^Back To Top

  • 1 1
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 2 2
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 3 3
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 4 4
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 5 5
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)

www.kamsonbkk.com

เพลงสดุดีที่ 74 คำคร่ำครวญถึงพระวิหารที่ถูกทำลาย

เพลงสดุดีที่ 74
คำคร่ำครวญถึงพระวิหารที่ถูกทำลาย

สดด บทนี้เป็นคำอ้อนวอนของประชากรอิสราเอลต่อพระเจ้า ในบรรยากาศของกรุงเยรูซาเล็มที่ถูกทำลายในปี 587 ก.ค.ศ. เมื่อประชากรจะถูกจับเป็นเชลยไปที่กรุงบาบิโลน ยังอาจเป็นไปได้ด้วยที่ สดด บทนี้สะท้อนบรรยากาศในสมัยมัคคาบีเมื่อพระเจ้าอันทิโอคัส เอปีฟาเนสทรงเบียดเบียนชาวยิว (167-164 ก.ค.ศ.) และลบหลู่พระวิหารหลังที่สอง (ดู 1 มคบ 1:21-28) ในบทภาวนานี้ประชากรของพระยาห์เวห์ วอนขอให้พระองค์ทอดพระเนตรดูพระวิหารที่ถูกทำลายและอยู่ในสภาพปรักหักพัง ขอให้ทรงระลึกถึงประชากรที่เคยนมัสการพระองค์ที่พระวิหารนั้น เขาทูลพระองค์ให้ทรงระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เพื่อให้พระองค์ทรงกระทำการอัศจรรย์เช่นนั้นอีกสำหรับเขา เราคริสตชนที่ภาวนาด้วยเพลงสดุดีบทนี้ควรระลึกถึงเพื่อนพี่น้องคริสตชน ซึ่งกำลังทนทุกข์และไม่มีเสรีภาพในการปฏิบัติศาสนกิจในประเทศต่างๆ ที่เบียดเบียนพระศาสนจักร
บทกวีสอนใจของอาสาฟ



1    ข้าแต่พระเจ้า เหตุใดพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าทั้งหลายตลอดไป
        เหตุใดพระพิโรธจึงลุกเป็นไฟ เผาฝูงแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์?
2    โปรดทรงระลึกถึงประชากรที่ทรงได้มาเป็นกรรมสิทธิ์ตั้งแต่โบราณกาล
        ประชากรที่ทรงไถ่กู้ไว้เป็นชนเผ่าเฉพาะของพระองค์
        และโปรดทรงระลึกถึงภูเขาศิโยน ที่พำนักของพระองค์
3    โปรดเสด็จมาเยือนซากปรักหักพังเหล่านี้ที่จะคงอยู่ตลอดไป
        คือทุกสิ่งที่ศัตรูทำลายในสถานศักดิ์สิทธิ์
4    คู่อริของพระองค์ร้องตะโกนในที่ประชุม
        เขายกธงเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะ
5    เขาใช้ขวานเหมือนคนตัดไม้ในป่าทึบ
6        ร่วมกันใช้ขวานและค้อนทุบทำลายบานประตู
7    จุดไฟเผาทำลายสถานศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์จนราบเป็นหน้ากลอง
        ทำทุราจารต่อที่ประทับแห่งพระนามของพระองค์
8    เขาคิดว่า "พวกเราจงทำลายทุกอย่างให้หมดสิ้น"
        แล้วเขาก็เผาสถานนมัสการพระเจ้าทุกแห่งในแผ่นดิน
9    ข้าพเจ้าทั้งหลายไม่เห็นเครื่องหมายอัศจรรย์อีกต่อไป
        ไม่มีประกาศก ไม่มีผูใดในหมู่ข้าพเจ้าทั้งหลายรู้ว่า
        เหตุการณ์นี้จะยาวนานเพียงใด
10    ข้าแต่พระเจ้าคู่อริจะเยาะเย้ยพระองค์ไปอีกนานสักเท่าไร?
        ศัตรูจะหมิ่นประมาทพระนามไปตลอดกาลกระนั้นหรือ?
11    เหตุใดพระองค์จึงทรงชักพระหัตถ์กลับ
        และทรงซุกfพระหัตถ์ขวาไว้ที่พระอุระ?
12    กระนั้น พระเจ้าทรงเป็นพระราชาของข้าพเจ้าตั้งแต่แรกเริ่ม
        พระองค์ทรงช่วยให้รอดพ้นครั้งแล้วครั้งเล่าทั่วแผ่นดิน
13    พระองค์ทรงแยกทะเลด้วยพระอานุภาพ
        และทรงทุบหัวสัตว์ร้ายในทะเลจนแหลกละเอียด
14    ทรงบดขยี้หัวของเลวีอาธาน
        และโยนให้เป็นอาหารแก่บรรดาสัตว์ป่า
15    พระองค์ทรงเปิดตาน้ำและลำธาร
        ทรงทำให้แม่น้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลาแห้งไป
16    ทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นของพระองค์
        ทรงสร้างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
17    ทรงกำหนดเขตแดนทั้งสิ้นบนแผ่นดิน
        และทรงจัดทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว
18    ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดทรงจดจำว่าศัตรูเยาะเย้ยพระองค์
        ชนชาติโง่เขลาได้หมิ่นประมาทพระนามของพระองค์
19    โปรดอย่าทรงมอบชีวิตนกพิราบของพระองค์jให้แก่สัตว์ร้าย
        อย่าทรงลืมชีวิตของผู้ยากจนของพระองค์ตลอดไป
20    ขอทรงคำนึงถึงพันธสัญญา
     เพราะมีแหล่งซ่องสุมความรุนแรงมากมายซ่อนอยู่ในแผ่นดิน
21    ขออย่าให้ผู้ถูกเบียดเบียนต้องถอยกลับอย่างน่าอับอาย
        ขอให้ผู้ยากจนและขัดสนสรรเสริญพระนามของพระองค์
22    ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงลุกขึ้นสู้คดีของพระองค์เถิด
        โปรดทรงระลึกว่าคนโง่เขลาเยาะเย้ยพระองค์ตลอดวัน
23    ขออย่าทรงลืมเสียงตะโกนของเหล่าศัตรู
        คือเสียงอึกทึกของบรรดาปรปักษ์ที่ดังยิ่งขึ้นตลอดเวลา

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
9263
11704
20967
352132
816522
16588499
Your IP: 3.218.67.1
2020-02-24 16:10

สถานะการเยี่ยมชม

มี 489 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk