เพลงสดุดีที่ 137 บทเพลงของผู้ถูกเนรเทศ

เพลงสดุดีที่ 137
บทเพลงของผู้ถูกเนรเทศ

    สดด บทนี้เป็นเพลงคร่ำครวญของชุมชนในถิ่นเนรเทศ ผู้ประพันธ์ซึ่งคงจะเป็นนักดนตรีประจำพระวิหาร และถูกจับเป็นเชลยไปกรุงบาบิโลน ได้รับเชิญให้ขับร้องเพื่อความรื่นรมย์ของผู้ฟัง แต่เขาปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำเชิญนี้ เมื่อระลึกถึงความทุกข์ยากที่เพื่อนร่วมชาติได้รับในช่วงเวลาเนรเทศ เขารู้สึกว่าเมื่อถูกเนรเทศมาอยู่ต่างแดนเช่นนี้ เขาต้องสูญเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องอยู่ห่างไกลจากกรุงเยรูซาเล็มที่เขารัก การระลึกถึงอดีตเช่นนี้ทำให้ผู้ประพันธ์ไม่อาจร้องเพลงให้เป็นที่รื่นรมย์แก่ใครได้ นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดความรู้สึกเกลียดชังต้องการแก้แค้นเป็นข้อความในบรรทัดสุดท้ายอีกด้วย เมื่อยอห์นและยากอบสองพี่น้องต้องการจะขอไฟจากสวรรค์ให้ลงมาเผาผลาญชาวสะมาเรียที่ไม่ยอมต้อนรับพระเยซูเจ้านั้น พระองค์ทรงตำหนิเขาทั้งสองอย่างรุนแรง (ลก 9:52-55) เมื่อรู้คำสอนและเห็นกระทำของพระเยซูเจ้าเช่นนี้แล้ว เราคริสตชนจะต้องละเว้นไม่แก้แค้นเลย



1    พวกเรานั่งและร่ำไห้อยู่ริมฝั่งน้ำแห่งบาบิโลน
        และระลึกถึงศิโยน
2    พวกเราแขวนพิณใหญ่ของเรา
        ไว้บนต้นหลิวริมฝั่งน้ำ
3    ที่นั่น ผู้กวาดต้อนเรามายังถิ่นเนรเทศชวนเราให้ร้องเพลง
        ผู้กดขี่เราสั่งเราให้ร้องเพลงยินดี
        พูดว่า "จงร้องเพลงแห่งศิโยนให้เราฟังเถิด"
4    พวกเราจะร้องเพลงของพระยาห์เวห์ได้อย่างไร
        บนผืนดินของชนต่างด้าว
5    กรุงเยรูซาเล็มเอ๋ย ถ้าข้าลืมเจ้า
        มือขวาของข้าจงลีบเถิด
6    ลิ้นของข้าจงติดเพดานปาก
        หากข้าไม่ระลึกถึงเจ้า
    หากข้าไม่คิดว่ากรุงเยรูซาเล็ม
        เป็นความยินดีสูงสุดของข้า
7    ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดอย่าทรงลืมที่จะลงโทษชาวเอโดม
        เมื่อกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย เขายุยงบรรดาศัตรูว่า
        "จงทำลาย จงทำลายมันให้ราบเป็นหน้ากลอง"
8    ธิดาแห่งบาบิโลนเอ๋ย เจ้าจะต้องถูกทำลาย
        ผู้ที่ตอบแทนความชั่วที่เจ้าทำต่อเราย่อมเป็นสุข
9    ผู้ที่คว้าทารกของเจ้า
        ฟาดลงกับก้อนหินย่อมเป็นสุข