แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

224182c85e75ecda56ea50f74087acae

อาดัม (ADAM)

 

อ้างอิงจากพระคัมภีร์ : หนังสือปฐมกาล บทที่ 2-3

คุณธรรมอันโดดเด่น : ความอัศจรรย์ใจ

แนวคิดสู่การเป็นวีรบุรุษ : “คนรุ่นต่อไป จะได้ยินเรื่องราวความมหัศจรรย์ของสิ่งที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้าง” (เทียบ สดด 22:30)

 

อัศจรรย์ใจกับโลกใบใหม่

ในยุคแรกเริ่มที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างโลกขึ้นมานั้น สรรพสัตว์ทั้งหลายยังไร้นาม จึงเป็นหน้าที่ของอาดัมที่จะตั้งชื่อให้แก่สัตว์ทุกชนิด พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นเพื่อนของอาดัม เขาพบว่าสัตว์แต่ละชนิดมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ช้างตัวมหึมาไม่มีสิ่งใดเหมือนหมาป่าเลยสักนิด นกเค้าแมวตาโตก็ไร้ส่วนคล้ายนกฮัมมิงเบิร์ดตัวจ้อย ส่วนฉลามร้ายในมหาสมุทรก็ไม่มีส่วนใดคล้ายคลึงกับปลาการ์ตูนสีสดใสอย่างสิ้นเชิง 

 

ดังนั้น อาดัมจึงคอยเฝ้าสังเกตและมองหาจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสัตว์แต่ละสายพันธุ์ เพื่อนำมาตั้งเป็นชื่อที่เหมาะสมให้กับพวกมันทีละตัว อาดัมรู้สึกตื่นตาตื่นใจในความงดงามของลวดลายบนตัวเสือดาว หลงใหลในพละกำลังอันแข็งแกร่งของวัวตัวผู้ และยำเกรงในความสง่างามของนกอินทรียามสยายปีก 

 

เขามีความสุขเหลือเกินที่ได้ทอดสายตามองทิวไม้ที่แผ่กิ่งก้านร่มรื่น ดอกไม้แย้มกลีบบานสะพรั่ง และสายน้ำใสสะอาดระยิบระยับจนมองเห็นฝูงปลาแหวกว่าย พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างสวนสวรรค์ (เอเดน) แห่งนี้ขึ้นมา เพื่อให้อาดัมได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด ทุกๆ วันสำหรับเขาคือการผจญภัย ได้ออกสำรวจ วิ่งเล่น และหัวเราะอย่างร่าเริง 

 

 

ของขวัญที่เติมเต็มหัวใจ

แม้ในทุกๆ วัน ชีวิตของอาดัมจะเต็มไปด้วยการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น ทว่าลึกๆ ในใจของเขากลับคล้ายมีบางสิ่งขาดหายไป เขารู้สึกโดดเดี่ยวเพราะยังไร้คนเคียงคู่ อีกไม่นานนักภารกิจการตั้งชื่อสรรพสัตว์กำลังจะเสร็จสิ้น และเขาก็จะได้สำรวจสวนสวรรค์แห่งนี้จนครบทุกซอกทุกมุม บางครั้งอาดัมได้แอบคิดในใจว่าทำไมหนอจึงไม่มีใครสักคนเลยที่เหมือนเขา มาร่วมแบ่งปันความงดงามของโลกใบนี้ด้วยกัน แม้เขาจะพยายามพูดคุยกับพวกสัตว์ แต่พวกมันก็หาได้เข้าใจในภาษาของเขาไม่

 

พระเจ้าทรงเข้าใจอาดัมเป็นอย่างดี จึงทรงตัดสินใจเนรมิตสร้างสิ่งใหม่ที่พิเศษสุด พระองค์ทำให้อาดัมหลับสนิท และเมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไป 

 

เมื่ออาดัมลืมตาขึ้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือใครคนหนึ่งที่ดูคล้ายกับเขา แต่ก็ไม่เหมือนไปซะทีเดียว เธอส่งยิ้มให้เขา หัวเราะไปพร้อมกับเขา และเข้าใจในทุกถ้อยคำที่เขาพูด เธอมีนามว่า "เอวา" เธอคือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ เป็นทั้งผู้ช่วย คู่ชีวิต และเพื่อนแท้ที่เขาเฝ้ารอ เธอช่างเป็นความมหัศจรรย์อันน่าประทับใจที่สุด 

 

อาดัมพูดขึ้นอย่างดีใจว่า "ในที่สุด เอวาก็เป็นส่วนหนึ่งของผม เธอเหมือนกับผมเลย และต่อจากนี้ไปผมไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว" 

 

ทุกๆ วัน อาดัมจะคอยมองหาสิ่งมหัศจรรย์ใหม่ๆ แล้วนำมาแบ่งปันกับเอวา บางครั้งเอวาก็ได้เจอกับสิ่งแปลกใหม่ที่น่าทึ่ง แล้วนำมาอวดอาดัมด้วยความตื่นเต้น 

 

สายตาที่เปลี่ยนไปและการสูญเสีย

คุณทราบไหมว่า ความตื่นตาตื่นใจในสิ่งสร้างของพระเจ้าได้ทำให้อาดัมมีพลังเป็นวีรบุรุษฉันใด ความไม่เชื่อฟังก็ได้ทำให้เขาลืมสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ ไปจนหมดสิ้นฉันนั้น 

 

พระเจ้าตรัสสั่งชายและหญิงคู่แรกนี้ว่า ห้ามกินผลไม้จากต้นไม้ต้นหนึ่งที่พระองค์ทรงเนรมิตสร้างไว้ ส่วนผลจากต้นอื่นพวกเขาสามารถกินได้ทั้งหมด นี่เป็นกฎเพียงข้อเดียวที่ทั้งคู่ต้องปฏิบัติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาดัมเริ่มมองข้ามความน่าอัศจรรย์ของสิ่งรอบตัว เลิกสนใจดักแด้ที่กำลังจะกลายเป็นผีเสื้อแสนสวย เลิกมองดูผึ้งที่บินตอมเกสรดอกไม้ และเริ่มมีเวลาไปคิดถึงแต่ต้นไม้ต้องห้ามที่พระเจ้าทรงเตือนไว้  

 

เอวาเองก็มีความคิดเช่นนั้นเหมือนกัน เธอเป็นคนแรกที่กล้าเด็ดผลจากต้นไม้ต้องห้ามมากิน อีกทั้งยังชวนให้อาดัมกินผลไม้นั้นด้วย 

 

ทันใดนั้นเอง อาดัมก็รู้สึกว่าพวกสัตว์ ต้นไม้ และปลา ไม่ได้น่ามหัศจรรย์อีกต่อไป เขาไม่ได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของสวนแห่งแรกนี้เหมือนเมื่อก่อน เขาพยายามฝืนใจที่จะเพลิดเพลินกับสิ่งเหล่านั้นเพราะรู้ดีถึงความรู้สึกที่เขาเคยมีมาก่อน แต่ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะในหัวใจของเขาอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิดอันหนักอึ้ง 

 

เขาและเอวาพากันไปหลบซ่อนตัวจากพระเจ้า พวกเขารู้สึกอับอาย โศกเศร้า และความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวก็กลับเข้ามาสุมในหัวใจอีกครั้ง ทั้งสองคนได้เรียนรู้ว่าความไม่เชื่อฟังได้ทำให้ความมหัศจรรย์นั้นจืดชืดไป สิ่งสวยงามที่เคยทำให้พวกเขาตื่นตะลึงกลับกลายเป็นสิ่งไร้ค่าหลังจากที่พวกเขาไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้า 

 

พระเจ้าตรัสกับอาดัมว่า "เพราะความไม่เชื่อฟังของเจ้า บัดนี้พื้นดินได้ถูกสาปแล้ว จากที่เคยมีดอกไม้แสนสวยงอกงาม ต่อไปนี้เจ้าจะเจอแต่ขวากหนาม ต้องตรากตรำทำงานหนักเพื่อหาอาหารเลี้ยงชีพ และในที่สุดเจ้าจะต้องแก่ชราแล้วก็ตายไป" 

 

หลังจากนั้น อาดัมและเอวาก็ต้องเดินคอตก ออกจากสวนสวรรค์อันแสนงดงามนั้นไปตามพระบัญชา นี่คือผลจากการตัดสินใจเลือกผิดพลาดของพวกเขา  

 

บทเรียนแห่งความชอบธรรม

อาดัมคือมนุษย์คนแรกที่ได้รับสิทธิ์ในการชื่นชมความบริสุทธิ์งดงามของทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงเนรมิตสร้าง ในวันแรกๆ มิตรภาพระหว่างเขากับพระเจ้านั้นงดงามและชิดใกล้ แต่เมื่อความบาปย่างกรายเข้ามา ทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไป แม้ความงามบนโลกนี้จะยังคงอยู่ แต่มันก็มีรอยตำหนิและไม่สมบูรณ์แบบอีกต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีอันประเสริฐก็คือ ความอัศจรรย์ใจอันน่าประทับใจนี้จะยังคงเกิดขึ้นกับทุกคนที่เชื่อฟังพระบัญชาของพระเจ้าอย่างแท้จริง เมื่อใดที่คุณเลือกที่จะเชื่อฟัง สายตาของคุณจะเปิดออก และมองเห็นความดีงามที่พระเจ้าทรงซ่อนไว้ในโลกใบนี้เสมอ

 

บทเรียนจากวีรบุรุษ

พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างโลกมาอย่างสมบูรณ์แบบ และอาดัมก็เคยประทับใจในสิ่งนั้นมาก เราเองก็สามารถเรียนรู้หลายสิ่งได้จากความมหัศจรรย์ใจแบบอาดัม ด้วยคำถามเหล่านี้ 

1. สมมติถ้าคุณเป็นอาดัม สิ่งไหนในโลกนี้ที่จะทำให้คุณรู้สึกตื่นตาตื่นใจที่สุด 

2. อะไรทำให้การได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ เป็นเรื่องที่วิเศษและน่าตื่นเต้น 

3. คุณจะมองเห็นความมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่ในสิ่งธรรมดาๆ รอบตัวได้อย่างไร 

 

ข้อคิดสะกิดใจ

ความมหัศจรรย์ใจ คือการที่เราเลือกจะมองทุกสิ่งด้วย “มุมมอง” ของพระเจ้า พระองค์ทรงเนรมิตสร้างโลกใบนี้ขึ้นมาเพื่อให้เราทุกคนมีชื่นชมยินดีและมีความสุขร่วมกัน