
โยเคเบด (Jochebed)
อ้างอิงจากพระคัมภีร์ : หนังสืออพยพ บทที่ 1-6
คุณธรรมอันโดดเด่น : ความเคารพยำเกรง
แนวคิดสู่การเป็นวีรสตรี : "อย่าฆ่าคน" (อพยพ 20:13)
ช่วยลูกชายให้รอดชีวิต
กษัตริย์แห่งอียิปต์ทรงรู้สึกหวาดกลัว เนื่องจากเวลาผ่านไปหลายปีนับตั้งแต่ลูกหลานของอับราฮัมย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในอียิปต์ และในตอนนี้ พวกเขามีจำนวนมากมายเสียจนพระองค์ทรงกังวลว่า พวกเขาอาจจะมีกำลังกล้าแกร่งพอที่จะแย่งชิงอาณาจักรของพระองค์ไป
กษัตริย์แห่งอียิปต์ได้ทรงออกกฎที่โหดร้ายมากข้อหนึ่ง โดยมีกระแสรับสั่งว่า ทุกคนที่ช่วยเหลือหญิงชาวฮีบรูทำคลอด หากพบทารกที่คลอดออกมาเป็นเด็กผู้ชาย ก็ให้ฆ่าเด็กคนนั้นเสีย แต่ทว่าหญิงทำคลอดชาวฮีบรูมีความเกรงกลัวต่อพระเจ้ามากกว่ากษัตริย์ พวกนางจึงปฏิเสธที่จะฆ่าทารกเพศชายเหล่านั้น
เมื่อกษัตริย์ทรงทราบว่าเด็กทารกเพศชายเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ พระองค์ก็ทรงออกกฎที่โหดร้ายอีกข้อหนึ่ง โดยสั่งว่า เด็กผู้ชายทุกคนที่เกิดในตระกูลของอับราฮัมจะต้องถูกโยนทิ้งลงในแม่น้ำไนล์
โยเคเบดและอัมราม สามีของเธอ มีลูกด้วยกัน 3 คน คนโตคืออาโรนและมีเรียม โดยมีเรียมไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับกฎที่เลวร้ายนั้นเพราะเธอเป็นเด็กผู้หญิง ส่วนอาโรนก็ไม่ต้องกังวลเช่นกันเพราะเขาไม่ใช่เด็กทารกแล้ว แต่กฎที่เลวร้ายนี้หมายความว่า ถ้ามีใครพบตัวทารกน้อยโมเสส เขาอาจถูกฆ่าตายได้ เรื่องนี้ทำให้ครอบครัวของเขาทุกข์ใจเป็นอย่างมาก
โยเคเบดรู้ว่าพระเจ้าทรงเห็นคุณค่าของชีวิต เธอจึงรักและปกป้องชีวิตของลูกชายตัวน้อยของเธอด้วยเช่นกัน
ผู้เป็นแม่แอบซ่อนลูกชายของเธอไว้เป็นเวลาสามเดือน เพราะเธอคิดว่ากษัตริย์อาจจะเปลี่ยนใจเรื่องกฎที่เลวร้ายนั้น แต่ไม่นานนัก โมเสสน้อยก็โตเกินกว่าจะซ่อนต่อไปได้อีก
ครอบครัวนี้พยายามคิดหาทุกวิถีทางเพื่อที่จะรักษาชีวิตของสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในบ้านเอาไว้ ในที่สุด พวกเขาก็ตัดสินใจสานตะกร้าที่ลอยน้ำได้ขึ้นมาใบหนึ่งให้กับโมเสส โดยมี มีเรียม พี่สาวของทารกน้อยคอยเฝ้ามองดูตะกร้าใบนั้นค่อยๆ ลอยไปตามระลอกคลื่นอย่างนุ่มนวล ในแม่น้ำไนล์ใกล้ๆ กับพงอ้อ
เมื่อพระราชธิดาเสด็จมาสรงที่แม่น้ำ มีเรียมรู้สึกกลัวมาก สิ่งเดียวที่พี่สาวของโมเสสทำได้ในตอนนั้นคือ เฝ้าดูพระราชธิดามองดูตะกร้าที่ลอยน้ำอยู่ พระราชธิดาทรงสั่งให้นางกำนัลไปนำตะกร้าใบนั้นมาดูว่าเป็นอะไร
พระราชธิดาทรงเปิดตะกร้าออกดูและพบทารกเพศชายกำลังกะพริบตาสู้แสงแดดอยู่ เมื่อโมเสสเริ่มร้องไห้ มีเรียมที่แอบซ่อนอยู่ก็เผยตัวออกมา เธอรีบวิ่งเข้าไปหาพระราชธิดาแล้วทูลว่า "จะให้ดิฉันไปเรียกแม่นมชาวฮีบรูมาเลี้ยงเด็กนี้ให้พระองค์ไหมคะ”
พระราชธิดาทรงเห็นว่าเป็นความคิดที่ดี โดยที่พระนางไม่ทรงทราบเลยว่า โยเคเบด ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของทารกน้อยคนนั้น จะเป็นผู้ที่มาช่วยดูแลลูกชายของเธอเอง
โยเคเบด ยืนอยู่เบื้องหน้าพระราชธิดา พลางทอดสายตามองไปที่ลูกชายของเธอ พระราชธิดาจึงตรัสว่า “จงนำเด็กคนนี้ไปเลี้ยงให้ฉันเถิด ฉันจะให้ค่าจ้าง”
เมื่อโมเสสโตขึ้น เขาได้แยกจากพ่อ แม่ พี่สาว และพี่ชาย เพื่อไปอาศัยอยู่ในพระราชวัง เนื่องจากพระราชธิดาได้ทรงรับลูกหลานรุ่นเยาว์ของอับราฮัมคนนี้เป็นบุตรบุญธรรม และเมื่อโมเสสเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พระเจ้าก็ทรงใช้เขาให้ไปช่วยปลดปล่อยชนชาติของพระองค์ให้พ้นจากการเป็นทาส
กษัตริย์ทรงต้องการฆ่าทารกทุกคนรวมทั้งโมเสสด้วย เพราะทรงหวาดกลัวที่เห็นชาวฮีบรูมีจำนวนมากขึ้นและมีกำลังมากกว่า แต่พระเจ้าทรงช่วยชีวิตโมเสสเอาไว้ และทำให้เขาได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์อียิปต์
โยเคเบดเป็นผู้ที่เคารพในชีวิตและวางใจในพระเจ้า พระองค์จึงทรงให้เกียรติเธอสำหรับความศรัทธานั้น
พระเจ้าทรงต้องการให้เราเคารพในทุกชีวิต ซึ่งนั่นหมายถึง การให้เกียรติผู้ที่อาวุโสกว่า การแสดงความเมตตากรุณาต่อผู้ที่อ่อนวัยกว่า และการรักทุกคนโดยไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าพวกเขาจะมาจากไหนหรืออยู่ในครอบครัวใดก็ตาม
พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทุกคนขึ้นมา และพระองค์ทรงอยากให้เราเคารพให้เกียรติผู้อื่น เราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับทุกอย่างที่พวกเขาทำ เราจะรักพวกเขาในแบบที่พระองค์ทรงปรารถนาให้เราทำ
บทเรียนจากวีรสตรี
โยเคเบดคือวีรสตรีคนหนึ่ง เธอเป็นผู้ที่เคารพและเห็นคุณค่าของชีวิต จนทำให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า
1. อะไรคืออุปสรรคที่ทำให้เราแสดงความรักต่อคนที่มีความแตกต่างจากเราได้ยาก
2. คุณคิดว่าเพราะอะไรพระเจ้าถึงบอกให้เรารักคนอื่น
3. คุณจะแสดงความเคารพและให้เกียรติคนในครอบครัวได้อย่างไรบ้าง
ข้อคิดสะกิดใจ
โยเคเบดต้องการจะช่วยชีวิตลูกชายของเธอ และพระเจ้าก็ได้ทรงช่วยเหลือเธอ ซึ่งพระเจ้าก็สามารถช่วยให้คุณเคารพและเห็นคุณค่าของชีวิตได้เช่นกัน