^Back To Top

  • 1 1
    หลักปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

1. การประกาศพระวรสารในฐานะเป็นรากฐานและบริบทของการสอนคำสอน

1. การประกาศพระวรสารในฐานะเป็นรากฐานและบริบทของการสอนคำสอน


1. คำว่าการประกาศพระวรสาร
ประการแรกที่จะกล่าวคือ ความสัมพันธ์ระหว่างการประกาศพระวรสารและการสอนคำสอน เพื่อให้เข้าใจถึงความสัมพันธ์นี้  จำเป็นต้องเข้าใจอย่างชัดเจนถึงคำเหล่านี้ เริ่มจาก การประกาศพระวรสาร
1.1    การประกาศพระวรสารในหนังสือคู่มือแนะแนวทั่วไปสำหรับการสอนคำสอน
หนังสือคู่มือแนะแนวทั่วไปสำหรับการสอนคำสอนได้สรุปเนื้อหาของเอกสารของสภาสังคายนาต่างๆ และคำสั่งสอนของพระศาสนจักรสมัยหลังสภาสังคายนาที่เกี่ยวข้องกับการประกาศพระวรสาร  โดยเฉพาะสมณะทฤษฎีกาว่าด้วยงานธรรมทูตของพระศาสนจักร  พระสมณสาสน์การประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบัน  พระสมณสาสน์เตือนใจเรื่องการสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน  และพระสมณสาสน์พระพันธกิจขององค์พระผู้ไถ่  หนังสือคู่มือแนะแนวฯ นี้ได้อธิบายว่าการประกาศพระวรสารเป็นกระบวนการทั้งหมดของพระศาสนจักร
- ปลุกเร้าด้วยความรักเมตตา ทำให้ซาบซึ้ง และเปลี่ยนแปลงความคิดฝ่ายโลกด้วยการลงมือกระทำและฟื้นฟูวัฒนธรรม
- เป็นพยานยืนยันถึงวิธีการใหม่ในการเป็น และเจริญชีวิตอันเป็นลักษณะพิเศษแบบคริสตชนท่ามกลางนานาชาติ
- เทศน์สอนพระวรสารอย่างเปิดเผย ด้วยการประกาศพระวรสารขั้นแรก และเรียกสู่การกลับใจ
- นำความเชื่อและชีวิตคริสตชนไปสู่ผู้ที่กลับใจมาหาพระเยซูคริสตเจ้า  หรือผู้ที่กลับมาติดตามพระองค์ด้วยการ “เรียนคำสอน” และโดย “ศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการเริ่มชีวิตคริสตชน”
- หล่อเลี้ยงสัตบุรุษด้วยพระพรแห่งศีลมหาสนิทอย่างสม่ำเสมอ  ด้วยการให้ความรู้ทางด้านความเชื่ออย่างต่อเนื่อง (การเทศน์ และรูปแบบอื่นๆ ทางด้านศาสนบริการด้านพระวาจา) ศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ และปฏิบัติกิจเมตตาอย่างสม่ำเสมอ
- ส่งเสริมการแพร่ธรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งบรรดาศิษย์ของพระคริสตเจ้าออกไปประกาศพระวรสาร ด้วยวาจาและการกระทำให้ทั่วทุกมุมโลก (GDC 48) เพื่อความรอดของวิญญาณ
เราสามารถกล่าวได้ว่าหนังสือคู่มือแนะแนวทั่วไปสำหรับการสอนคำสอน เสนอว่า การประกาศพระวรสารเปรียบเสมือนกรอบใหญ่ที่ล้อมกิจกรรมการอภิบาลของพระศาสนจักรทั้งหมดเอาไว้  และเป็นจุดเด่นของการนำเสนอ

2.    คำว่า  “การสอนคำสอน”
ในข้อที่ 63 ของหนังสือคู่มือแนะแนวทั่วไปสำหรับการสอนคำสอน  และในการปลุกเร้าของสมณะกฤษฎีกาว่าด้วยงานธรรมทูตของพระศาสนจักร  การประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบัน และการสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน  ได้บอกลักษณะการสอนคำสอนว่าเป็น : “ช่วงเวลา”  ในขบวนการของการประกาศพระวรสาร  และให้คำจำกัดความว่า “ช่วงเวลา” ของการสอนคำสอน  เป็นช่วงเวลาตรงกันกับช่วงการกลับใจมาเชื่อในองค์พระเยซูคริสตเจ้าที่เป็นรูปธรรม และวางรากฐานให้กับการยอมรับพระองค์ ครั้งแรกบรรดาผู้ที่กลับใจอาศัย “ช่วงเวลาการฝึกอบรม  การฝึกดำเนินชีวิตคริสตชนอย่างครบถ้วน  ได้รับการเริ่มนำเข้าสู่ธรรมล้ำลึกแห่งการช่วยให้รอดพ้น และวิถีการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับพระวรสาร  ซึ่งหมายถึงการเริ่มนำบรรดาผู้ฟังเข้าสู่ชีวิตคริสตชนอย่างสมบูรณ์”
    สมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2  ยังได้ตรัสกับบรรดาพระสังฆราชของประเทศสหรัฐอเมริกาในโอกาสเข้าเฝ้า  เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 1998  ทรงชี้ให้เห็นว่าการสอนคำสอน “เป็นบทบาทพื้นฐานของการส่งผ่านความเชื่อ…สารของพระวรสารตอบสนองความปรารถนาอันลึกซึ้งที่สุดของหัวใจมนุษย์ได้อย่างแน่นอน  เยาวชนคริสตชนมีสิทธิที่จะได้รับฟังเนื้อหาของสารนี้อย่างครบถ้วน  เพื่อจะได้รู้จักพระคริสตเจ้า  พระองค์ผู้ชนะความตาย  และเปิดสู่หนทางแห่งการช่วยให้รอดพ้น ความพยายามที่จะฟื้นฟูการสอนคำสอนต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสอนของพระคริสตเจ้าเป็นหลัก  ในฐานะผู้ส่งผ่านในพระศาสนจักร  และในการตีความที่เชื่อถือได้โดยผู้มีอำนาจสั่งสอนในพระศาสนจักร  ต้องแสดงถึงความร่ำรวยและวิธีการต่างๆ ที่ใช้เพื่อตอบสนองต่อธรรมชาติของความเชื่อ  ซึ่งเป็นความจริงที่ได้รับ” (เทียบ 1 คร.15:1)

3.    การประกาศพระวรสารคือรากฐานและบริบทของการสอนคำสอน
ถ้าเราใช้คำว่า “ การประกาศพระวรสาร ”  ตามความหมายเต็มๆ ของการประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบัน  การสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน  และคู่มือแนะแนบทั่วไปสำหรับการสอนคำสอน  ถ้าเราเข้าใจคำว่าการประกาศพระวรสารในความหมายของศาสนบริการพระวาจา  ซึ่งในตัวมันเองครอบคลุมรูปแบบต่างๆ การเทศน์สอนของธรรมทูต การสอนคำสอน การเทศน์สอนทางพิธีกรรม กิจกรรมทางเทววิทยา ฯลฯ  ดังนั้นการประกาศพระวรสารและศาสนบริการพระวาจา  มิได้ปรากฏในฐานะรากฐานของการสอนคำสอน เฉพาะเจาะจงอย่างที่เข้าใจ (การนำความเชื่อเริ่มแรกให้บรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ในชีวิตคริสตชน)  มากไปกว่าการเป็นโครงสร้างหรือบริบทในการสอนคำสอน
    การประกาศพระวรสารนั้นมีค่า ซับซ้อน และมีชีวิตชีวา  ซึ่งในความเป็นจริง การสอนคำสอนก็เป็นส่วนสำคัญที่ขาดมิได้  ซึ่งเป็นขั้นที่สำคัญที่สุด  และเป็นช่วงเวลาที่จำเป็น (เทียบ CT 18) ศาสนบริการพระวาจา คือ ประเภทหนึ่งที่มีร่วมกับประเภทอื่นๆ อีกมากมายของการสอนคำสอน
    อย่างไรก็ตาม  ถ้าเราเข้าใจ “การประกาศพระวรสาร”  เป็นดังคำเทศน์สอนเรื่องพระเยซูเจ้า หรือการประกาศพระวรสารขั้นแรกแก่ผู้ที่ยังไม่เชื่อ  ให้ก้าวสู่ความเชื่อ  และการสอนคำสอนเป็นการทำให้ตระหนัก  ทำให้ความเชื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่  และรวมพวกเข้าอยู่ในกลุ่มคริสตชน  ดังนั้นการประกาศพระวรสารถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ  และเป็นเรื่องทั่วไปที่ล่วงหน้าก่อนการสอนคำสอน  การปลุกเร้าความเชื่อด้วยการประกาศพระวรสาร  ในขั้นแรกเท่านั้นที่สามารถนำไปสู่การบรรลุความเป็นผู้ใหญ่  ผู้ที่กลับใจแล้ว  และผู้ที่ยอมรับคำเทศน์สอนเรื่องพระเยซูเจ้าเท่านั้น  ที่สามารถยอมรับพระวรสารของพระ  คริสตเจ้าได้ทั้งหมด  สามารถเข้าร่วมในศาสนจักรของพระองค์

ค้นหา

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

คำสอนออนไลน์ ศีลศักดิ์สิทธิ์

7 Sacraments ๒๐๐๓๑๖ 0010 resize

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
781
11924
781
54201
390163
17113964
Your IP: 34.204.202.44
2020-04-05 00:49

สถานะการเยี่ยมชม

มี 113 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk