^Back To Top

  • 1 1
    แนวทางปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

ยิ้มดี มีสุข

ยิ้มดี มีสุข

1109406374ยิ้มไว้ พระเจ้ารักคุณ ยิ้มต่อไป แล้วคนอื่นจะยิ้มด้วย
Smile! God loves you! Keep smiling and others will too.
ทุกสิ่งที่ผิดพลาดไปหมด ขอให้มีใจชื่นบาน การเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้ด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ไม่ช่วยให้สภาพการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด แต่บ่อยครั้งการยิ้มทั้งน้ำตา ก็เป็นชัยชนะอยู่ในตัว
If everything’s going wrong, cheer up. Facing defeat with a dour countenance doesn’t improve conditions any, but a smile through your tears is often a victory in itself.
ยิ้มเข้าไว้ นั่นอาจเป็นแสงตะวันส่องทางให้ใครสักคนในวันที่ประสบมรสุมร้าย
Smile. It may be the ray of sunshine that someone needs in an otherwise stormy day.

เมื่อคุณยิ้ม
คุณได้บริหารใบหน้าเพียงแค่คุณฉีกปากกว้าง เริ่มยิ้มเท่านั้น ผลคือ จะเป็นการขยับกล้ามเนื้อส่วนที่เรียกว่า “ไซโกเมติก” ที่อยู่ใกล้ปาก และ “ออล์บิคิวลาริส ออคิวไล” ที่อยู่ใกล้ดวงตา ดังนั้น เมื่อคุณยิ้มก็เท่ากับคุณได้ออกำลังกายในเวลาเดียวกัน

เมื่อคุณยิ้ม
คุณได้ยกกระชับใบหน้าแบบไม่พึ่งมีดหมอ เริ่มต้นฝึกยิ้มตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพและความอ่อนเยาว์ที่คุณจะได้รับ ความกังวลจะทำให้คุณเกิดรอยย่นและปากเม้ม แต่การยิ้มจะช่วยยกใบหน้า ทำให้คุณดูอ่อนวัย ดังนั้น ให้ยืนหน้ากระจกแล้วยิ้ม เริ่มจากมุมปากที่ขมับ ไม่ต้องกังวลเรื่องตีนกา การยิ้มที่จริงใจมักไม่สามารถควบคุมบริเวณกล้ามเนื้อตาได้

เมื่อคุณยิ้ม
คุณดูสวยขึ้นแปดเท่า ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอะเบอร์ดีนพบว่า ใบหน้าที่ยิ้มร่าได้รับการตัดสินว่าเป็นใบหน้าที่มีเสน่ห์มากที่สุด สูงถึงแปดเท่าจากสีหน้าอื่นๆ เพราะคนเราถูกธรรมชาติกำหนดให้สะดุดตากับคนที่มีรอยยิ้ม ซึ่งทำให้เกิดความสุข

เมื่อคุณยิ้ม
คุณมีสิทธิได้เลื่อนตำแหน่ง มีงานวิจัยพบว่า เมื่อคุณยิ้มนั่นเป็นสัญญาณแสดงถึงความเชื่อมั่นในสถานการณ์การเข้าสังคม และการเข้ากับคนอื่นได้อีกด้วย และนั่นหมายถึงโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพการงานของคุณ

เมื่อคุณยิ้ม
ช่วยปัดเป่าความเครียด เพียงคุณยิ้ม รอยยิ้มจะเพิ่มความสุข หยุดท่าทางที่กังวลในตัวคุณ และลดระดับของปริมาณฮอร์โมน ความเครียดที่ชื่อ “คอร์ติซอล” ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาขนาดหน้าท้อง การศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพบว่า เพียงคุณคิดเรื่องการหัวเราะ ก็ช่วยเพิ่มระดับสารเคมีที่ช่วยในการผ่อนคลาย นักค้นคว้าพบว่าคนที่ดูหนังตลกมีเอนโดรฟินส์เพิ่มขึ้น 27% และมีฮอร์โมนต้านความแก่เพิ่มขึ้น 87% มากกว่าคนที่นั่งอ่านหนังสือถึง 1 ชั่วโมง

รอยยิ้ม = ยาแก้ปวดชั้นดี
การยิ้มและการหัวเราะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟินส์ ซึ่งเป็นสารแก้ปวดตามธรรมชาติ

เมื่อคุณยิ้ม
ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ เพียงคุณยิ้มหรือหัวเราะ 10 นาที ความดันโลหิตจะลดลงไป 10-20 มม. การค้นคว้าจากมหาวิทยาลัยแมร์รี่แลนด์พบว่าการหัวเราะยังทำให้หลอดเลือดภายในขยายขึ้น เพิ่มการไหลเวียนเลือดและช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดเพิ่มภูมิคุ้มกัน ทุกครั้งที่คุณยิ้ม คุณได้กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในตัวคุณ การศึกษาจากฟินแลนด์ชี้ให้เห็นว่า คนที่มองโลกในแง่ดีมักป่วยน้อยกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย เพราะการยิ้มจะช่วยเพิ่มการสร้างทีเซลล์และแอนติบอดี้ที่ช่วยปัดเป่าโรคหวัด

เมื่อคุณยิ้ม
ทำให้คนอื่นยิ้มด้วย นั่นเพราะว่าการยิ้มมีประโยชน์มากมาย
1.    ยิ้มทำให้คุณมีเสน่ห์ หลายคนที่ไม่ได้หล่อ ไม่ได้สวย แต่ทุกครั้งที่ยิ้มก็เหมือนกับว่าโลกทั้งโลกสว่างไสวไปกับรอยยิ้มของเขา หลายคนไม่รู้ตัวหรอกว่า ตัวเองยิ้มสวยแค่ไหน ต้องลองยิ้มกับกระจกและสำรวจดูบ้าง
2.    มีมิตรมากกว่าศัตรู รอยยิ้มที่จริงใจและถูกกาลเทศะจะสร้างมิตรมากกว่าศัตรู ว่ากันว่ารอยยิ้มคือเครื่องมือกะเทาะกำแพงน้ำแข็ง หรือความเย็นชาแปลกหน้าที่ผู้คนมีต่อกันได้เป็นอย่างดี ใครจะรู้ รอยยิ้มเล็กๆ ที่ส่งให้กันในวันนี้ อาจนำพาเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตมาให้เราก็ได้
3.    มีความสดชื่น รอยยิ้มเป็นสัญลักษณ์ของอารมณ์ที่สดชื่นเหมือนกับความสดชื่นนั้นคือต้นไม้ และรอยยิ้มก็คือดอกไม้ อารมณ์และสภาพจิตของคนเรา ปลูกต้นอะไรไว้ก็ย่อมจะออกดอกเป็นสิ่งนั้น
4.    เมื่อเผชิญกับปัญหาความทุกข์ หรือความยากลำบากให้อิ่มเข้าไว้ จะทำให้มีเรี่ยวแรงกำลังที่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะว่ารอยยิ้ม คือกำลังของชีวิตอย่างหนึ่ง
5.    มีมุมมองที่ดี คนที่มีอุปนิสัยยิ้มแย้ม จะเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี แม้ในเวลาที่มีปัญหาก็จะยิ้มสู้ และพลิกปัญหาหรืออุปสรรคเหล่านั้นให้กลายเป็นโอกาสขึ้นมาได้

รอยยิ้มเกิดขึ้นได้อย่างไร
รอยยิ้มเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อ 2 มัดใหญ่ คือ ไซโกเมติก เมอเจอร์ (Zygomatic major) ที่จะช่วยดึงมุมปากให้ยกขึ้นไปหาโหนกแก้ม และออร์บิคิวลาริส ออคิวไล (Orbicularis Oculi) ที่จะช่วยดึงเนื้อแก้มและเบ้าตาให้ยกขึ้น เมื่อเปรียบเทียบการยิ้มกับการแสดงสีหน้าแบบอื่น เช่น โกรธ เศร้า เคร่งขรึม วิตกกังวล ฯลฯ แล้ว
จะพบว่าการยิ้มใช้กล้ามเนื้อใบหน้าน้อยกว่าการแสดงสีหน้าแบบอื่นมาก การยิ้มจึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า และทำให้ใบหน้าดูดีกว่าการแสดงสีหน้าแบบอื่นๆ ด้วย

ยิ้มมีผลต่อร่างกายอย่างไร
จากการศึกษาพบว่า เมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวจนเกิดเป็นรอยยิ้ม จะส่งผลทำให้โลหิตแดงที่ไปเลี้ยงสมองมีอุณหภูมิลดลง ทำให้เกิดความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย ซึ่งจะตรงข้ามกับการทำหน้านิ่วคิ้วขมวด การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าจะทำให้สมองมีอุณภูมิสูงขึ้นและเกิดความรู้สึกไม่สบาย นอกจากนี้ ในขณะที่คนเรายิ้ม หัวใจจะเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง ระบบต่างๆ ในร่างกายจะผ่อนคลาย ต่อมหมวกไตจะทำงานน้อยลง ฮอร์โมนอะดรีนาลีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดจะถูกขับออกมาน้อยลงด้วย การยิ้มจึงช่วยลดความเครียดได้

ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
14913
17425
44042
375207
816522
16611574
Your IP: 35.173.57.84
2020-02-25 20:13

สถานะการเยี่ยมชม

มี 217 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk