foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
21124
29495
108937
764643
596667
16184488
Your IP: 3.233.219.101
2020-01-29 17:30

สถานะการเยี่ยมชม

มี 342 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

เศรษฐีกับพวกไปเที่ยวฟาร์มแห่งหนึ่ง ทุกคนสนุกสนานกับธรรมชาติ และกิจกรรมในฟาร์มมาก
แต่ขณะที่กำลังจะเดินออก เศรษฐีคนนั้นก็พบว่า "นาฬิกาพก" รุ่นเก่าที่ภรรยาซื้อให้ในวันเกิดหายไป
มันต้องตกอยู่ในคอกม้าอย่างแน่นอน
เขากับเพื่อนช่วยกันกระจายกันเดินหานาฬิกาทั่วคอกม้า
ระหว่างเดินหาเพื่อนก็พยายามพูดให้กำลังใจเศรษฐีคนนี้
เดินหาเท่าไรก็ไม่พบ
เขาไปแจ้งเจ้าของฟาร์มให้ช่วยเหลือ
เจ้าของก็แสนดีเกณฑ์คนที่ว่างงานอยู่เกือบ 20 คนไปค้นหา
มีทั้งคุณลุงที่ประจำอยู่คอกม้า ผู้หญิงที่ทำความสะอาด และเด็กชายคนหนึ่ง

ทุกคนกระจายกันค้นหา มีการตะโกนบอกกันเป็นระยะๆว่าค้นตรงนั้นแล้วไม่เจอ ให้คนนั้นไปหาตรงนี้
ใช้เวลาค้นหาประมาณ 1 ชั่วโมงก็หานาฬิกาไม่เจอ
เศรษฐีเริ่มสิ้นหวัง คิดว่าคงต้องสูญเสียนาฬิกาเรือนนี้ไปอย่างแน่นอน
ขณะที่พนักงานของฟาร์มจะเดินจากไป เด็กชายคนนั้นเดินย้อนกลับมาหาเศรษฐีคนนี้อีกครั้ง
“ขอผมลองเข้าไปดูอีกครั้งนะครับ แต่ขอผมเข้าไปคอกม้าคนเดียว”
แม้จะรู้สึกว่าเสียเวลาเปล่า แต่เมื่อเด็กน้อยมีน้ำใจ เขาก็พยักหน้าทั้งที่ไม่มั่นใจว่าจะหาเจอ
พวกเพื่อนๆก็บ่นลับหลังว่าพวกเราและคนของฟาร์มตั้งเยอะยังหาไม่ได้
“ไปหาคนเดียวจะเจอได้อย่างไร”
แต่ไม่ถึง15 นาที เด็กชายคนนี้เดินออกมาด้วยรอยยิ้ม เขาชูนาฬิกา
“ใช่ เรือนนี้หรือเปล่าครับ”
เศรษฐีดีใจมาก เพราะนั่นคือ”นาฬิกาพก”แสนรักที่เขากำลังค้นหาอยู่
เขากล่าวขอบคุณและให้สินน้ำใจกับเด็กน้อย
แต่ยังคาใจ
“เธอหาเจอได้อย่างไร”
เด็กน้อยยิ้มแฉ่ง บอกว่าพอเข้าไปข้างในคนเดียว เขาก็เพียงแต่นั่งเงียบๆ แล้วค่อยๆเปลี่ยนจุดนั่งไปเรื่อยๆ
“แค่จุดที่ 3 ผมก็ได้ยินเสียงติ๊กต่อก ติ๊กต่อก” เขาเล่า
“ผมแค่เดินตามเสียงนั้นไปก็เจอนาฬิกาเรือนนี้”
ครับ การค้นหานาฬิกาเรือนนี้ทั้ง 2 ครั้ง ทุกคนคุยกันไปหากันไป
ทุกคนพยายามมองหาตัวนาฬิกา
แต่ไม่ได้คิดจะฟังเสียงของนาฬิกา
เสียงพูดคุยกลบเสียงดังของนาฬิกาไปสิ้น
เรื่องเล่าเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการแก้ปัญหาไม่ได้มีเพียงหนทางเดียว
เราสามารถค้นหานาฬิกาได้ 2 แบบ
จะดูหรือจะฟัง
ทุกปัญหาก็เช่นกัน เราจะแก้ปัญหาแบบที่คนส่วนใหญ่ทำ
หรือเราจะมองปัญหาให้
ละเอียด มองให้ครบทุกองค์ประกอบ
บางทีการแก้ปัญหาอาจมีหลายหนทาง
และอีกเรื่องหนึ่งที่เด็กคนนี้สอนเราก็คือในวิกฤติที่คิดว่าปัญหาหนักหนาสาหัส
บางครั้งเราต้องนิ่ง
ต้องมีสติ ทำใจให้สงบ
เมื่อมีสมาธิ จึงจะค้นพบทางออก
ต้องนิ่ง และเงียบเท่านั้น
เราจึงจะได้ยินเสียงนาฬิกา