foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
11130
20925
51115
169850
330048
18404092
Your IP: 18.208.126.130
2020-07-14 23:08

สถานะการเยี่ยมชม

มี 92 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

ฉลองเทิดทูนไม้กางเขน

ข่าวดี  ยอห์น 3:13-17

    (13)ไม่มีใครเคยขึ้นไปบนสวรรค์นอกจากผู้ที่ลงมาจากสวรรค์คือบุตรแห่งมนุษย์เท่านั้น  (14)โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใดบุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น  (15)เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร(16)พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมากจึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศแต่จะมีชีวิตนิรันดร(17)เพราะพระเจ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกนี้มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลกแต่เพื่อโลกจะได้รับความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น

ความเดิม

    1.    พระเยซูเจ้าทรงสนทนากับนิโคเดมัส ซึ่งเป็นฟารีสี และผู้ปกครองคนหนึ่งของชาวยิว เกี่ยวกับเรื่อง “การเกิดใหม่”   นักบุญยอห์นผู้นิพนธ์พระวรสารเพิ่มข้อความที่ว่า “ไม่มีใครเคยขึ้นไปบนสวรรค์นอกจากผู้ที่ลงมาจากสวรรค์คือบุตรแห่งมนุษย์เท่านั้น”  เข้าไปในคำพูดของพระเยซูเจ้า เพื่อพิสูจน์ว่าพระเยซูเจ้ารู้และมีสิทธิพูดเรื่องการเกิดใหม่  รวมถึงทุกเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้า  เพราะพระองค์ลงมาจากสวรรค์  และเพราะในฐานะบุตร พระองค์จึงมีความสนิทใกล้ชิดและรู้ความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับพระเจ้า
    2.     ชาวยิวบ่นว่าพระเจ้าและโมเสสที่พาพวกเขาออกจากอียิปต์มารับความทุกข์ทรมานในถิ่นทุรกันดาร  พระเจ้าจึงให้งูพิษมากัดประชาชนตายไปเป็นจำนวนมาก  เมื่อพวกเขาสำนึกผิด พระองค์จึงสั่งให้โมเสสทำรูปงูติดไว้ที่เสา  ใครถูกงูกัด ถ้ามองที่รูปงูก็หาย (กดว. 21:4-9)  ภายหลังมีคนหลงผิดกราบไหว้และถวายเครื่องหอมแก่รูปงูนี้ กษัตริย์เฮเซคียาห์จึงสั่งให้ทำลายเสียสิ้น (2 พกษ. 18:4)
         พวกรับบีพยายามแก้ต่างแทนโมเสสว่า ผู้ที่รักษาชาวยิวให้หายจากพิษงูร้ายคือพระเจ้า ซึ่งเป็นผู้สั่งโมเสสให้สร้างรูปงูนั้น หาใช่ฤทธิ์อำนาจของรูปงูทองสัมฤทธิ์แต่ประการใดไม่

ความหมาย

    1.    คำ “ยกขึ้น” (ภาษากรีก hupsoo อ่าน ฮุฟซอโอ) ใช้กับพระเยซูเจ้าใน 2 ความหมายเท่านั้น คือ
         1.1 เมื่อพระองค์ถูกยกขึ้นบนไม้กางเขน  เช่น “พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาอีกว่า เมื่อใดที่ท่านยกบุตรแห่งมนุษย์ขึ้น เมื่อนั้นท่านจะรู้ว่า เราเป็น และรู้ว่าเราไม่ทำอะไรตามใจตนเอง แต่พูดอย่างที่พระบิดาทรงสั่งสอนเราไว้” (ยอห์น 8:28)  “บัดนี้ เจ้านายแห่งโลกนี้กำลังจะถูกขับไล่ออกไป และเมื่อเราจะถูกยกขึ้นจากแผ่นดิน เราจะดึงดูดทุกคนเข้ามาหาเรา”  (ยอห์น 12:32)
         1.2 เมื่อพระองค์ได้รับการยกขึ้นสู่พระสิริรุ่งโรจน์ในสวรรค์  เช่น “พระองค์ทรงได้รับการเทิดทูนให้ประทับเบื้องขวาของพระเจ้า” (กจ. 2:33)  “เพราะเหตุนี้ พระเจ้าจึงทรงเทิดทูนพระองค์ขึ้นสูงส่ง และประทานพระนามให้แก่พระองค์ พระนามนี้ประเสริฐกว่านามอื่นใดทั้งสิ้น” (ฟป. 2:9)
         ในชีวิตของพระเยซูเจ้า การยกขึ้นทั้งสองความหมายนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก  ถ้าไม่มีไม้กางเขนก็ไม่มีความรุ่งโรจน์  สำหรับพระเยซูเจ้า กางเขนคือหนทางสู่ความรุ่งโรจน์   สำหรับเราคริสตชนก็เช่นกัน หากปราศจากกางเขน (Cross) ก็ปราศจากมงกุฎ (Crown)

2.    เราอธิบายความหมายของคำเปรียบเทียบที่ว่า “โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใดบุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น" ได้ดังนี้
         รูปงูถูกยกขึ้น เมื่อเราดูรูปงูเราก็คิดถึงพระเจ้า และโดยอาศัยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าที่เราไว้วางใจ เราจึงรอดตาย
         กับพระเยซูเจ้าก็เป็นเช่นเดียวกัน พระองค์ถูกยกขึ้นบนไม้กางเขน เมื่อเรามองไม้กางเขนเราก็คิดถึงพระองค์ เชื่อในพระองค์ และมีชีวิตนิรันดร
   
    3.    “เชื่อในพระเยซู”  มีความหมาย 3 ประการคือ
         3.1 เชื่อสุดจิตใจว่าพระเจ้าเป็นแบบที่พระเยซูเจ้าสอน กล่าวคือ “พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมากจึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศแต่จะมีชีวิตนิรันดร”  ซึ่งเราพอสรุปได้สามประเด็น
        - พระเจ้าเป็นผู้ริเริ่มแผนการแห่งความรอด
        - แก่นแท้ของพระเจ้าคือ “รัก”  พระองค์ไม่ใช่พระเจ้าที่โกรธง่าย ชอบออกกฎระเบียบมากดขี่ คอยตัดสินลงโทษ เรียกร้องเครื่องบูชา ฯลฯ
        - สิ่งที่พระเจ้ารักคือ “โลก”  อันหมายถึงทุกชาติ ทุกคน ทุกฐานะ ไม่ว่าคนดีหรือคนเลว พระองค์รักและพร้อมให้อภัยทั้งหมด
         3.2 เชื่อว่าพระเยซูเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้า และเพราะเป็นบุตร พระองค์จึงรู้ความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับพระเจ้า  และดังนั้นเราจึงเชื่อสุดจิตสุดใจว่าพระเจ้าเป็นองค์ความรักตามที่พระเยซูเจ้าบอก
         3.3 เมื่อเราเชื่อว่าพระเจ้าเป็นบิดาผู้เปี่ยมด้วยความรัก และพระเยซูเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้า เราจึงวางใจในพระองค์ และมอบตัวเราทั้งหมดไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์  ไม่ว่าพระองค์จะสอน จะสั่ง หรือจะประสงค์สิ่งใด  เราพร้อมจะนบนอบ เราพร้อมจะปฏิบัติตามโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น

     4.    “ชีวิตนิรันดร”  คำ “นิรันดร” ตรงกับภาษากรีก “อายโอนีออส” ซึ่งมีความหมายด้านคุณภาพมากกว่าด้านเวลา  เพราะฉะนั้นคำ “ชีวิตนิรันดร” จึงหมายถึงชีวิตที่มีคุณภาพเหมาะกับพระเจ้า ชีวิตแบบพระเจ้า หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ชีวิตพระนั่นเอง
        เมื่อเราเชื่อในพระเยซู เรามีชีวิตนิรันดร หรือชีวิตพระอยู่ในตัว  ชีวิตพระทำให้เรามีแต่ความสุขสันติ
        4.1 เรามีสันติกับพระเจ้า  พระองค์เป็นบิดาของเรา  เราไม่ต้องกลัวผู้ปกครองที่กดขี่ หรือผู้พิพากษาที่เคร่งครัดอีกต่อไป
        4.2 เรามีสันติกับเพื่อนมนุษย์  เพราะเราได้รับการอภัย เราจึงให้อภัยผู้อื่น  มนุษย์กลายเป็นหนึ่งเดียวกันในความรักต่อพระเจ้า
        4.3 เรามีสันติกับชีวิตของเรา  เพราะเรามั่นใจว่าไม่มีบิดาคนใดที่หยิบยื่นน้ำตาให้ลูกโดยไม่จำเป็น  จริงอยู่เราอาจไม่เข้าใจชีวิตดีขึ้น แต่เราจะเลิกบ่นว่าชีวิตนี้อีกต่อไป
        4.4 เรามีสันติกับตัวเราเอง  อันที่จริงสิ่งที่มนุษย์กลัวมากที่สุดก็คือตัวเอง เพราะว่าตัวเองรู้ถึงความอ่อนแอ รู้ถึงการประจญล่อลวง รู้ถึงหน้าที่ รวมถึงความต้องการต่าง ๆ ของตัวเอง  แต่นับจากนี้ไป เราไม่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ตามลำพัง  “ไม่ใช่เราที่ดำเนินชีวิต แต่เป็นพระคริสต์ที่ดำเนินชีวิตในตัวเรา”
       
         ความสุขสันติเหล่านี้ ก่อให้เกิดความหวัง เป็นแรงบันดาลใจ และเป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิตของเรา เพื่อให้บรรลุความสุขสันติที่ดีที่สุดที่จะมีมาในชีวิตหน้า

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk