foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
11566
26638
176746
459021
596667
15878866
Your IP: 3.229.142.175
2020-01-18 10:05

สถานะการเยี่ยมชม

มี 160 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

เพลงสดุดีที่ 139
สรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงรอบรู้

เพลงสดุดีประเภทปรีชาญาณบทนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นการคำนึงถึงพระเจ้าโดยสนทนากับพระองค์ เนื้อหาส่วนใหญ่ของเพลงสดุดีบทนี้กล่าวถึงการที่พระเจ้าทรงรู้จักมนุษย์อย่างสมบูรณ์และกล่าวถึงการที่พระเจ้าประทับอยู่ในทุกส่วนของจักรวาล นอกจากนั้นยังกล่าวถึงการที่ทรงสร้างจักรวาลอย่างน่าพิศวงอีกด้วย ส่วนสุดท้ายของเพลงสดุดีเป็นคำภาวนาขอให้พระเจ้าทรงขจัดคนชั่วทั้งหลายให้หมดสิ้น เราจะต้องมีสันติและความสงบใจเสมอเพราะรู้ว่าเราอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระบิดาผู้ทรงรักเรานั่นเอง
สำหรับหัวหน้านักขับร้อง เพลงสดุดี ของกษัตริย์ดาวิด



1    ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงตรวจสอบ
        และทรงรู้จักข้าพเจ้า
2    พระองค์ทรงทราบว่าเมื่อใดข้าพเจ้านั่ง เมื่อใดข้าพเจ้าลุกขึ้น
        พระองค์ทรงเข้าใจความคิดของข้าพเจ้าแม้อยู่ห่างไกล
3    พระองค์ทรงตรวจสอบเมื่อข้าพเจ้าเดินทางและหยุดพัก
        ทรงทราบหนทางทั้งหมดของข้าพเจ้า
4    คำพูดแม้เพียงคำเดียวยังไม่ทันหลุดจากปากของข้าพเจ้า
        ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ก็ทรงทราบแล้วว่าข้าพเจ้าจะพูดอะไร
5    พระองค์ทรงโอบข้าพเจ้าไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
        พระองค์ทรงวางพระหัตถ์ไว้เหนือข้าพเจ้าแล้ว
6    ความรู้เช่นนี้ช่างน่าพิศวงเกินกำลังข้าพเจ้า
        เป็นเรื่องสูงเกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้
7    ข้าพเจ้าจะไปที่ใดจึงจะพ้นจากพระจิตของพระองค์
        ข้าพเจ้าจะหนีไปไหนจึงจะพ้นพระพักตร์ของพระองค์ได้?
8    หากข้าพเจ้าปีนขึ้นไปถึงท้องฟ้า พระองค์ก็ประทับอยู่ที่นั่น
        หากข้าพเจ้าลงไปนอนในแดนมรณะ พระองค์ก็ประทับอยู่ที่นั่นด้วย
9    แม้ข้าพเจ้าติดปีกแห่งอรุโณทัย
        บินไปพำนักอยู่สุดปลายทะเล
10    พระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังจะนำทางข้าพเจ้าอยู่
        พระหัตถ์ขวายังยึดข้าพเจ้าไว้
11    ถ้าข้าพเจ้าจะพูดว่า "ความมืดจงปกคลุมข้าพเจ้า
        และแสงสว่างจงเป็นกลางคืนล้อมรอบข้าพเจ้าเถิด"
12    สำหรับพระองค์ แม้ความมืดก็มิได้มืดมิด
        กลางคืนก็ยังส่องแสงเหมือนกลางวัน
        และความมืดจะเป็นเหมือนแสงสว่าง
13    พระองค์ทรงปั้นส่วนภายในของข้าพเจ้า
        ทรงถักทอร่างข้าพเจ้าในครรภ์มารดา
14    ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงสร้างข้าพเจ้าให้เป็นดังปาฏิหาริย์
        พระราชกิจของพระองค์น่าพิศวง
    พระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้าอย่างดี
15        ร่างของข้าพเจ้าไม่เป็นสิ่งลึกลับสำหรับพระองค์เลย
    เมื่อข้าพเจ้าถูกปั้นอย่างเงียบๆ
        และถูกถักทอขึ้นในส่วนลึกของแผ่นดิน
16    ข้าพเจ้ายังเป็นตัวอ่อนในครรภ์ พระองค์ก็ทอดพระเนตรเห็นแล้ว
        ทุกอย่างมีเขียนไว้ในหนังสือของพระองค์
        วันเวลาถูกกำหนดไว้แล้ว ก่อนที่จะเกิดขึ้น
17    ข้าแต่พระเจ้า ความคิดของพระองค์ช่างลึกซึ้งนี่กระไร
        ความคิดของพระองค์ช่างมีมากมายเหลือเกิน
18    ถ้าข้าพเจ้านับ ก็คงจะมีจำนวนมากกว่าเม็ดทราย
        เมื่อข้าพเจ้าตื่นขึ้นก็ยังจะคงนับอยู่กับพระองค์
19    ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงประหารคนชั่วร้าย
        บรรดาคนที่ชอบใช้ความรุนแรงจงออกไปจากข้าพเจ้า
20    เขากล่าวร้ายถึงพระองค์
        เป็นศัตรูที่กบฏต่อพระองค์ แต่ไร้ผล
21    ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าเกลียดผู้ที่ชิงชังพระองค์
        ข้าพเจ้ารังเกียจทุกคนที่เป็นกบฏต่อพระองค์
22    ข้าพเจ้าเกลียดชังเขาอย่างที่สุด
        เขาเป็นศัตรูของข้าพเจ้าด้วย
23    ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงตรวจสอบข้าพเจ้าและทรงรู้ใจของข้าพเจ้า
        โปรดทรงทดสอบข้าพเจ้า และทรงรู้ความคิดของข้าพเจ้า
24    โปรดทอดพระเนตรเถิดว่า ข้าพเจ้าเดินบนเส้นทางที่เลวร้ายหรือไม่
         และโปรดทรงนำข้าพเจ้าไปบนหนทางของพระองค์ตลอดไป