foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
13679
13179
36139
273602
816522
16509969
Your IP: 3.229.118.253
2020-02-18 16:38

สถานะการเยี่ยมชม

มี 263 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

เมื่อคนทำงาน “หมดไฟ”
218036    คุณกำลังรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับงานตรงหน้าหรือเปล่า รู้สึกล้าแม้ว่าจะเพิ่งพักผ่อนสุดสัปดาห์มาหรือไม่ ถ้าใช่ คุณอาจจะกำลังอยู่ในภาวะหมดไฟ หรือ burn out ก็เป็นได้ การ burn out ส่งผลเสียร้ายแรงต่อตัวพนักงานเองและบริษัท พนักงานไม่มีความสุข บริษัทได้ผลงานเพียงเท่าที่จำเป็น ทั้งที่ควรจะได้งานที่เต็มศักยภาพของพนักงาน
    สาเหตุของการ burn out อาจมาจากตัวพนักงานเอง แต่สาเหตุหลักนั้นพบว่ามาจากที่ทำงาน เช่น ต้องทำงานที่มีความสำคัญเฉพาะตัวงานแต่ไม่ใส่ใจตัวคนที่ทำงาน หรือโดนสั่งให้ทำงานที่ต้องใช้ความพยายามหรือความสามารถสูงกว่ามนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะทำไหว พนักงานย่อมรู้สึกล้า คับข้องใจ และหมดไฟในที่สุด

นักจิตวิทยาได้ระบุปัจจัยหลักๆที่ช่วยลดภาวะหมดไฟไว้ 6 ประการ ได้แก่

1. ภาระงาน - อย่าบีบบังคับตนเองว่าต้องทำให้ได้มากๆเข้าไว้ รับงานให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ คุณจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีเวลาพักผ่อนมากขึ้นด้วย
“ท่านทั้งหลายที่เหน็ดเหนื่อย และแบกภาระหนักจงมาพบเราเถิด เราจะให้ท่านได้พักผ่อน” (มัทธิว11:28)

2. การควบคุม – เมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยความวุ่นวายสับสน จะปล่อยให้ตัวเองลอยไปตามกระแสไม่ได้ ต้องควบคุมตนเองและงานของตนเองให้ดี มีความพยายาม มีความอดทน และมีความรักในงาน
“เราแสดงตนเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าด้วยความบริสุทธิ์ใจ ความรู้ ความเพียรอดทน ความใจดี ความช่วยเหลือของพระจิตเจ้า ความรักที่ไม่เสแสร้ง” (2โครินธ์6:6)

3. การให้รางวัล - รางวัลในที่นี้อาจจะเป็นเพียงคำชม ซึ่งบางคนไม่ว่าจะทำงานดีแค่ไหนก็ไม่ได้แม้กระทั่งคำชม เมื่อไม่ได้รับก็จะรู้สึกว่าตนไร้ค่า วิธีแก้คือ เมื่อคุณมั่นใจว่าคุณทำงานนี้ดีแล้ว คุณต้องภาคภูมิใจในงานของคุณ และภาคภูมิใจในตัวคุณเองที่ทำงานชิ้นนี้สำเร็จ ความภูมิใจนี้เองที่เป็นรางวัลให้กับจิตใจอย่างดีเยี่ยม
“อย่าท้อแท้ในการทำความดี เพราะถ้าเราไม่หยุดทำความดี เราก็จะได้เก็บเกี่ยวเมื่อถึงเวลา” (กาลาเทีย6:9)

4. ความรู้สึกโดดเดี่ยว - การทำงานคนเดียว จะทำให้รู้สึกว่าตนไม่มีเพื่อน ไม่มีใครคอยช่วยเหลือ กลัวว่าถ้ามีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานแล้ว แทนที่จะช่วยร่วมคิด อาจจะกลายเป็นต้องช่วยเขาทำงาน เสียเวลามากขึ้นไปอีก วิธีแก้คือ หาเพื่อนร่วมงานที่คุณชอบและนับถือสักคน ร่วมชื่นชมผลงานของกันและกัน ปรึกษาหารือกันเล็กๆน้อยๆ แม้จะเสียเวลาไปบ้างแต่ผลตอบแทนที่ได้ย่อมคุ้มค่ากว่าอย่างแน่นอน
“ข้าพเจ้าแสดงให้ท่านเห็นเสมอมาว่า เราต้องทำงานเช่นนี้เพื่อช่วยเหลือผู้อ่อนแอโดยระลึกถึงพระวาจาของพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าที่ว่า การให้ย่อมเป็นสุขมากกว่าการรับ” (กิจการ20:35)

5. ความรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรม - ความไม่เป็นธรรมที่แม้จะร้องเรียนไปก็ไร้ประโยชน์ย่อมทำให้หมดไฟ วิธีแก้คือ ลองมองย้อนว่าคุณได้รับการยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงานมาหรือไม่ หากได้ คุณก็เป็นบุคคลที่มีคุณค่าสำหรับหน่วยงาน แม้คนจะไม่ยุติธรรมถึงขั้นมองข้ามความสามารถของคุณ แต่พระเป็นเจ้ามองเห็นทุกการกระทำของคุณ ขอให้คุณมั่นคงในความพยายามและความสัตย์ซื่อนี้ต่อไป
“พระเจ้าไม่ทรงอยุติธรรมถึงกับจะทรงลืมกิจการที่ท่านได้กระทำ และทรงลืมความรักที่ท่านได้แสดงต่อพระนามของพระองค์ โดยรับใช้บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์และยังคงรับใช้อยู่ต่อไป” (ฮีบรู6:10)

6. การต้องทำในสิ่งที่ขัดกับค่านิยมของตนเอง - งานใดที่คุณรู้สึกว่าผิดศีลธรรม คุณรู้สึกอึดอัดที่จะทำมัน คุณมีสิทธิ์ก้าวหนีออกจากมัน แต่ถ้ามันเป็นงานที่ขัดกับเจตคติ ความชอบทั่วไปเฉยๆ และคุณเลือกไม่ทำงานนั้นไม่ได้ คุณต้องอดทนและทำในส่วนที่คุณพอทำได้เท่านั้น อย่างบังคับตนเองมากเกินไป เมื่องานสำเร็จ คุณจะภาคภูมิและพึงพอใจกับความสำเร็จนี้อย่างมาก
“แต่เราแสดงตนเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าในทุกกรณีด้วยความอดทนอย่างมาก ในความทุกข์ยาก ความขัดสน ความคับแค้น” (2โครินธ์6:4)

ขอพระอวยพรให้ทุกท่านมีไฟทำงานด้วยสภาพจิตใจที่แข็งแรง