foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
7333
11669
58987
177722
330048
18411964
Your IP: 18.232.188.89
2020-07-15 16:28

สถานะการเยี่ยมชม

มี 165 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์


ฉลองครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า


ข่าวดี    มัทธิว 2:13-15, 19-23

(13)เมื่อบรรดาโหราจารย์กลับไปแล้ว ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาเข้าฝันโยเซฟ กล่าวว่า “จงลุกขึ้น พาพระกุมารและพระมารดาหนีไปประเทศอียิปต์ และจงอยู่ที่นั่นจนกว่าเราจะบอกท่าน เพราะกษัตริย์เฮโรดกำลังสืบหาพระกุมารเพื่อจะประหารชีวิต” (14) โยเซฟจึงลุกขึ้นพาพระกุมารและพระมารดาออกเดินทางไปประเทศอียิปต์ในคืนนั้น (15) และอยู่ที่นั่น จนกระทั่งกษัตริย์เฮโรดสิ้นพระชนม์ ทั้งนี้เพื่อให้พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ตรัสทางประกาศกเป็นความจริงว่า
เราเรียกบุตรของเรามาจากประเทศอียิปต์
(19)หลังจากกษัตริย์เฮโรดสิ้นพระชนม์ ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาเข้าฝันโยเซฟในประเทศอียิปต์  (20)กล่าวว่า “จงลุกขึ้น พาพระกุมารและพระมารดากลับไปแผ่นดินอิสราเอล เพราะผู้ที่ต้องการฆ่าพระกุมารตายแล้ว” (21) โยเซฟจึงลุกขึ้น พาพระกุมารและพระมารดากลับไปแผ่นดินอิสราเอล (22) แต่เมื่อรู้ว่าอารเคลาอัสขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ในแคว้นยูเดีย สืบต่อจากกษัตริย์เฮโรดพระบิดา โยเซฟก็กลัวที่จะไปที่นั่น และเมื่อพระเจ้าทรงเตือนเขาในความฝัน เขาจึงกลับไปยังแคว้นกาลิลี (23) ไปอาศัยอยู่ในเมืองหนึ่งชื่อนาซาเร็ธ ทั้งนี้ เพื่อให้พระดำรัสที่ตรัสทางประกาศกเป็นความจริงว่า
พระองค์จะได้รับพระนามว่าชาวนาซาเร็ธ

*******************************


สมัยก่อนเชื่อกันว่าหนทางหนึ่งที่พระเจ้าทรงใช้ติดต่อกับมนุษย์คือ “การฝัน”  เมื่อโยเซฟได้รับคำเตือนในฝัน ท่านจึงพาพระกุมารและพระมารดาหนีไปอียิปต์
ที่อียิปต์ ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่คนแปลกหน้า เพราะมีชาวยิวจำนวนมากที่ทนการกดขี่ข่มเหงในบ้านเกิดเมืองนอนไม่ไหวได้อพยพหนีภัยไปอาศัยในอียิปต์หลายร้อยปีก่อนหน้านี้แล้ว จนมีชาวยิวอาศัยอยู่แทบทุกเมืองในอียิปต์ เฉพาะอเล็กซานเดรียเมืองเดียวก็มีชาวยิวมากกว่าหนึ่งล้านคนแล้ว 
หนังสือ Talmud กล่าวว่า “เวทมนตร์เข้ามาสู่โลกสิบส่วน เก้าส่วนอยู่ในอียิปต์ ที่เหลือกระจัดกระจายไปทั่วโลก”  แปลว่าอียิปต์เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถาและมายากล
ผู้ต่อต้านศาสนาคริสต์จึงอ้างเหตุกล่าวหาพระเยซูเจ้าว่าเรียนเวทมนตร์และฝึกมายากลจากอียิปต์ จนสามารถกลับมาหลอกลวงประชาชนได้
แต่คำกล่าวหานี้จะเป็นจริงไปได้อย่างไร ในเมื่อพระกุมารไปอียิปต์ตั้งแต่ยังเป็นทารก และกลับสู่นาซาเร็ธด้วยวัยเด็กไม่เกิน 12 ปี อายุเท่านี้สามารถเรียนเวทมนตร์ได้แล้วหรือ  และหากจะหลอกลวงประชาชนจริง ทำไมพระองค์จึงเตือนผู้ที่คิดจะติดตามพระองค์ให้คิดให้ดีก่อนว่า “สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรง นกในอากาศยังมีรัง แต่บุตรแห่งมนุษย์ไม่มีที่จะวางศีรษะ” (มธ 8:20)
ระหว่างเดินทางไปอียิปต์ ตำนานเรื่องหนึ่งเล่าว่า เย็นวันหนึ่งครอบครัวศักดิ์สิทธิ์หลบเข้าไปพักในถ้ำเย็นจัดจนพื้นเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาว  แมงมุมเล็ก ๆ ตัวหนึ่งเห็นพระกุมารแล้วเกิดความสงสาร อยากทำให้พระองค์อบอุ่น จึงถักใยหนาทึบเป็นม่านปิดปากถ้ำ
ทหารหน่วยหนึ่งของเฮโรดไล่ตามพระกุมารมาถึงปากถ้ำ ก่อนจะบุกเข้าค้น กัปตันสังเกตว่าใยแมงมุมปากถ้ำไม่มีรอยฉีกขาด แสดงว่าไม่มีคนเข้าไปข้างใน จึงนำทหารเลยไปที่อื่น
จากตำนานนี้เอง ทุกวันนี้เราจึงนิยมห้อยสายรุ้งเล็ก ๆ บนต้นคริสต์มาสเพื่อระลึกถึงใยแมงมุมที่ได้ช่วยชีวิตพระกุมารเอาไว้

ย้อนกลับไปที่ปาเลสไตน์ ก่อนเฮโรดมหาราชสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงแบ่งอาณาจักรเป็นสามส่วนโดยให้อารเคลาอัสปกครองแคว้นยูดาห์  เฮโรด อันติพาสปกครองแคว้นกาลิลี  และฟิลิปปกครองดินแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือเลยแม่น้ำจอร์แดนออกไป
อารเคลาอัสเป็นกษัตริย์ที่โหดร้ายยิ่งกว่าเฮโรดผู้พ่อเสียอีก พระองค์ทรงเริ่มศักราชแห่งการครองราชย์ด้วยการสังหารประชาชนผู้มีชื่อเสียงไปสามพันคน
ด้วยเหตุนี้ โยเซฟจึงกลัวที่จะนำพระกุมารและพระมารดากลับไปเบธเลเฮมซึ่งอยู่ใต้การปกครองของอารเคลาอัส  แต่พาครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเหนือไปยังแคว้นกาลิลีดินแดนของเฮโรด อันติพาสและลงหลักปักฐานที่เมืองนาซาเร็ธ จนพระกุมารได้รับการเรียกขานว่า “ชาวนาซาเร็ธ”

“เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเริ่มเทศนาสั่งสอนนั้น มีพระชนมายุราวสามสิบพรรษา” (ลก 3:23) หมายความว่าหลังกลับจากอียิปต์ พระองค์ทรงใช้ชีวิตอยู่ที่นาซาเร็ธจนกระทั่งเริ่มออกเทศนาสั่งสอนรวมแล้วเกือบสามสิบปีหรือร้อยละเก้าสิบของชีวิตพระองค์ทีเดียว
แต่สามสิบปีที่นาซาเร็ธ พระวรสารกลับไม่ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ไว้เลยนอกจากการร่วมฉลองเทศกาลปัสกาที่กรุงเยรูซาเล็มเมื่อพระชนมายุสิบสองพรรษา (ลก 2:41-50) เท่านั้น
กระนั้นก็ตาม เราพอสรุปชีวิตของ “เยชูชาวนาซาเร็ธ” ได้ดังนี้
1.    พระองค์ทรงนบนอบเชื่อฟังบิดามารดา  แน่นอนว่าทั้งโยเซฟและพระมารดาทรงเป็นบิดามารดาผู้ประเสริฐยิ่ง  ท่านทรงดูแลเอาใจใส่พระกุมารทั้งทางกาย ทางสติปัญญา และทางจิตวิญญาณ หาไม่แล้วพระองค์คงไม่สามารถเติบใหญ่เป็นมหาบุรุษผู้เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา ความเสียสละ และให้อภัยได้แม้แก่ผู้ที่ประหารชีวิตของพระองค์เอง
ปราชญ์ท่านหนึ่งจึงกล่าวว่า “แม่ที่ดีคนเดียวมีค่าเท่ากับครูร้อยคน”
ส่วนพระกุมารผู้ทรงเป็นศูนย์กลางของครอบครัวนั้นเล่า พระองค์ทรงมีส่วนสำคัญยิ่งในการทำให้ “ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์” อบอุ่นด้วยการเจริญวัยเป็นเด็ก เป็นวัยรุ่น และเป็นผู้ใหญ่ที่นบนอบเชื่อฟังบิดามารดาอย่างสมบูรณ์แบบ
หากพระองค์ไม่ทรงนบนอบบิดามารดาเสียแล้ว ต่อให้บิดามารดาดีเลิศประเสริฐศรีเพียงใดก็ไม่อาจช่วยอะไรพระองค์ได้ !
เราจึงไม่อาจสรุปเป็นอื่นได้นอกจาก “ครอบครัวศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่น” ส่งผลใหญ่หลวงต่ออนาคตอันยิ่งใหญ่ของพระเยซูเจ้า
และของเราทุกคน !!!
2.    พระองค์ทรงทำหน้าที่ของบุตรอย่างไม่มีที่ติ  โยเซฟไม่ได้ไปร่วมงานสมรสที่คานา คงมีแต่พระมารดาผู้ทำหน้าที่เสมือนเจ้าภาพ  สันนิษฐานว่าท่านเสียชีวิตแล้วตั้งแต่พระองค์ยังเยาว์วัย
พระองค์จึงรับช่วงช่างไม้ประจำหมู่บ้านต่อจากบิดา และทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัวหารายได้มาจุนเจือพระมารดาและญาติพี่น้องของพระองค์
พระองค์ทรงทำหน้าที่อันบุตรพึงมีต่อบิดามารดาและญาติพี่น้องอย่างสมบูรณ์ไม่มีที่ติ !!
ส่วนภารกิจอันอาจนำมาซึ่งชื่อเสียงและเกียรติยศนั้น พระองค์ถือว่าสำคัญเป็นรอง !
3.    พระองค์ทรงเรียนรู้ชีวิตเฉกเช่นคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักอาบเหงื่อต่างน้ำ การฟังเสียงบ่น การเจอลูกค้าเบี้ยวหนี้ ฯลฯ
พระองค์ไม่ได้บังเกิดมาเป็น “คุณหนู” ที่มีคนคอยปกป้องคุ้มครองเหมือน “ไข่ในหิน”  แต่ทรงใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนทั่วไปเพื่อเรียนรู้และเข้าใจชีวิตมนุษย์อย่างถ่องแท้ก่อนจะช่วยเรามนุษย์ให้รอดพ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศส ประชาชนอดอยากแร้นแค้น พระราชินีมารีย์ อังตัวแนต ทรงรับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า “ถ้าพวกเขาไม่มีขนมปัง ก็กินขนมเค้กสิ”
พระนางไม่เคยเข้าใจชีวิตคนจนเลยว่าลำพังขนมปังเล็ก ๆ สักก้อนยังไม่มีปัญญาซื้อกินแล้วจะหาเค้กมาจากไหน ?!
ครอบครัวที่ดีจึงต้องพร้อมให้ลูกหลานได้เรียนรู้ชีวิตตามสมควร เพื่อพวกเขาจะได้อยู่และทำงานร่วมกับคนอื่นอย่างมีประสิทธิภาพ
4.    พระองค์ทรงปฏิบัติหน้าที่ประจำวันอย่างซื่อสัตย์  หากหน้าที่เล็กน้อยที่ทำอยู่ทุกวันพระองค์ยังปล่อยให้ผิดพลาด มีหรือพระบิดาจะกล้ามอบภารกิจสุดแสนยิ่งใหญ่ในการ “ไถ่กู้มนุษยชาติ” ให้แก่พระองค์ ?
อย่าลืมว่าหน้าที่ในชีวิตประจำวันของเรานี่เองคือเครื่องบ่งชี้ว่า
เรากำลังสร้างหรือทำลายอนาคตของเรา
เราชนะหรือกำลังสูญเสียมงกุฎแห่งชีวิตนิรันดร ?!?
เยซู มารีอา ยอแซฟ โปรดให้ครอบครัวของเราศักดิ์สิทธิ์ด้วยเทอญ....

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk