แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

    วันหนึ่ง มีชายคนหนึ่งมาพบโสกราตีสและกล่าวกับท่านว่า “ฟังนะโสกราตีส ฉันอยากจะบอกกับท่านว่า เพื่อนของท่านคนหนึ่ง...” “ขอเวลาสักครู่หนึ่ง” โสกราตีสกล่าวตัดบท “คุณได้กรองสิ่งที่คุณจะพูดด้วยกฎสามประการแล้วหรือยัง”
    “กฎสามประการคืออะไร” ชายคนนั้นถาม โสกราตีสตอบว่า “กฎข้อแรกคือความจริง คุณได้ตรวจสอบหรือยังว่า สิ่งที่คุณต้องการจะบอกกับฉันเป็นความจริง” “ฉันเพียงแต่ได้ยินเขาเล่ามาเท่านั้น” ชายคนนั้นกล่าวตอบ “แล้วกฎข้อที่สองคืออะไร”

ชายคนนั้นถาม โสกราตีสตอบเขาว่า “กฎข้อที่สองคือความดี สิ่งที่คุณต้องการจะบอกกับฉันแม้คุณยังไม่ได้ตรวจสอบมัน มันเป็นสิ่งที่ดีใช่ไหม” “ผมว่าในทางตรงกันข้าม มันเป็นสิ่งที่ไม่สู้จะดีนัก” ชายคนนั้นกล่าวตอบ
    โสกราตีสถอนใจยาวก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า “อย่างนั้นเรามาดูกฎข้อสามกันเถอะ นั่นคือความจำเป็น สิ่งที่คุณจะบอกกับฉันมันเป็นสิ่งที่จำเป็นไหม” “พูดตามตรงนะ สิ่งที่ผมจะบอกมันไม่มีความจำเป็นเลย” ชายคนนั้นสารภาพ โสกราตีสยิ้มพลางกล่าวว่า “ถ้าสิ่งที่คุณต้องการจะบอกกับฉันมันไม่จริง ไม่ดี และไม่จำเป็น คุณลืมมันเสียเถอะ มันเป็นสิ่งที่ไร้ค่าและไม่มีประโยชน์ใดๆ ที่จะฟังหรือรับรู้”
    โสกราตีสสอนเราว่า ก่อนที่เราจะพูดถึงคนอื่น เราน่าจะใช้กฎสามประการนี้เช่นกัน คือ สิ่งที่เราจะพูดถึงผู้อื่นมันเป็นความจริงไหม? สิ่งที่เราจะพูดถึงผู้อื่นมันดีไหม? และสิ่งที่เราจะพูดถึงผู้อื่นมันจำเป็นไหม? ถ้ามันจริง ดี และจำเป็น เราก็สามารถพูดถึงผู้อื่นได้ แต่ถ้ามันขาดข้อใดข้อหนึ่ง หรือขาดทั้งสามข้อ ถ้าเราไม่พูดก็จะดีกว่า

ชวนคิดสะกิดใจ
“ถ้าผู้ใดไม่ผิดพลาดด้วยวาจา ผู้นั้นย่อมเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ เขาบังคับร่างกายทั้งหมดให้อยู่ใต้อำนาจได้... เราใช้ลิ้นถวายพระพรพระเจ้า พระบิดา และใช้ลิ้นสาปแช่งมนุษย์ซึ่งถูกสร้างตามภาพลักษณ์ของพระเจ้า ทั้งคำถวายพระพรและคำสาปแช่งล้วนออกมาจากปากเดียวกัน พี่น้องทั้งหลาย ไม่ควรให้เป็นเช่นนี้เลย” (ยก 3:2 ,9-10)