foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2019

IMG resize 2019

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

  • bkk

  • haab

  • becthailand

  • santikham

  • pope report-francis

  • bannerpope

  • cc_link2011

  • 0002

  • thaicatholicbible

  • mass

  • bnbec

  • facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
8975
18499
63416
235660
436281
14546449
Your IP: 3.81.29.226
2019-11-14 07:39

สถานะการเยี่ยมชม

มี 156 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

หนังสือเอสเธอร์

ภูมิหลังของเรื่อง
ความฝันของโมรเดคัย a
    (1A) ปีที่สองในรัชสมัยกษัตริย์อาหสุเอรัสbผู้ยิ่งใหญ่ ต้นเดือนนิสาน โมรเดคัยบุตรยาอีร์ บุตรของชิเมอี บุตรของคีช จากตระกูลเบนยามิน มีความฝันc (1B) เขาเป็นชาวยิวในนครสุสาdเป็นคนสำคัญคนหนึ่ง มีตำแหน่งในราชสำนัก  (1C)เขาเป็นเชลยคนหนึ่งที่ถูกกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนจับเป็นเชลยมาจากกรุงเยรูซาเล็มพร้อมกับกษัตริย์เยโคนียาห์แห่งยูดาห์e
    (1D)ความฝันของเขาเป็นดังนี้ มีเสียงดังชุลมุน มีเสียงฟ้าร้องและแผ่นดินไหว เกิดความโกลาหลวุ่นวายทั่วแผ่นดิน (1E)มังกรใหญ่สองตัวปรากฏขึ้นร้องเสียงดัง พร้อมจะต่อสู้กัน (1F)เมื่อได้ยินเสียงร้องนี้ ชนทุกชาติก็เตรียมทำสงครามกับเชื้อสายของผู้ชอบธรรม (1G)วันนั้นเป็นวันมืดมิด เป็นวันแห่งความทุกข์ยาก ความชั่วร้ายและความโกลาหลวุ่นวาย (1H)ประชากรที่ชอบธรรมทั้งหลายล้วนหวาดกลัวเพราะภัยพิบัติกำลังคุกคามอยู่ เขากลัวความตาย จึงทูลวอนขอพระเจ้า (1I)ขณะที่เขาทูลวอนขออยู่นั้น แม่น้ำใหญ่ก็ผุดขึ้นจากตาน้ำเล็กๆ มีน้ำมากมาย (1K)แสงสว่างปรากฏขึ้นพร้อมกับดวงอาทิตย์ ผู้ต่ำต้อยได้รับการยกย่อง และทำลายผู้ทรงอำนาจ
    (1L)โมรเดคัยตื่นขึ้นและครุ่นคิดถึงความฝันนี้ ว่าพระเจ้าทรงประสงค์จะทำประการใด เขาเก็บความฝันนี้พิจารณาในใจจนถึงค่ำ พยายามเข้าใจความหมายของความฝัน

แผนปลงพระชนม์
    (1M)โมรเดคัยอยู่ในราชสำนักกับบากาธันและธาเรส f ซึ่งเป็นขันทีรักษาความปลอดภัยในราชสำนัก  (1N)โมรเดคัยได้ยินคนทั้งสองพูดกัน ก็สืบดูแผนการของเขา รู้ว่าทั้งสองคนกำลังวางแผนจะปลงพระชนม์กษัตริย์อาหสุเอรัส จึงทูลให้ทรงทราบ  (1O)กษัตริย์ทรงสั่งให้สอบสวนขันทีทั้งสองคนนี้ เขารับสารภาพและถูกประหารชีวิต (1P)กษัตริย์รับสั่งให้บันทึกเรื่องราวนี้ไว้ในจดหมายเหตุ โมรเดคัยบันทึกเรื่องนี้ไว้ด้วย (1Q)กษัตริย์ทรงรับรองตำแหน่งของโมรเดคัยในราชสำนัก และทรงปูนบำเหน็จรางวัลให้เขา
    (1R)แต่ฮามานบุตรของฮัมเมดาธาชาวอากัก ซึ่งกษัตริย์ประทานเกียรติยศให้อย่างสูง กลับหาทางทำร้ายโมรเดคัยและประชากรของเขา เพราะเรื่องขันทีทั้งสองคนของกษัตริย์

I. กษัตริย์อาหสุเอรัสและพระราชินีวัชที
กษัตริย์ทรงจัดงานเลี้ยง
1    1ในรัชสมัยของกษัตริย์อาหสุเอรัส คือกษัตริย์อาหสุเอรัสผู้ทรงปกครองหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดมณฑลจากอินเดียถึงเอธิโอเปีย 2ในสมัยที่กษัตริย์อาหสุเอรัสทรงครองราชย์ที่นครสุสาราชธานี 3ปีที่สามในรัชกาลของพระองค์ พระองค์พระราชทานงานเลี้ยงแก่บรรดาเจ้านายและข้าราชบริพาร  บรรดานายทัพนายกองgแห่งเปอร์เซียและมีเดีย บรรดาขุนนางและผู้ว่าราชการมณฑลมาร่วมงานเลี้ยงเฉพาะพระพักตร์ด้วย 4พระองค์ทรงแสดงความมั่งคั่งและความรุ่งเรืองของพระอาณาจักร ทั้งความหรูหราในราชสำนักอยู่หลายวัน งานเลี้ยงดำเนินไปหนึ่งร้อยแปดสิบวัน 5เมื่อวันเหล่านี้ผ่านไปแล้ว กษัตริย์ยังพระราชทานการเลี้ยงแก่ประชาชนทุกคนที่อยู่ในนครสุสาราชธานีทั้งผู้น้อยผู้ใหญ่เป็นเวลาเจ็ดวันในพระราชอุทยาน 6ซึ่งประดับด้วยม่านผ้าฝ้ายสีขาวและสีม่วงแดงแขวนบนเสาหินอ่อนด้วยเชือกป่านสีแดงเข้มคล้องห่วงเงิน มีเตียงทองคำและเงินตั้งบนพื้นลาดปูนฝังหินแดง หินอ่อน มุกดาและพลอยสีต่างๆ 7เครื่องดื่มก็รินใส่ถ้วยทองคำหลายชนิด เหล้าองุ่นของกษัตริย์มีมากมายตามพระทัยกว้างของพระองค์ 8พระองค์ไม่ทรงบังคับผู้ใดให้ดื่ม แต่ทรงสั่งมหาดเล็กให้ทุกคนดื่มได้ตามความพอใจ
 
พระราชินีวัชทีทรงถูกถอดจากตำแหน่ง
9พระราชินีวัชทีh พระราชทานการเลี้ยงแก่สตรีในราชสำนักของกษัตริย์อาหสุเอรัสด้วย
10วันที่เจ็ด กษัตริย์มีพระทัยรื่นเริงด้วยเหล้าองุ่น ทรงสั่งเมหุมา บิสธา ฮารโบนา บิกธา และอาบักธา เศธาร์ และคารคาส ขันทีทั้งเจ็ดคนซึ่งเป็นผู้รับใช้ใกล้ชิดของกษัตริย์อาหสุเอรัส 11ให้ไปทูลเชิญพระราชินีวัชทีมาเฝ้าพระองค์ สวมมงกุฎราชินีเพื่อให้ประชาชนและบรรดาเจ้านายได้ชมความงามของพระนาง เพราะพระนางทรงพระสิริโฉมมาก 12แต่พระราชินีวัชทีทรงปฏิเสธ ไม่ยอมเสด็จมาตามพระบัญชาที่กษัตริย์รับสั่งไปกับขันที กษัตริย์จึงไม่พอพระทัยอย่างมากและทรงพระพิโรธ
13กษัตริย์ทรงถามผู้มีปรีชาที่รู้กฎหมายi – เป็นธรรมเนียมในสมัยนั้นที่กษัตริย์จะทรงปรึกษาทุกเรื่องกับผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายและข้อกำหนด – 14พระองค์จึงทรงเรียกเคารเชนา เชธาร์ อัดมาธา ทารชิช เมเรส มารเสนา และเมมูคาน เจ้านายทั้งเจ็ดองค์ของแคว้นเปอร์เซียและมีเดีย ที่ปรึกษาใกล้ชิดของพระองค์j มีตำแหน่งสูงสุดในราชอาณาจักร 15ทรงถามเขาว่า “ตามกฎหมายจะต้องทำอย่างไรกับพระราชินีวัชที เพราะพระนางมิได้ปฏิบัติตามพระบัญชาของกษัตริย์อาหสุเอรัสซึ่งรับสั่งไปกับขันที 16เมมูคานจึงทูลตอบเฉพาะพระพักตร์และต่อหน้าบรรดาเจ้านายว่า “พระราชินีวัชทีทรงกระทำผิดทั้งต่อพระราชา ต่อบรรดาเจ้านายและต่อประชาชนทุกคนที่อยู่ในเขตปกครองทั้งหมดของกษัตริย์อาหสุเอรัสด้วย 17สิ่งที่พระราชินีทรงกระทำจะเป็นที่รู้แก่สตรีทุกคน ทำให้เขาดูถูกสามีของตน เขาจะพูดว่า “กษัตริย์อาหสุเอรัสทรงบัญชาให้พระราชินีเสด็จมาเฝ้า แต่พระนางไม่ยอมเสด็จมา” 18ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บรรดาภรรยาของเจ้านายแห่งแคว้นเปอร์เซียและมีเดียจะได้ยินถึงการกระทำของพระราชินี และเล่าให้เจ้านายทั้งหลายของกษัตริย์รู้ทั่วกัน ทำให้เกิดการดูถูกและขัดเคืองเป็นอย่างมาก 19ถ้าพระราชาพอพระทัย ขอให้มีพระราชกฤษฎีกาจากพระองค์ และให้บันทึกไว้ในกฎหมายของชาวเปอร์เซียและชาวมีเดียตลอดไปkว่า พระนางวัชทีจะเข้าเฝ้ากษัตริย์อาหสุเอรัสอีกไม่ได้ และขอพระราชาประทานตำแหน่งพระราชินีแก่สตรีคนอื่นที่ดีกว่าพระนาง 20เมื่อพระราชกฤษฎีกาเป็นที่รู้จักทั่วพระอาณาจักรอันกว้างใหญ่ สตรีทุกคนจะต้องให้เกียรติสามีของตนทั้งที่มีฐานะสูงและฐานะต่ำ”
21คำแนะนำนี้พอพระทัยกษัตริย์และพอใจเจ้านาย กษัตริย์จึงทรงกระทำตามที่เมมูคานทูลเสนอ 22พระองค์ทรงมีพระอักษรส่งไปทุกแคว้นของพระอาณาจักร แต่ละแคว้นได้รับพระราชสารที่เขียนตามอักขระในภาษาของตน สามีทุกคนจึงเป็นเจ้านายในบ้านของตนl