แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

8090e4d5c1cd04611777e551f2657489

ยาโคบ (JACOB)

 

อ้างอิงจากพระคัมภีร์ : หนังสือปฐมกาล บทที่ 32

คุณธรรมอันโดดเด่น : มุ่งมั่นตั้งใจในหนทางของพระเจ้า

แนวคิดสู่การเป็นวีรบุรุษ : “ยาโคบตอบว่า ‘ข้าพเจ้าจะไม่ยอมปล่อยท่านไปจนกว่าท่านจะอวยพรข้าพเจ้า’” (ปฐก 32:27)

 

 

บันทึกการเดินทางและการเฝ้ารอคำอวยพร

ในอดีต ยาโคบมีนิสัยที่ไม่ดีอยู่อย่างหนึ่งคือ เขาชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมและหลอกลวงคนอื่น มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาแอบโกง เอซาว พี่ชายฝาแฝดของเขา โดยใช้แกงถั่วเพียงชามเดียวมาแลกกับสิทธิ์บุตรคนแรก จริงอยู่ที่ตอนนั้นเอซาวกำลังหิวโซจนหน้ามืด แต่การยอมสละสิทธิ์สำคัญของครอบครัวเพื่อแลกกับอาหารมื้อเดียว มันเป็นราคาที่แพงเกินไปจริงๆ มาดูกันว่าเหตุการณ์เป็นมาอย่างไร

 

เมื่ออิสอัคบิดาของพวกเขาแก่ชราและดวงตาพร่ามัวจนใกล้จะเสียชีวิต ท่านได้บอกให้เอซาวออกไปล่าสัตว์มาทำอาหารมื้ออร่อย เพื่อท่านจะได้ให้พรแก่เอซาวเป็นครั้งสุดท้าย แต่รู้ไหมว่ายาโคบทำอย่างไร เขาแอบนำเสื้อผ้าของพี่ชายมาใส่ ปลอมตัวเป็นเอซาว แล้วนำอาหารไปให้ แม้จะแปลกใจที่อาหารเสร็จเร็วกว่าปกติ แต่ด้วยสายตาที่มองไม่เห็น บิดาจึงหลงกลและมอบคำอวยพรทั้งหมดให้แก่ยาโคบแทน

 

การเป็นคนเจ้าเล่ห์ของยาโคบสร้างความโกรธแค้นให้พี่ชายเป็นอย่างมาก จนทำให้เขาต้องหนีออกจากบ้านเพื่อเอาชีวิตรอด

 

เราได้เห็นแล้วยาโคบเจ้าเล่ห์มากเพียงใด แต่เขาต้องมาเจอกับคนที่เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่า นั่นคือ ลาบัน ซึ่งเป็นลุงของเขาเอง ยาโคบยอมทำงานหนักถึง 7 ปีเพื่อจะได้แต่งงานกับราเชล ลูกสาวคนสวยของผู้เป็นลุง แต่พอถึงวันแต่งงาน ลุงลาบันกลับสลับตัว ส่งพี่สาวคนโตมาแต่งงานแทน ลุงยังคอยเปลี่ยนข้อตกลงเรื่องส่วนแบ่งฝูงสัตว์ และเลือกแต่สัตว์ตัวที่ไม่มีใครต้องการให้ยาโคบเสมอ ช่วงเวลานี้เองทำให้ยาโคบได้เรียนรู้ซึ้งถึงหัวอกของคนอื่นว่า "การโดนหลอกมันเจ็บปวดแค่ไหน"

 

ท่ามกลางคืนวันอันยากลำบากในต่างแดน ยาโคบได้เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริง เขาเริ่มเข้าใจความรับผิดชอบ และรู้ซึ้งถึงความสำคัญของการขอโทษและการให้อภัย เมื่อเขาพาครอบครัวย้ายกลับบ้าน สิ่งแรกที่เขาตั้งใจจะทำคือการไปเผชิญหน้าเพื่อขอโทษเอซาวผู้เป็นพี่ชาย เพราะเขาอยากเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกๆ และนั่นเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เขาได้พบกับพระเจ้า

 

คืนหนึ่ง ขณะที่ยาโคบพักแรมอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยับบอก ท่ามกลางความเงียบสงัดและมืดมิด มีบุรุษลึกลับคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นและเข้าต่อสู้กับยาโคบ ยาโคบสู้สุดใจจนเริ่มรู้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ในระหว่างการต่อสู้ สะโพกของยาโคบเคล็ดจนบาดเจ็บ แต่เขากลับยิ่งกอดแน่นไม่ยอมปล่อยชายผู้นั้น จนกระทั่งรุ่งสาง บุรุษผู้นั้นกล่าวว่า "ปล่อยเราไปเถอะ" แต่ยาโคบที่กำลังหอบเหนื่อยกลับตอบด้วยความมุ่งมั่นว่า "ข้าพเจ้าจะไม่ยอมปล่อยท่านไปจนกว่าท่านจะอวยพรข้าพเจ้า" 

 

ยาโคบถามบุรุษผู้นั้นว่า “ท่านชื่ออะไร” เขาตอบว่า “ท่านถามชื่อของฉันไปทำไม” บุรุษผู้นั้นจึงกล่าวว่า “ท่านจะไม่ชื่อยาโคบอีกต่อไป แต่ชื่ออิสราเอล เพราะท่านได้ต่อสู้กับพระเจ้าและกับมนุษย์ แล้วท่านก็ชนะ” แล้วเขาก็อวยพรยาโคบที่นั่น

 

การต่อสู้อย่างดุเดือดในคืนนั้นได้เปลี่ยนชีวิตของยาโคบไปตลอดกาล แม้เขาจะต้องเดินกะเผลกจากอาการบาดเจ็บไปตลอดชีวิต แต่เขากลับได้ชื่อใหม่ที่เปี่ยมด้วยความหมาย อนาคตของเขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น พี่ชายยอมยกโทษให้เขา พระเจ้าทรงอวยพรให้เขาตั้งหลักแหล่งและมีครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ และที่สำคัญที่สุดคือ ยาโคบได้เปลี่ยนมาเป็นคนที่ดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์และถวายเกียรติพระเจ้าอย่างแท้จริง

 

การมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะติดตามพระเจ้า คือการตัดสินใจที่จะร่วมมือและเดินไปตามทางของพระองค์ เช่น เมื่อพระองค์ทรงบอกให้เราเป็นคนซื่อสัตย์ เราก็จะไม่หยิบฉวยของคนอื่น และเมื่อพระองค์ทรงบอกเราให้รักพระองค์อย่างสุดใจ เราก็นมัสการพระองค์เป็นที่หนึ่งในชีวิต 

 

แน่นอนว่าบางครั้งเราอาจทำผิดพลาดไปบ้าง แต่ความมุ่งมั่นที่แท้จริงหมายถึง ความตั้งใจอันแน่วแน่จากส่วนลึกของหัวใจที่อยากจะทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า และเมื่อรู้ตัวว่าทำผิดพลาด ก็กล้าพอที่จะยอมรับและรู้จักขออภัยผู้ที่เราได้ทำผิดต่อเขา

 

ในอดีต ยาโคบอาจเคยใช้ทางลัดและเล่ห์เหลี่ยมเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการ แต่แท้จริงแล้ว พระเจ้าเพียงแค่อยากให้ยาโคบวางใจในพระองค์ และยินดีให้พระองค์ทรงช่วยเขาในทุกเรื่องราวของชีวิต

 

บทเรียนจากวีรบุรุษ

บางครั้งพระเจ้าก็มีวิธีเตือนสติให้เราหยุดคิด เพื่อให้เรามองเห็นความสำคัญของการติดตามพระองค์ คำถามเหล่านี้จะช่วยเราได้...

1. พระเจ้าทรงอยากให้คุณเติบโตไปเป็นคนซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา หรือเป็นคนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

2. ทำไมคุณถึงรู้สึกไม่อยากอยู่ใกล้หรือไม่อยากเป็นเพื่อนกับคนที่ชอบโกหกหลอกลวง

3. ในวันนี้ คุณจะทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

 

ข้อคิดสะกิดใจ

เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมจริงๆ ที่ได้รู้ว่า ถึงแม้ในอดีตเราอาจเคยเลือกทำสิ่งผิดพลาดไปบ้าง แต่พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งเราเลย พระองค์ทรงพร้อมที่จะช่วยเปลี่ยนเราให้เป็นคนใหม่เสมอ ดังนั้น ให้เรามุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์เสมอ