foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Catechetical Center of Bangkok

Kamson on Live

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
3602
10445
23157
57709
330048
18291951
Your IP: 18.206.238.176
2020-07-07 07:29

สถานะการเยี่ยมชม

มี 176 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

สมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์

ข่าวดี    มัทธิว 28:16-20
(16)บรรดาศิษย์ทั้งสิบเอ็ดคนได้ไปยังแคว้นกาลิลี ถึงภูเขาที่พระเยซูเจ้าทรงกำหนดไว้  (17)เมื่อเขาเห็นพระองค์ ก็กราบนมัสการ แต่บางคนยังสงสัยอยู่  (18)พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ ตรัสแก่เขาเหล่านั้นว่า “พระเจ้าทรงมอบอำนาจอาชญาสิทธิ์ทั้งหมดในสวรรค์และบนแผ่นดินให้แก่เรา (19) เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขาเดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต (20) จงสอนเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้แก่ท่าน แล้วจงรู้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ”

******************************

นักบุญลูกาบันทึกไว้ว่า “เมื่อตรัสดังนี้แล้ว พระองค์เสด็จขึ้นสวรรค์ต่อหน้าเขาทั้งหลาย เมฆบังพระองค์จากสายตาของเขา  เขายังคงจ้องมองท้องฟ้าขณะที่พระองค์ทรงจากไป  ทันใดนั้นมีชายสองคนสวมเสื้อขาวปรากฏกับเขากล่าวว่า ‘ชาวกาลิลีเอ๋ย ท่านทั้งหลายยืนแหงนมองท้องฟ้าอยู่ทำไม พระเยซูเจ้าพระองค์นี้ที่ทรงเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ จะเสด็จกลับมาเช่นเดียวกับที่ท่านทั้งหลายเห็นพระองค์ทรงจากไปสู่สวรรค์’” (กจ 1:9-11)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้หมู่บ้านเบธานี (ลก 24:50) ทางทิศตะวันออกของกรุงเยรูซาเล็ม บนภูเขามะกอกเทศ (กจ 1:12)
อย่างไรก็ตาม “การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูเจ้า” มิได้เป็นเพียงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสองพันปีก่อนที่ลูกาบันทึกไว้เท่านั้น แต่ยังมีความหมายสำคัญและเป็นปัจจุบันทั้งสำหรับพระเยซูเจ้าเองและสำหรับเราคริสตชนทุกคนด้วย....

สำหรับพระเยซูเจ้า การเสด็จขึ้นสวรรค์เป็นสิ่งจำเป็นในการเข้าสู่พระสิริรุ่งโรจน์ที่พระเจ้าตรัสสัญญาไว้ว่า “จงประทับทางขวาของเรา จนกว่าเราจะทำให้ศัตรูของท่านเป็นดังแท่นวางเท้าของท่าน” (สดด 110:1) ซึ่งเป็นข้อความจากพระธรรมเก่าที่ได้รับการอ้างอิงถึงมากที่สุดในพระธรรมใหม่
นอกจากนั้น การเสด็จขึ้นสวรรค์ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพระองค์ทรงได้รับการเทิดทูนเหนือบรรดาวีรบุรุษในพระธรรมเก่าอย่างเช่นกษัตริย์ดาวิดซึ่ง “ยังไม่เคยเสด็จขึ้นสวรรค์” (กจ 2:34) และทรงอยู่เหนือทูตสวรรค์ดังที่ผู้นิพนธ์จดหมายถึงชาวฮีบรูตั้งคำถามว่า “พระเจ้าตรัสกับทูตสวรรค์องค์ใดบ้างว่า 'เชิญมาประทับ ณ เบื้องขวาของเราเถิด จนกว่าเราจะปราบศัตรูทั้งหมดให้เป็นที่วางเท้าของท่าน'” (ฮบ 1:13) และนักบุญเปโตรเสริมว่า “ทั้งทูตสวรรค์ ทั้งศักดิเทพ และทั้งอิทธิเทพทั้งหลายล้วนอยู่ใต้พระอำนาจของพระองค์ผู้เสด็จสู่สวรรค์และประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้า” (1 ปต 3:22)
รวมความว่า อาศัยการเสด็จขึ้นสวรรค์ พระเยซูเจ้าทรง “ครอบครองทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์" (อฟ 4:10) และได้รับ “พระนามที่ประเสริฐกว่านามอื่นใดทั้งสิ้น  เพื่อทุกคนในสวรรค์และบนแผ่นดิน รวมทั้งใต้พื้นพิภพ จะย่อเข่าลงนมัสการพระนาม ‘เยซู’ นี้  และเพื่อชนทุกภาษาจะได้ร้องประกาศว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า” (ฟป 2:9-11)
ทั้งหมดนี้พระองค์ทรงสรุปให้บรรดาอัครสาวกฟังสั้น ๆ ว่า “พระเจ้าทรงมอบอำนาจอาชญาสิทธิ์ทั้งหมดในสวรรค์และบนแผ่นดินให้แก่เรา” (มธ 28:18)
บางคนอาจส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง ที่พระองค์ทรงลงเอยด้วยน้ำเน่าเหมือนมนุษย์ทั่วไป คือทรงกระทำทุกสิ่งเพื่อ “อำนาจ” นี่เอง
แต่อำนาจของพระองค์แตกต่างจากอำนาจที่มนุษย์แสวงหาอย่างสิ้นเชิง !
ตัวอย่างที่เราพบเห็นจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้วก็คือพวกนักการเมืองซึ่งพยายามทุกวิถีทางเพื่อเข้าสู่วงจรอำนาจ  เริ่มตั้งแต่โกงเลือกตั้ง ซื้อตำแหน่ง แก้กฎหมายเพื่อเพิ่มและคงไว้ซึ่งอำนาจ ฯลฯ เพราะอำนาจทำให้ตัวเขาและพวกพ้อง “ได้รับผลประโยชน์”
แต่อำนาจของพระเยซูเจ้าเป็น “อำนาจเหนือความตาย” และพระองค์ทรงใช้อำนาจนี้มิใช่เพื่อพระองค์เอง แต่ “เพื่อช่วยเราทุกคน” ให้เอาชนะความตายและมีชีวิตนิรันดรดุจเดียวกับพระองค์
ในเมื่อความตายพระองค์ยังสามารถพิชิตได้  ยังจะมีอะไรอีกหรือที่อยู่นอกเหนือความสามารถและอำนาจของพระองค์ ไม่ว่าในสวรรค์หรือบนแผ่นดินก็ตาม ?
เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะต้องกลัวอะไรอีกเพราะเจ้านายของเราทรงมีอำนาจชนิดปราศจากข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้น ?!

สำหรับคริสตชน การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูเจ้ามีความสำคัญต่อเราอย่างยิ่งยวด
1.    ทำให้เราได้รับพระจิตเจ้า ดังที่ทรงตรัสว่า “ถ้าเราไม่ไป พระผู้ช่วยเหลือก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน  แต่ถ้าเราไป เราจะส่งพระองค์มาหาท่าน” (ยน 16:7)
หากพระองค์ไม่เสด็จขึ้นสวรรค์ ร่างกายของพระองค์ก็ประทับอยู่เพียงที่เดียวในปาเลสไตน์เมื่อสองพันปีก่อน  แต่เมื่อเสด็จขึ้นสวรรค์ พระจิตของพระองค์สามารถประทับอยู่ทุกแห่งที่ “มีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของพระองค์” (มธ 18:20) ตลอดไป
ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงกล้าสัญญากับบรรดาอัครสาวกว่า “จงรู้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ” (มธ 28:20)
แปลว่าเรามีพระองค์ประทับอยู่เคียงข้างเราเสมอไม่ว่ายามสุขหรือทุกข์ก็ตาม
นับจากนี้ไป เราไม่ต้องหวั่นกลัวอะไรอีกเพราะ เรามีพระเยซูเจ้าผู้มีอำนาจเต็มทั้งในสวรรค์และบนแผ่นดิน อยู่กับเราและช่วยเหลือเราตลอดไป ตราบจนสิ้นพิภพ.........
2.    ทำให้เรามีความหวัง  ในเมื่อพระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นมนุษย์แท้ยังเสด็จขึ้นสวรรค์ได้ เราย่อมหวังว่าจะขึ้นสวรรค์ได้เช่นเดียวกับพระองค์  ยิ่งพระองค์ตรัสว่า “เรากำลังไปเตรียมที่ให้ท่าน” (ยน 14:2) เรายิ่งมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า “เมื่อกระโจมที่เราอาศัยอยู่ในโลกนี้ถูกเก็บไปแล้ว เรายังมีบ้านซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้สำหรับเรา เป็นบ้านที่ไม่ได้สร้างด้วยมือมนุษย์ แต่เป็นบ้านถาวรนิรันดรอยู่ในสวรรค์” (2 คร 5:1)
3.    ทำให้เครื่องบูชาของเราเป็นที่พอพระทัย  เพราะพระเยซูเจ้าคือ “มหาสมณะยิ่งใหญ่ผู้ซึ่งผ่านเข้าสู่สวรรค์” (ฮบ 4:14) และเสด็จล่วงหน้าเข้าไปถึงห้องภายในพระวิหาร (ฮบ 6:19-20) ซึ่งเป็นพระวิหารแท้โดยมีพระวิหารที่น้ำมือมนุษย์สร้างขึ้นในโลกนี้เป็นเพียงภาพจำลอง (ฮบ 9:24)  นอกจากนี้พระองค์ “ทรงถวายเครื่องบูชาชดเชยบาปเพียงครั้งเดียว แล้วจึงเสด็จเข้าประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้าตลอดไป” (ฮบ 1:3; 10:12; 12:2)
การเสด็จขึ้นสวรรค์เข้าสู่ห้องภายในซึ่งมีแต่มหาสมณะเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้และประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้าตลอดไปคือเครื่องพิสูจน์ว่าพระเจ้าทรงพอพระทัยและยอมรับเครื่องบูชาลบล้างมลทินแห่งบาปที่พระองค์ทรงถวายบนไม้กางเขน และไม่จำเป็นต้อง “ถวายเครื่องบูชาอย่างเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า” (ฮบ 10:11)
4.    ทำให้เรามีทนายแก้ต่าง ดังที่นักบุญยอห์นกล่าวว่า “ถ้าใครทำบาป เรายังมีทนายแก้ต่างให้เฉพาะพระพักตร์ของพระบิดา คือพระเยซูคริสตเจ้า ผู้ทรงเที่ยงธรรม” (1 ยน 2:1)
ที่สำคัญคือพระองค์ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์เหมือนกับเราทุกประการ ทรงประสบกับทุกสิ่งที่เราประสบไม่ว่าจะเป็นการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และ “ทรงผ่านการทดลองทุกอย่างเหมือนกับเรา ยกเว้นบาป” (ฮบ 4:15) ด้วยเหตุนี้พระองค์จึง “ติดต่อกับพระเจ้าเพื่อไถ่โทษชดเชยบาปของประชากร” (ฮบ 2:17) และ “บันดาลความรอดพ้นนิรันดรแก่ทุกคนที่ยอมนอบน้อมเชื่อฟังพระองค์ เพราะพระเจ้าทรงแต่งตั้งพระองค์ให้ทรงเป็นมหาสมณะตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค” (ฮบ 5:9-10)
การเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูเจ้าจึงเป็นเครื่องยืนยันว่า “พระเจ้าทรงเข้าใจมนุษย์อย่างถ่องแท้” เราจึง “วอนขอพระหรรษทานได้ด้วยความมั่นใจ และพบพระหรรษทานเกื้อกูลในยามที่เราต้องการ” (ฮบ 4:16)
ในเมื่อพระองค์สามารถบันดาลความรอดพ้นนิรันดรให้แก่ทุกคนที่นอบน้อมเชื่อฟังพระองค์ พระองค์จึงตรัสสั่งบรรดาอัครสาวกว่า “ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา” (มธ 28:19)
นี่คือสุดยอดภารกิจที่ทรงมอบหมายแก่สาวกและเราทุกคน !
ภารกิจนี้คือ “ทำให้โลกเป็นศิษย์และนอบน้อมเชื่อฟังพระองค์”
พระองค์ต้องการศิษย์มิใช่เพื่อชื่อเสียงหรือเกียรติยศของพระองค์เอง แต่เพื่อช่วยศิษย์ให้รอดและ “มีชีวิตเหมือนพระองค์”
พระบิดาทรงส่งพระองค์มา และพระองค์ทรงส่งเราไป ก็เพื่อวัตถุประสงค์นี้เอง !

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk