foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

Kamson on Live

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
12423
20240
83896
118448
330048
18352690
Your IP: 3.226.97.214
2020-07-11 23:31

สถานะการเยี่ยมชม

มี 236 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 3 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

ข่าวดี    ยอห์น 1:6-8, 19-28
(6)พระเจ้าทรงส่งชายผู้หนึ่งมาเขาชื่อ ยอห์น  (7)เขามาในฐานะพยานเพื่อเป็นพยานถึงแสงสว่าง (8)เขาไม่ใช่แสงสว่างแต่เป็นพยานถึงแสงสว่าง
(19)ยอห์นเป็นพยานดังนี้ เมื่อชาวยิวจากกรุงเยรูซาเล็มส่งบรรดาสมณะและชาวเลวีไปถามยอห์นว่า “ท่านเป็นใครเล่า”  (20)เขามิได้ปิดบังความจริง แต่ยืนยันว่า “ข้าพเจ้าไม่ใช่พระคริสต์”  (21)ดังนั้น เขาเหล่านั้นจึงถามว่า “ถ้าเช่นนั้น ท่านเป็นใคร เป็นเอลียาห์หรือ” ยอห์นตอบว่า “ข้าพเจ้าไม่ใช่เอลียาห์” “ท่านเป็นประกาศกหรือ” เขาตอบอีกว่า “ไม่ใช่”  (22)เขาเหล่านั้นจึงถามว่า “ท่านเป็นใคร เราจะได้นำคำตอบไปให้ผู้ที่ส่งเรามา ท่านพูดถึงตนเองอย่างไรเล่า”  (23)ยอห์นตอบว่า “ข้าพเจ้าเป็นเสียงของผู้ที่ร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่าจงทำทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ตรงเถิด”ดังที่ประกาศกอิสยาห์ได้กล่าวไว้  (24)ผู้ที่ถูกส่งไปถามนั้นเป็นชาวฟาริสี  (25)เขาถามยอห์นอีกว่า “ทำไมท่านจึงทำพิธีล้าง ถ้าท่านไม่ใช่พระคริสต์ ไม่ใช่เอลียาห์ และไม่ใช่ประกาศก”  (26)ยอห์นตอบพวกเขาว่า “ข้าพเจ้าใช้น้ำทำพิธีล้างให้ท่านทั้งหลาย แต่มีผู้หนึ่งประทับอยู่ในหมู่ท่าน เป็นผู้ที่ท่านไม่รู้จัก  (27)ผู้นั้นมาภายหลังข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่สมควรแม้แต่จะแก้สายรัดรองเท้าของเขา”  (28)เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านเบธานี อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดนซึ่งยอห์นกำลังทำพิธีล้างอยู่


น่าสังเกตว่า พระวรสารโดยนักบุญยอห์นดูเหมือนจะพยายามลดความสำคัญหรือลดบทบาทของยอห์นบัปติสตาอยู่บ่อย ๆ ดังตัวอย่างเช่น
- จากพระวรสารวันนี้ “ยอห์นไม่ใช่แสงสว่างแต่เป็นพยานถึงแสงสว่าง” (ยน 1:8) “ท่านไม่ใช่พระคริสต์” (ยน 1:20) “ท่านไม่ใช่ประกาศกที่ชาวยิวรอคอย” (ยน 1:21)
    - เมื่อศิษย์ของยอห์นไปฟ้องยอห์นว่าพระเยซูเจ้ากำลังทำพิธีล้างเหมือนกัน โดยคาดหวังว่ายอห์นจะต้องไม่พอใจพระเยซูเจ้าเป็นแน่ แต่ยอห์นกลับตอบว่า “ข้าพเจ้าไม่ใช่พระคริสตเจ้า แต่ข้าพเจ้าถูกส่งมาก่อนพระองค์” (ยน 3:27)
    - ผ่านทางความคิดของพวกฟาริสีว่าพระเยซูเจ้าประสบความสำเร็จมากกว่ายอห์น “บรรดาชาวฟาริสีได้ยินว่าพระเยซูเจ้าทรงทำพิธีล้างและทรงมีศิษย์มากกว่ายอห์น ความจริงแล้ว ผู้ทำพิธีล้างไม่ใช่พระองค์แต่เป็นบรรดาศิษย์” (ยน 4:1-2)
    - ผ่านทางปากของประชาชนที่พูดว่า “ยอห์นไม่ได้ทำเครื่องหมายอัศจรรย์อะไรเลย” (ยน 10:41)
สาเหตุที่ยอห์นอัครสาวกจำต้องกระทำเช่นนี้เป็นเพราะว่า ชาวยิวไม่ได้ยินเสียงของประกาศกมานานกว่า 400 ปีแล้ว เมื่อยอห์นบัปติสตาปรากฏตัวมาเทศน์สอนเหมือนประกาศก ท่านจึงได้รับการยอมรับและยกย่องอย่างสูง  ชาวเมืองเอเฟซัสที่มีความเชื่อบางคนถึงกับตอบนักบุญเปาโลว่า “พวกเรายังไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำไปว่ามีพระจิตเจ้า” และเมื่อเปาโลถามพวกเขาว่า “แล้วท่านได้รับพิธีล้างใดเล่า” พวกเขาตอบว่า “พิธีล้างของยอห์น” (กจ 19:2-3)
แม้ล่วงเลยมานานจนถึงปี ค.ศ. 250 ยังมีหลักฐานบ่งชี้ว่าศิษย์ของยอห์นบัปติสตาเทศน์สอนราวกับว่ายอห์นคือพระเมสสิยาห์
ยอห์นอัครสาวกจึงพยายามชี้ให้เห็นว่า แม้ยอห์นบัปติสตาจะมีบทบาทและความสำคัญสูงส่งสักเพียงใดก็ตาม ท่านก็ยังเป็นรองพระเยซูคริสตเจ้า
เท่ากับว่ายอห์นอัครสาวกเองกำลังเป็นพยานยืนยันถึงพระเยซูคริสตเจ้าที่เรากำลังเตรียมรับเสด็จอยู่นี้ว่า พระองค์ยิ่งใหญ่สูงสุด .....
สูงกว่าพระสงฆ์  สูงกว่าทุกคนในพระศาสนจักร  และสูงกว่าบรรดานักบุญทั้งปวง ..... !

คำ “ชาวยิว” ปรากฏในพระวรสารของยอห์นมากกว่า 70 ครั้ง และมักใช้เพื่อหมายถึง “ฝ่ายตรงข้ามกับพระเยซูเจ้า”
เหตุที่ชาวยิวส่งบรรดาสมณะและชาวเลวีไปถามยอห์น เป็นเพราะว่ายอห์นเป็นบุตรของเศคาริยาห์ผู้เป็นสมณะ (ลก 1:5) และตำแหน่งนี้สืบทอดทางสายโลหิต
ในสายตาของบรรดาสมณะและชาวเลวี ยอห์นจึงเป็นสมณะคนหนึ่ง !
แต่ยอห์นประพฤติปฏิบัติไม่เหมือนกับสมณะคนอื่น ๆ  ท่านเทศน์สอนไม่เหมือนสมณะคนอื่น ๆ  บรรดาผู้มีอำนาจในสมัยนั้นจึงมองท่านด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
และท่าทีเช่นนี้ยังตกทอดมาถึงทุกวันนี้ !
พวกเขาถามยอห์นว่า “ท่านเป็นใครเล่า” โดยคาดหมายว่ายอห์นคงจะอ้างตัวเองเป็นคนใดคนหนึ่งใน 3 ประเภทนี้ คือ
1.    พระเมสสิยาห์  ชาวยิวรอคอยพระเมสสิยาห์มานานแล้ว และทุกวันนี้ก็ยังรอคอยอยู่  เพียงแต่ความคิดเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ของพวกเขาไม่เหมือนกัน  บางคนคิดว่าพระเมสสิยาห์คือผู้ที่นำสันติสุขมาสู่โลก  บางคนคิดว่าคือผู้ที่นำความยุติธรรมมาสู่ชาวยิว  แต่ส่วนใหญ่มักคิดว่าคือผู้สืบเชื้อสายจากกษัตริย์ดาวิดที่จะนำพากองทัพอิสราเอลพิชิตชนชาติอื่น เพื่อนำความยิ่งใหญ่กลับมาสู่ชาวอิสราเอลอีกครั้งหนึ่ง
    ในสมัยของพระเยซูเจ้า มีทั้งพวกที่รักชาติจริงและพวกที่อยากดังจำนวนมากอ้างตัวเป็นพระเมสสิยาห์ ซึ่งล้วนแล้วแต่ลงเอยด้วยการจลาจลนองเลือดและการสูญเสียชีวิต
    แม้ว่าตำแหน่งพระเมสสิยาห์จะเป็นที่หมายปองของหลายคน  แต่ยอห์นยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่า “ข้าพเจ้าไม่ใช่พระคริสต์” (“พระคริสต์” เป็นภาษากรีกซึ่งตรงกับภาษาฮีบรูว่า “พระเมสสิยาห์”)
2.    เอลียาห์  ประกาศมาลาคีทำนายไว้ว่า “ดูเถิด เราจะส่งเอลียาห์ผู้เผยพระวจนะมายังเจ้าก่อนวันแห่งพระเจ้า” (มลค 4:5)
        ชาวยิวจึงเชื่อกันว่าประกาศกเอลียาห์จะกลับมาในโลกเพื่อยุติข้อขัดแย้งต่าง ๆ ก่อนที่พระเมสสิยาห์จะเสด็จมา
        กฎหมายยิวถึงกับกำหนดไว้ว่า “กรรมสิทธิ์ในเงินและสมบัติใดที่ยังตกลงกันไม่ได้  รวมถึงสิ่งของที่พบโดยไม่ทราบเจ้าของ ให้รอจนกว่าเอลียาห์จะกลับมา”
        บางคนถึงกับเชื่อว่าเอลียาห์จะเป็นผู้เจิมพระเมสสิยาห์ให้เป็นกษัตริย์
        แต่ยอห์นปฏิเสธเกียรติอันยิ่งใหญ่นี้ด้วยการตอบว่า “ข้าพเจ้าไม่ใช่เอลียาห์”
    3.    ประกาศก  โมเสสยืนยันกับชาวยิวว่า “พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่าน จะทรงบันดาลให้ประกาศกเหมือนท่านเกิดขึ้นสำหรับท่าน จากบรรดาพี่น้องของท่าน ท่านจะต้องเชื่อฟังเขา” (ฉธบ 18:15)
        นี่คือคำสัญญาที่ชาวยิวไม่เคยลืมเลือน  พวกเขาต่างรอคอยประกาศกผู้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าบรรดาประกาศกทั้งมวลผู้นี้
        อย่างไรก็ตาม ยอห์นปฏิเสธเสียงแข็งว่าท่านไม่ใช่ประกาศกผู้ยิ่งใหญ่ที่ชาวยิวรอคอย  คำตอบของท่านแสนห้วน “ไม่ใช่”
    แม้ชาวยิวจะคาดหมายว่ายอห์นคือผู้ยิ่งใหญ่ระดับพระเมสสิยาห์ หรือเอลียาห์ หรือแม้แต่ประกาศกที่พระยาเวห์ทรงสัญญาไว้  แต่ยอห์นกลับอ้างคำของประกาศกอิสยาห์ 40:3 เพื่อบอกว่า
    “ข้าพเจ้าเป็นเสียงของผู้ที่ร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดาร”
    ท่านเป็นเพียง “เสียง” ที่มองไม่เห็น  ส่วนพระเยซูเจ้าเป็น “พระวจนาตถ์” หรือ “พระวาจา” ที่ทุกคนสามารถได้ยินได้ฟังได้
    ยิ่งไปกว่านั้น ท่านบอกว่า “ข้าพเจ้าไม่สมควรแม้แต่จะแก้สายรัดรองเท้าของเขา”
    การแก้สายรัดรองเท้าเป็นงานของทาส  พวกรับบีสอนว่า “ศิษย์สามารถทำทุกสิ่งที่เป็นหน้าที่ของคนใช้ให้แก่อาจารย์ของตนได้ เว้นแต่การแก้สายรัดรองเท้า”
    แปลว่ายอห์นยืนยันว่าตัวท่านเอง “ไม่สมควรแม้แต่เป็นทาสของพระเยซูเจ้า”
    ทั้ง ๆ ที่ชาวยิวคาดหวังว่ายอห์นคือผู้ยิ่งใหญ่ที่พวกเขากำลังรอคอยด้วยใจจดจ่อ  แต่ท่านกลับเป็นพยานยืนยันอีกคนหนึ่งว่า พระเยซูเจ้ายิ่งใหญ่จริง ๆ !

    เพื่อจะเตรียมรับเสด็จพระเยซูเจ้าผู้ยิ่งใหญ่  ยอห์นเทศน์สอนว่า “จงทำทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ตรงเถิด” (ข้อ 23)
    ถนนในสมัยก่อนมีลักษณะเป็นทางเท้าหรือทางเกวียน ไม่มีการลาดยางหรือปูพื้นผิวด้วยหิน  เมื่อกษัตริย์หรือเจ้าอาณานิคมจะเสด็จเยี่ยมท้องที่ใด ผู้นำสารของกษัตริย์จะแจ้งกำหนดการและเส้นทางให้ประชาชนทราบล่วงหน้า เพื่อจะได้เตรียมรับเสด็จด้วยการทำถนนให้เรียบ ตรง และเป็นระเบียบ
    อีกไม่กี่วัน พระกุมารเจ้า กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ จะเสด็จมาเยี่ยมเรา เราเตรียมต้อนรับพระองค์ถึงไหนแล้ว ?

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk