี่เพื่ออธิษฐานขอให้พระเจ้ามอบบุตรชายให้สักคน แล้วพระองค์ก็ประทานตามที่ขอ ดิฉันเคยสัญญาไว้ว่าหากได้บุตรชาย จะถวายเขากลับคืนให้รับใช้พระองค์ตลอดชีวิต วันนี้ดิฉันมาทำตามสัญญานั้น นี่คือซามูเอล ลูกชายของดิฉัน เขาพร้อมจะอยู่ช่วยงานท่านในวิหารแล้วค่ะ"

 

ฮันนาห์ร่วมนมัสการพระเจ้ากับซามูเอล ลูกชายของเธอ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินทางกลับบ้านและฝากซามูเอลให้อยู่ในความดูแลของเอลี

 

พระเจ้าทรงตอบแทนน้ำใจของฮันนาห์ด้วยการอวยพรให้เธอมีบุตรเพิ่มอีกหลายคน

 

ซามูเอล บุตรชายของเธอ เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในแผนงานของพระเจ้า และได้รับความเคารพนับถือจากทุกคน

 

เมื่อฮันนาห์เดินออกจากวิหาร เธออธิษฐานว่า "ข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในพระเจ้า พระองค์ทรงประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า พระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์แห่งอิสราเอลได้ทรงช่วยกู้ข้าพเจ้า ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์ ข้าพเจ้าเคยไร้บุตร แต่พระองค์กลับประทานให้ถึงเจ็ดคน พระองค์ทรงยกชูข้าพเจ้าและคืนเกียรติให้แก่ข้าพเจ้า ขอพระองค์โปรดคุ้มครองข้าพเจ้าและซามูเอล และทรงสัตย์ซื่อต่อเราดังเช่นที่พระองค์ทรงเป็นเสมอมา อาเมน"

 

คำอธิษฐานวอนขอบุตรของฮันนาห์ไม่ได้มีมนตร์วิเศษใดๆ แต่เธอเป็นคนรู้จักเริ่มต้น ซึ่งถือว่าเป็นคุณลักษณะอันกล้าหาญที่ทำให้เธอลงมือทำเป็นคนแรกจนนำไปสู่คำตอบแห่งคำอธิษฐาน เธอมีความกล้ามากพอที่จะขอสิ่งที่ปรารถนาจากพระเจ้า มีความถ่อมใจมากพอที่จะถวายบุตรชายคืนแด่พระองค์ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจมากพอที่จะยอมเสี่ยงต่อการถูกคนอื่นเข้าใจผิด

 

"ความริเริ่ม" อาจไม่ได้มีคำตอบสำหรับทุกสิ่ง แต่กล้าพอที่จะถามในเรื่องที่ต้องใช้ความกล้า ไม่เคยเรียกร้อง แต่เปี่ยมไปด้วยความหวัง จะเริ่มต้นขึ้นในยามที่คนอื่นถอยหนี และแม้จะรู้ว่าคำตอบอาจคือ "ไม่" แต่ก็พร้อมจะเอ่ยปากถามเพื่อความแน่ใจ

 

ฮันนาห์เป็นสตรีที่กล้าหาญและน่ายกย่อง ไม่ใช่เพียงเพราะเธอได้รับการอวยพรให้มีบุตรชาย แต่เพราะเธอเชื่อมั่นในพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวว่าจะตอบรับคำขอที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเธอ เธอเลือกที่จะเริ่มต้นลงมือทำด้วยความมุ่งมั่น และพระเจ้าก็ทรงตอบคำอธิษฐานของเธอ

 

เรียนรู้จากวีรสตรี

ความคิดริเริ่ม คือการลงมือทำในสิ่งที่ควรทำ และยังหมายถึงการมีความกล้าที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ ด้วย

1. ทำไมการกล้าทูลขอสิ่งสำคัญที่สุดจากพระเจ้าจึงต้องใช้ความกล้าหาญ

2. คุณรับมืออย่างไรเมื่อคำตอบจากพระเจ้าไม่เป็นอย่างที่ใจคิด

3. ความกล้าของฮันนาห์ช่วยให้คุณขยับเข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้นอย่างไร

 

ข้อคิดสะกิดใจ

เมื่อคุณอธิษฐาน จงทูลขอด้วยความมั่นใจ กล้าหาญ เปี่ยมด้วยหวัง และอดทน เพราะคำตอบจากพระเจ้านั้นดีที่สุดเสมอ

 

62bdfd298efa5a8ea43532724097d859