foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
2204
11669
53858
172593
330048
18406835
Your IP: 3.236.121.68
2020-07-15 04:55

สถานะการเยี่ยมชม

มี 278 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

อาทิตย์ที่ 26 เทศกาลธรรมดา


ข่าวดี    มัทธิว 21:28-32

อุปมาเรื่องบุตรสองคน
(28)“ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร ชายคนหนึ่งมีบุตรสองคน เขาไปพบบุตรคนแรกพูดว่า “ลูกเอ๋ย วันนี้ จงไปทำงานในสวนองุ่นเถิด” (29) บุตรตอบว่า “ลูกไม่อยากไป” แต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจและไปทำงาน (30) พ่อจึงไปพบบุตรคนที่สอง พูดอย่างเดียวกัน บุตรคนที่สองตอบว่า “ครับพ่อ” แต่แล้วก็ไม่ได้ไป (31) สองคนนี้ใครทำตามใจพ่อ” พวกเขาตอบว่า “คนแรก” พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนเก็บภาษีและหญิงโสเภณีจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าก่อนท่าน (32) เพราะยอห์นได้มาพบท่าน ชี้หนทางแห่งความชอบธรรมท่านก็ไม่เชื่อยอห์น  ส่วนคนเก็บภาษีและหญิงโสเภณีเชื่อ แต่ท่านทั้งหลายเห็นดังนี้แล้ว ก็ยังคงไม่เปลี่ยนใจมาเชื่อยอห์น

**************************


ความหมายของนิทานเปรียบเทียบเรื่องนี้ชัดเจน  บรรดาผู้นำชาวยิวคือกลุ่มคนที่ตอบว่าจะนบนอบพระเจ้าแต่แล้วก็ไม่  ส่วนคนเก็บภาษีและหญิงโสเภณีคือคนที่ตอบว่าจะเดินตามหนทางของตนเอง แต่แล้วก็หันมาเลือกหนทางของพระเจ้า
ประเด็นสำคัญเพื่อจะเข้าใจนิทานเปรียบเทียบเรื่องนี้อย่างถูกต้องคือ “พระเยซูเจ้ามิได้ชมเชยลูกคนใดเลย”
ในบรรดาลูกทั้งสองคน ไม่มีคนใดสมบูรณ์แบบพอที่จะนำความชื่นชมยินดีมาสู่ผู้เป็นพ่อได้เลย  เพียงแต่ลูกคนที่เปลี่ยนใจไปทำงานในสวนองุ่นเลวน้อยกว่าลูกอีกคนหนึ่งเท่านั้น
ลูกในอุดมคติที่นำความปีติยินดีมาสู่ผู้เป็นพ่อคือ คนที่ตอบรับคำสั่งของพ่อด้วยความเคารพ ด้วยความนบนอบ และปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้น
สิ่งที่นิทานเปรียบเทียบเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นในชีวิตจริงของเราคือ
1.    มีคนสองกลุ่มใหญ่
กลุ่มแรกคือพวกที่ภาพพจน์ดีกว่าการกระทำมาก  คนกลุ่มนี้มักสัญญาว่าจะทำสิ่งนี้ จะให้สิ่งนั้น พวกเขาพยายามประท้วงหรือต่อต้านความเลวร้าย และพยายามปกป้องความเชื่อความศรัทธาด้วยสิ้นสุดจิตใจ  จนสังคมรับรู้และให้การยอมรับอย่างสูง  แต่สิ่งที่พวกเขาทำจริง ๆ โดยเฉพาะเวลาลับตาคนกลับหย่อนยานและเหลวแหลกเป็นส่วนใหญ่
กลุ่มที่สองคือกลุ่มคนที่ทำดีมากกว่าที่สังคมรับรู้  สังคมอาจคิดว่าเขาเป็นคนดื้อ หัวรั้น ชอบเถียงผู้ใหญ่ ทิ้งวัด ไม่ศรัทธา ไม่มีศาสนา ฯลฯ  แต่พวกเขากลับใจดีและใจกว้างโดยเฉพาะเมื่อลับตาคน และหลายครั้งพวกเขาดำเนินชีวิตเยี่ยงคริสตชนมากกว่าคนที่ประกาศตัวเป็นคริสตชนผู้ศรัทธาเสียอีก
เราทุกคนย่อมมีโอกาสได้พบทั้งคนที่มีพฤติกรรมห่างไกลจากความศรัทธาน่าเคารพที่เขาแสดงออก  และในเวลาเดียวกันก็ได้พบคนที่มีพฤติกรรมดีกว่าที่ถูกสังคมตราหน้า
แต่เราจะเป็นเหมือนคนสองกลุ่มนี้ไม่ได้  ทั้งการกระทำและการแสดงออกของเราต้องสอดคล้องกัน
2.    คำสัญญาไม่อาจทดแทนการปฏิบัติตามสัญญาได้  หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ การพูดดีไม่สามารถทดแทนการทำดีได้
เพราะ “การกระทำย่อมสำคัญกว่าคำพูด”
ลูกคนที่สองตอบว่า “ครับพ่อ” แต่แล้วก็ไม่ได้ไป  คำพูดของลูกคนนี้ดูเหมือนจะให้ความเคารพต่อผู้เป็นพ่อมาก  แต่ความเคารพที่ปราศจากกิจการย่อมเป็นได้เพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น
หากเขาเคารพผู้เป็นพ่อจริง เขาต้องนบนอบและปฏิบัติตามด้วยความยินดีและเต็มใจอย่างยิ่ง
3.    จิตตารมณ์ในการทำงานมีความสำคัญยิ่ง  ลูกคนแรกตอบว่า “ลูกไม่อยากไป” แต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจและไปทำงาน
ลูกคนแรกลงเอยด้วยการทำกิจการดีก็จริง แต่กิจการดีของเขาถูกทำลายไปเรียบร้อยแล้วด้วยท่าทีในการตอบพ่อของเขาตอนแรกนั่นเอง
หากเราทำสิ่งต่าง ๆ โดยปราศจากจิตตารมณ์แห่งความเมตตากรุณา การรับใช้ ความรัก ฯลฯ  เรากำลังทำให้กิจการดีของเราด้อยค่าลงไปถนัดใจ
ท่าทีหรือจิตตารมณ์ในการทำงานจึงมีความสำคัญจริง ๆ !

นิทานเปรียบเทียบเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “การทำตามสัญญานั้นดีกว่าคำสัญญา” !

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk