foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
2452
11669
54106
172841
330048
18407083
Your IP: 3.236.121.68
2020-07-15 05:46

สถานะการเยี่ยมชม

มี 196 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 1 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า


ข่าวดี    มัทธิว 24:37-44

(37)“สมัยของโนอาห์เป็นเช่นไร เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นเช่นนั้น (38)ในสมัยก่อนน้ำวินาศนั้น ผู้คนกิน ดื่ม แต่งงานกันจนถึงวันที่โนอาห์เข้าไปในเรือ  (39)ไม่มีใครนึกระแวงว่าอะไรจะเกิดขึ้นจนกระทั่งน้ำวินาศมากวาดพวกเขาไปหมดสิ้น เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นเช่นนั้นด้วย  (40)เวลานั้น คนสองคนอยู่ในทุ่งนา คนหนึ่งจะถูกรับไป อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งไว้  (41)หญิงสองคนที่กำลังโม่แป้งอยู่ คนหนึ่งจะถูกรับไป อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งไว้  (42)“จงตื่นเฝ้าระวังเถิด เพราะท่านไม่รู้ว่านายของท่านจะมาเมื่อไร  (43)พึงรู้ไว้เถิด  ถ้าเจ้าบ้านรู้ว่าขโมยจะมาในยามใด เขาคงจะตื่นเฝ้าไม่ปล่อยให้ขโมยงัดแงะบ้านของตนได้  (44)ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน จงเตรียมพร้อมไว้ เพราะว่าบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย

*****************************


พระวรสารวันนี้กล่าวถึง “การเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสตเจ้า” (The Second Coming of Christ) ซึ่งจะมีลักษณะเช่นเดียวกับสมัยของโนอาห์ (มธ 24:37)
ในสมัยของโนอาห์ “ความชั่วร้ายของมนุษย์มีมากบนแผ่นดิน และใจของเขาคิดแต่สิ่งชั่วร้ายอยู่ตลอดเวลา” (ปฐก 6:5) แต่ “โนอาห์เป็นคนดี เป็นคนชอบธรรมในท่ามกลางคนร่วมสมัย เขาดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้า” (ปฐก 6:9)
พระเจ้าจึงตรัสกับโนอาห์ว่า “เราได้ตัดสินใจว่า มนุษย์ทุกคนมาถึงจุดจบแล้ว โลกมีแต่ความรุนแรงเพราะมนุษย์ ดังนั้น เราจะทำลายเขาพร้อมกับแผ่นดิน” (ปฐก 6:13) พร้อมกันนั้นทรงบัญชาให้โนอาห์เตรียมการรับมือกับน้ำวินาศ
ขณะที่ดินฟ้าอากาศยังแจ่มใส ไม่มีเค้าว่าฝนจะตกหนัก โนอาห์เริ่มเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตตามที่พระเจ้าทรงบัญชาทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการต่อเรือใหญ่ด้วยไม้สน การนำบุตร ภรรยา สะใภ้ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดอย่างละคู่ ทั้งตัวผู้และตัวเมีย ตลอดจนของกินทุกชนิดขึ้นไว้บนเรือ (ปฐก 6:13-22)
ส่วนผู้ที่ไม่ฟังคำเตือนของพระเจ้ามัวสลวนอยู่กับการกิน การดื่ม การมีเพศสัมพันธ์โดย “ไม่มีใครนึกระแวงว่าอะไรจะเกิดขึ้น” (มธ 24:39)
ที่สุด “ฝนตกลงบนแผ่นดินสี่สิบวันสี่สิบคืน” (ปฐก 7:12) “สิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินก็ตายสิ้น ทั้งนก สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า สัตว์เล็กทุกชนิดที่เคลื่อนไหวเป็นฝูงบนแผ่นดิน รวมทั้งมนุษย์ทุกคน” (ปฐก 7:21) “ระดับน้ำท่วมสูงอยู่เป็นเวลาหนึ่งร้อยห้าสิบวัน” (ปฐก 7:24)
พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นเช่นนั้นด้วย” (มธ 24:39) นั่นคือ พระองค์จะเสด็จมาในเวลาที่ไม่มีใครนึกระแวง !!
น่าเป็นห่วงว่า สถานการณ์ทุกวันนี้ไม่ได้แตกต่างจากสมัยของโนอาห์เลย  เราหมกมุ่นอยู่กับการกิน การดื่ม การแต่งงาน การทำธุรกิจ การสะสมทรัพย์สมบัติเพื่อจะได้ไม่ตกกระแสบริโภคนิยมซึ่งกำลังครอบงำโลกอยู่ทุกวันนี้
จริงอยู่ การกิน การดื่ม การแต่งงาน การทำธุรกิจ ล้วนเป็นสิ่งจำเป็น  แต่เราต้องไม่ลืมว่านอกจากชีวิตในโลกนี้แล้ว ยังมีชีวิตนิรันดรรอเราอยู่ และเมื่อพระเจ้าตรัสเรียกเราไม่ว่าเวลาเช้า เที่ยง หรือเย็น เราต้องพร้อมอยู่เสมอ !!
เราต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่ยังไม่มีเค้าเมฆแห่งความเจ็บป่วยและความตายเพราะเมื่อพระองค์เสด็จมาจะมีการ “พิพากษา” และแยกแยะเราออกเป็น 2 ฝ่าย “คนหนึ่งจะถูกรับไป อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งไว้” (มธ 24:40,41)
พระองค์จะทรงต้อนรับผู้ที่เตรียมพร้อมมาอยู่กับพระองค์  ส่วนผู้ที่ไม่ได้เตรียมพร้อมจะถูกละทิ้งไป
ในเมื่อชะตากรรมของเราขึ้นอยู่กับความพร้อมเช่นนี้ พระองค์จึงทรงย้ำเตือนว่า “จงตื่นเฝ้าระวังเถิด” (มธ 24:42)
ความคิดของพระองค์คือ
1.    การไม่เฝ้าระวังเป็นหนทางสู่ความหายนะ เพราะคงไม่มีขโมยคนใดฝ่าฝืนเคล็ดลับแห่งวิชาชีพด้วยการส่งจดหมายเตือนเจ้าของบ้านล่วงหน้า  ดังนั้นยิ่งมีของมีค่ามากเท่าใด เรายิ่งต้องเฝ้าระวังให้มากเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดความสูญเสียใหญ่หลวง
แล้วในโลกนี้ยังจะมีสิ่งใดมีค่าควรแก่การเฝ้าระวังมากกว่า “ชีวิต” ของเราอีกเล่า ?!
ต่างกันเพียงแต่ว่าเราเฝ้าระวังขโมยด้วยความตื่นกลัว แต่เราเฝ้าคอยพระเจ้าด้วยความกระตือรือร้น เพราะพระองค์คือผู้ทรงนำความยินดีและพระสิริรุ่งโรจน์มาสู่เรา
2.    สาเหตุของการไม่เฝ้าระวังคือความคิดว่า “ยังมีเวลา”  ความคิดนี้ทำให้ผู้รับใช้ที่ไม่รับผิดชอบพูดว่า “นายจะมาช้า” แล้วเริ่มตบตีเพื่อนผู้รับใช้ด้วยกัน กินดื่มกับพวกขี้เมา ที่สุดนายกลับมาในวันที่เขามิได้คาดหมายและแยกเขาออกไปอยู่กับพวกหน้าซื่อใจคด ที่นั่นมีแต่การร่ำไห้คร่ำครวญและขบฟันด้วยความขุ่นเคือง (มธ 24:45-51)
มีนิทานเรื่องหนึ่งเล่าว่า ปิศาจฝึกงาน 3 ตนเล่าแผนล่อลวงมนุษย์ให้ซาตานซึ่งเป็นหัวหน้าปิศาจฟังก่อนลงมาฝึกงานในโลก  ปิศาจตนแรกพูดว่า “ฉันจะบอกมนุษย์ว่าไม่มีพระเจ้า” ซาตานตอบว่า “แผนนี้คงหลอกคนได้ไม่มาก เพราะคนส่วนใหญ่รู้ว่ามีพระเจ้า”  ปิศาจตนที่สองพูดว่า “ฉันจะบอกมนุษย์ว่าไม่มีนรก” ซาตานตอบว่า “แผนนี้ยิ่งหลอกใครไม่ได้เลย เพราะทุกคนรู้ดีว่ามีนรกสำหรับคนบาป”  ที่สุดปิศาจตนที่สามเสนอว่า “ฉันจะบอกมนุษย์ว่ายังมีเวลา ไม่ต้องรีบเร่งดอก” ซาตานดีใจตอบว่า “รีบลงไปเถอะ รับรองแผนนี้ทำลายมนุษย์ได้เยอะเลย”
การทำให้เราคิดว่า “ยังมีเวลา” นับเป็นเล่ห์เหลี่ยมสำคัญที่สุดของปิศาจ   
3.    การเฝ้าระวังที่ดีที่สุดคือการทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด  นี่คือวิธีต่อสู้กับเล่ห์กระเท่ห์ของปิศาจได้ดีที่สุด
ในอุปมาเรื่อง “ผู้รับใช้ที่รับผิดชอบ”  เราพบว่าแม้เขาจะเป็นเพียงผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย ไม่มีฐานะในสังคม แต่เพราะเขาปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้รับใช้และแจกจ่ายอาหารตามเวลาที่นายมอบหมาย “ผู้รับใช้นั้นย่อมเป็นสุข เมื่อนายกลับมาพบเขากำลังทำเช่นนี้  เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า นายจะแต่งตั้งเขาให้ดูแลทรัพย์สินทั้งปวงของตน” (มธ 24:46-47)
ไม่ว่าเราจะเป็นพระสงฆ์ นักบวช ฆราวาส หรือเป็นพ่อแม่ ครู ข้าราชการ หรือนักเรียนก็ตาม....หากเราปฏิบัติหน้าที่ที่พระเจ้าทรงมอบหมายอย่างดีที่สุด นั่นคือการเฝ้าระวัง และการเตรียมพร้อมที่ดีที่สุด !!
“ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน จงเตรียมพร้อมไว้ เพราะว่าบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย” (มธ 24:44)

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk