
แซมสัน (Samson)
อ้างอิงจากพระคัมภีร์: ผู้วินิจฉัย บทที่ 13-16
คุณธรรมอันโดดเด่น: พละกำลัง
แนวคิดสู่การเป็นวีรบุรุษ: พระยาห์เวห์ทรงเป็นพละกำลังและทรงเป็นโล่กำบังของข้าพเจ้า (สดุดี 28:7)
การใช้พรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้
แซมสันเป็นคนที่แข็งแรงที่สุดเท่าที่เคยเห็น เมื่อเขาเกิดมา เขาได้รับการถวายแด่พระเจ้า และมีกฎข้อหนึ่งที่เขาต้องปฏิบัติตาม คือ ห้ามตัดผม ด้วยการเชื่อฟังพระเจ้าในเรื่องนี้จะทำให้เขามีพละกำลังที่แข็งแกร่งเสมอ
ชาวฟิลิสเตียพยายามหาทางทำร้ายครอบครัวของอับราฮัมอยู่เสมอ แซมสันต้องการปกป้องครอบครัวของเขา เขาจึงใช้พละกำลังยกประตูเมืองฟิลิสเตียที่หนักมาก แล้วแบกขึ้นไปบนยอดเขา นอกจากนี้ แซมสันยังเผาพืชผลบางส่วนของชาวฟิลิสเตียด้วย พวกเขาจึงไม่พอใจแซมสัน
พวกเขาพยายามหาวิธีจับตัวแซมสัน แต่เขาแข็งแรงมาก จึงหนีรอดไปได้ทุกครั้ง
แซมสันพบหญิงคนหนึ่งชื่อเดลิลาห์ เขาคิดว่าตนเองรักเธอ แต่เดลิลาห์ไม่ได้รักแซมสัน เธอเป็นมิตรกับชาวฟิลิสเตีย
เมื่อชาวฟิลิสเตียรู้ว่าแซมสันรักเดลิลาห์มาก พวกเขาจึงมาหาเธอและพูดว่า “จงลวงถามเขาดูซิว่า กำลังมหาศาลของเขามาจากไหน และพวกเราจะเอาชนะเขาได้อย่างไร จึงจะมัดเขาไว้และควบคุมเขาได้ เราแต่ละคนจะให้เงินเธอมากว่าที่เธอต้องการ”
แซมสันมักจะพูดคุยกับเดลิลาห์เสมอ วันหนึ่งเธอถามเขาว่า “โปรดบอกดิฉันเถิดว่ากำลังมหาศาลของคุณมาจากไหน และจะต้องใช้อะไรมัดคุณจึงจะควบคุมคุณได้”
แซมสันรู้ว่าเธอกำลังพยายามลวงเขา จึงพูดว่า “คุณรู้จักคนที่ทำคันธนูและลูกธนูสำหรับล่าสัตว์ไหม ถ้าเอาสายธนูใหม่ๆ เจ็ดเส้นที่ยังไม่แห้งมัดข้าพเจ้าไว้ ข้าพเจ้าก็จะอ่อนกำลังลงและจะมีแรงเท่ากับคนอื่น”
เดลิลาห์เชื่อคำพูดของเขา เมื่อแซมสันหลับ นางจึงใช้เชือกเส้นหนามัดเขาไว้ แต่เมื่อเขาตื่นขึ้น เขาก็หักเชือกนั้นได้อย่างง่ายดาย ราวกับเป็นเพียงเส้นด้าย
เดลิลาห์พยายามอีกครั้ง และแซมสันก็บอกเธอว่า “หากเอาเชือกเส้นใหม่มัดเขา เขาจะอ่อนกำลังลง” แต่เมื่อเธอลองทำจริง ๆ กลับไม่เป็นเช่นนั้น
เดลิลาห์พยายามเป็นครั้งที่สาม และแซมสันบอกเธอว่า “ถ้าเธอเอาผมของเขาทอเข้ากับด้ายเส้นยืน เอาฟืมกระทบให้แน่น เขาก็จะอ่อนกำลังลง” แต่ครั้งนี้ก็ไม่ได้ผลเช่นกัน
เดลิลาห์งอนและพูดว่า “คุณบอกดิฉันได้อย่างไรว่าคุณรักดิฉัน ในเมื่อคุณยังมีความลับต่อดิฉัน คุณล้อดิฉันมาถึงสามครั้งแล้ว และคุณยังไม่ได้บอกดิฉันเลยว่ากำลังมหาศาลของคุณมาจากไหน”
วันหนึ่ง แซมสันมองเดลิลาห์แล้วเงียบไป เดลิลาห์รู้ทันทีว่าสิ่งที่เขากำลังจะพูดนั้นสำคัญมาก แซมสันเริ่มพูดว่า “ใบมีดไม่เคยโกนศีรษะของข้าพเจ้าเลย เพราะข้าพเจ้าเป็นนาศีร์ถวายแด่พระเจ้าตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ถ้าข้าพเจ้าถูกโกนผม พละกำลังของข้าพเจ้าจะถอยไปจากข้าพเจ้าและข้าพเจ้าจะอ่อนแอเหมือนกับคนอื่น”
นางเดลิลาห์เห็นว่าเขาเปิดใจบอกความจริงแก่เธอแล้ว จึงส่งคนไปเรียกหัวหน้าชาวฟิลิสเตีย และบอกทุกอย่างที่เธอรู้แก่พวกเขา จากนั้น ขณะที่แซมสันกำลังหลับ ชาวฟิลิสเตียก็โกนผมของเขา พละกำลังของเขาก็ถอยลง
เดลิลาห์ตะโกนขึ้นว่า “ชาวฟิลิสเตียมาแล้ว”
แซมสันลุกขึ้น แต่มีบางอย่างผิดปกติ เพราะพระเจ้าไม่ได้สถิตอยู่กับเขาอีกต่อไป
ชาวฟิลิสเตียจับตัวแซมสัน และให้เขาทำงานโม่แป้งอยู่ในคุก เขาเคยไม่เชื่อฟังพระเจ้า แต่ผมของเขาก็เริ่มยาวขึ้นทุกๆ วัน พระเจ้ากลับมาสถิตอยู่กับแซมสันอีกครั้ง ในที่สุด แซมสันได้ใช้พละกำลังเป็นครั้งสุดท้ายในวิหารของชาวฟิลิสเตีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเขาถวายเครื่องบูชาแด่เทพเจ้าดาโกน แซมสันยืนอยู่ระหว่างเสาสองต้น แล้วใช้มือดันเสาทั้งสองต้นอย่างสุดกำลัง ทำให้อาคารพังลงมาทับทุกคนที่อยู่ที่นั่น
พระเจ้าทรงสามารถใช้พลังของเราเพื่อทำสิ่งยิ่งใหญ่ได้ คุณสามารถจะเป็นนักร้อง ศิลปิน หรือนักกีฬา ก็ได้ จงใช้พลังของคุณเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า
บทเรียนจากวีรบุรุษ
แซมสันไม่ได้แข็งแรงเพียงเพราะเขามีผมยาว แต่เขาได้รับพลังจากพระเจ้าเมื่อเขาเชื่อฟังพระองค์
1. แซมสันเชื่อฟังพระเจ้าอย่างไร
2. ทำไมการฟังเดลิลาห์จึงเป็นความคิดที่ไม่ดี
3. เราจะเป็นผู้เข้มแข็งเพื่อพระเจ้าได้อย่างไร
ข้อคิดสะกิดใจ
พระเจ้าทรงใช้พลังของเราได้ หากเรายินดีมอบพลังนั้นเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์