^Back To Top

  • 1 1
    หลักปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

บทบาทของพระสงฆ์ในการสอนคำสอน

บทบาทของพระสงฆ์ในการสอนคำสอน
The Role of Priests in Catechesis

พระคาร์ดินัล ดาริโอ คาสตริลอน โฮยอส
สมณมนตรีสมณกระทรวงเพื่อพระสงฆ์
15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998

พระคาร์ดินัลคาสตริลอน โฮยอส ดาริโอ  (Dario Cardinal Castrillon Hoyos)
เกิดที่เมืองเมเดลลิน (โคลัมเบีย) วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1929
รับศีลบวชเป็นพระสงฆ์    วันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1952
สำเร็จปริญญาเอกด้านกฎหมายพระศาสานจักรที่มหาวิทยาลัยเกรโกเรียน กรุงโรม
ได้รับอภิเษกเป็นพระสังฆราชแห่ง Pereira วันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1971
16 ธันวาคม ค.ศ. 1992 พระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 แต่งตั้งเป็นหัวหน้าสมณกระทรวงว่าด้วยเรื่องพระสงฆ์ และเป็นพระคาร์ดินัล วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1998
เป็นสมณสมตรีของสมณะกระทรวงว่าด้วยเรื่องพระสงฆ์ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1998
เป็นสมาชิกของสมณกระทรวงว่าด้วยเรื่องการประกาศพระวรสารสู่ปวงชน
และประธานคณะกรรมการนานาชาติว่าด้วยเรื่องคำสอน

บทความนี้เป็นการเผยแพร่แก่บรรดาพระสังฆราช พระสงฆ์ และนักบวชชายหญิง ที่สหรัฐอเมริกา วันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998

อารัมภบท

บรรดาพระสังฆราช พระสงฆ์ พี่น้องชายหญิงที่รักในพระคริสต์

ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการประชุมใหญ่ (Congress) ครั้งนี้  และได้ร่วมไตร่ตรองถึงการเผชิญหน้ากับการท้าทายกิจกรรม เรื่องการประกาศพระวรสารและการสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน  มีคนกล่าวว่าในช่วงสหัสวรรษต่อไป  เราจะก้าวสู่สหัสวรรษแห่งคริสตชน หรือไม่ก็ไม่ใช่สหัสวรรษแห่งคริสตชน
    ก่อนอื่น ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการบริการรับใช้พระวาจาในพระศาสนจักรท้องถิ่นของท่าน  ข้าพเจ้าตระหนักดีถึงความเป็นห่วงและความกระตือรือร้นในการอภิบาลของพวกท่าน  ข้าพเจ้าทราบว่าท่านต้องจ้างบุคลากร  เครื่องมือ  และแหล่งทรัพยากรต่างๆ ที่ดีที่สุด  เพื่อส่งเสริมการประกาศพระวรสารและการสอนคำสอนในทุกๆ พื้นที่  และสำหรับทุกๆ กลุ่มวัย : เด็ก วัยรุ่น เยาวชน และผู้ใหญ่
    ขอพระเจ้าทรงตอบแทนพวกท่านในงานเหล่านี้  และประทานส่วนแบ่งรางวัลตามที่ทรงสัญญาไว้กับผู้ที่ทำงานเพื่อพระวรสาร
    สมณกระทรวงเพื่อพระสงฆ์อยู่ใกล้ชิดกับพวกท่าน  ติดตามพวกท่านด้วยความรัก  ชื่นชมในความกระตือรือร้น  และให้กำลังใจในงานสำคัญที่พวกท่านกำลังกระทำอยู่ในปัจจุบัน

คำนำ

ข้าพเจ้าขออนุญาตเริ่มแบ่งปันข้อคิดเห็นบางประการ ซึ่งข้าพเจ้าเจตนาถือว่าเป็นภูมิหลังอันจำเป็นสำหรับสิ่งที่ข้าพเจ้าจะกล่าวต่อไป
    ในปัจจุบันนี้คำว่า “การประกาศพระวรสาร ” และ “การสอนคำสอน”  บ่อยครั้งถูกเข้าใจว่าเป็นวิธีการฉับพลันในฐานะ “สิ่งที่ต้องกระทำ”  “กิจกรรมที่ต้องจัดทำ” หรือ “โครงการที่ต้องเขียนและทำให้เป็นความจริง” ในตัวของมันสิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ เพราะเราไม่สามารถแยกการประกาศพระวรสารโดยไม่ใช้ใช้วิธีการ  และการใช้เครื่องมือต่างๆ ที่เหมาะสมซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการประกาศพระวรสาร   อย่างไรก็ตาม  คำถามเกี่ยวกับการประกาศพระวรสารและการสอนคำสอนเป็นสิ่งที่ซับซ้อนมากยิ่งกว่านี้ และไม่สามารถลดบทบาทไปพึ่งแค่เทคโนโลยีได้
    ในวันนี้ข้าพเจ้าขอกล่าวถึงแง่มุมบางประการในการประกาศพระวรสารและการสอนคำสอน  ข้าพเจ้าขอเริ่มจากสภาพการณ์ความจริงที่ทั้งสองฝังรากในกิจกรรมของพระศาสนจักร
    สิ่งนี้มิได้หมายถึงหลักยึดอย่างผิวเผินบางประการที่เป็นนามธรรมหรือทฤษฎีที่คลุมเครือ  แต่ความหมายประการแรกคือ ความเป็นจริงเหล่านี้ซึ่งเหมาะกับพระศาสนจักร และกับแต่ละพระศาสนจักรท้องถิ่นซึ่งได้ถูกส่งไปประกาศถึงพระคริสตเจ้า  ถึงความจริงที่ช่วยให้รอดพ้น
    การประกาศพระวรสารและการสอนคำสอน เป็นอะไรที่มากกว่าเป็นกิจกรรมหรือโครงการ สื่อนำหรือเทคโนโลยี  แต่เป็นการกระทำของพระกายของพระศานจักรที่บุคคลผู้กระทำโดยมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น  และผู้ซึ่งเป็นจุดอ้างอิงแรกแต่บุคคลเดียว คือ พระวจนาตถ์ทรงรับเอาธรรมชาติมนุษย์
    ข้าพเจ้าไม่สามารถที่จะผ่านโดยไม่เน้นในจุดนี้  ซึ่งเป็นจุดเด่นอย่างชัดเจนในคู่มือแนะแนวการสอนคำสอนเล่มใหม่
- ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับกระบวนการในการประกาศพระวรสาร (GDC 47-49)
- เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสอนคำสอนขั้นเริ่มเข้าสู่ชีวิตคริสตชน (GDC 63-68)
- และโดยเฉพาะในการให้ความสำคัญที่แตกต่างจากหนังสือคู่มือแนะแนวเล่มก่อน คือ การสอนคำสอนตามสภาพการณ์ของพระศาสนจักรท้องถิ่น
ด้วยเหตุผลลึกๆ นี้ ความรับผิดชอบของเราศาสนบริกรของพระสังฆราชต้องเผยให้เห็นอย่างชัดเจนและมั่นคง  สำนักงานสังฆราชของเราไม่สามารถลดค่าหรืออยู่ในสภาพเพียงแค่ยึดมั่นอยู่กับกฎเกณฑ์ ด้วยคุณธรรมอันเปี่ยมล้นของศีลบวช เราได้รับพรพิเศษแห่งความจริงอย่างแน่ชัด และเราได้รับมอบหมายความรับผิดชอบอันดับแรก คือ การเทศน์สอนพระวรสาร (GDC 222)
    ความคิดเห็นของสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2  ในโอกาสนำเสนอหนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกฉบับภาษาลาติน (Osservato Romano 8-9 กันยายน 1997 หน้า 5)  ทำให้เข้าใจอย่างยิ่ง
    “บัดนี้ข้าพเจ้ามอบหมายเนื้อหาซึ่งสมบูรณ์ และเป็นแบบแผนแก่พระศาสนจักรทั้งปวง  โดยเฉพาะแด่ผู้อภิบาลของสังฆมณฑลต่างๆ ทั่วโลก ผู้ซึ่งเป็นที่หมายสำคัญในสถานการณ์แวดล้อมเหล่านี้ เราสามารถประยุกต์ข้อความของนักบุญเปาโลมาใช้อย่างเหมาะสมว่า ข้าพเจ้าได้รับสิ่งใดมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า  ข้าพเจ้าก็ได้มอบสิ่งนี้ต่อให้ท่าน” (1 คร 11:23)
    ในโอกาสนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาทรงชี้ชัดเจนว่า  บรรดาผู้อภิบาลของสังฆมณฑลต่างๆ ทั่วโลก ในฐานะผู้ที่เป็นหลักสำคัญที่เนื้อหาในหนังสือนี้มุ่งถึง สิ่งที่พระองค์ตรัสถึงหนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก  มีความสัมพันธ์ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างสมเหตุสมผลกับการบริการด้านอบรมคริสตศาสนธรรมทั้งหมด  เราได้รับพระพรอันประเสริฐของพระวรสารจากพระเจ้า เราตอบแทนโดยการอุทิศตนและความเพียรพยายามประจำวัน เราต้องถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้กับบุคคลที่เราได้รับมอบหมายให้ดูแลเอาใจใส่
    ก่อนที่จะจบบทนำ ข้าพเจ้าต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับความพยายามอย่างน่าชื่นชมของท่าน พี่น้องพระสังฆราชที่ได้ผลิตหนังสือคู่มือแนะแนวการสอนคำสอนของประเทศสหรัฐ ชื่อแบ่งปันความเชื่อ (SHARING THE LIGHT OF FAIHT National Catechetical Directory for Catholics of the United States, November 14-17, 1997) บัดนี้พวกท่านต้องเริ่มทำงานที่สำคัญด้วยความอดทน สุขุม ความกล้าหาญ และการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะแก้ไขและปรับปรุงหนังสือคำสอนในประเทศของท่าน  โดยพิจารณาจากหนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก  และคู่มือแนะแนวทั่วไปสำหรับการสอนคำสอน
    เพื่อไม่ให้เป็นการยืดเยื้อ  ให้เราไตร่ตรองถึงสิ่งที่พวกท่านได้ขอข้อคิดเห็นจากข้าพเจ้า
1. การประกาศพระวรสารในฐานะเป็นรากฐานและบริบทของการสอนคำสอน
2. ศาสนบริการของพระสงฆ์ในการสอนคำสอน
3. การอบรมครูคำสอน
4. การนำสารจากพระวรสารเข้าสู่วัฒนธรรมท้องถิ่น
5. คริสตศาสนสัมพันธ์และการสอนคำสอน

ค้นหา

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

คำสอนออนไลน์ ศีลศักดิ์สิทธิ์

7 Sacraments ๒๐๐๓๑๖ 0010 resize

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
11033
11924
11033
64453
390163
17124216
Your IP: 3.233.220.21
2020-04-05 23:29

สถานะการเยี่ยมชม

มี 235 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk