^Back To Top

  • 1 1
    .
  • 2 2
    .
  • 3 3
    .
  • 4 4
    .
  • 5 5
    .

kamsonbkk.com

ยน 10.1-10 เราเป็นประตู

วันอาทิตย์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

ข่าวดี    ยอห์น 10:1-10
 (1)เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่ไม่เข้าคอกแกะทางประตู แต่ปีนเข้าทางอื่น ก็เป็นขโมยและโจร  (2)ผู้ที่เข้าทางประตูก็เป็นผู้เลี้ยงแกะ  (3)คนเฝ้าประตูย่อมเปิดประตูให้เขาเข้าไป บรรดาแกะก็ฟังเสียงเขา เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว และพาออกไปข้างนอก  (4)เมื่อเขาพาแกะออกไปหมดแล้ว เขาจะเดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะจำเสียงของเขาได้  (5)แกะจะไม่ตามคนแปลกหน้าเลย แต่จะหนีจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนแปลกหน้า (6)พระเยซูเจ้าตรัสอุปมาเรื่องนี้ให้คนเหล่านั้นฟัง แต่เขาไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสนั้นหมายถึงสิ่งใด (7) พระเยซูเจ้ายังตรัสกับเขาอีกว่า เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า เราเป็นประตูคอกแกะ (8)ทุกคนที่มาก่อนหน้าเราเป็นขโมยและโจร แต่แกะมิได้ฟังเสียงของเขาเหล่านั้น(9)เราเป็นประตู ผู้ที่เข้ามาทางเราก็จะรอดพ้น เขาจะเข้าจะออกและจะพบทุ่งหญ้า (10)ขโมยย่อมมาเพื่อขโมย ฆ่าและทำลาย เรามาเพื่อให้แกะมีชีวิตและมีชีวิตอย่างสมบูรณ์


ภูมิประเทศของปาเลสไตน์ประกอบด้วยที่ราบสูงแคบ ๆ เป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้  ในแคว้นยูเดียที่ราบสูงจากเมืองเบธเอลถึงเมืองเฮโบรนมีความยาวประมาณ 56 กิโลเมตร และกว้างแตกต่างกันจาก 22 ถึง 27 กิโลเมตร  พ้นจากที่ราบสูงก็เป็นหน้าผาสูงชันและถิ่นทุรกันดารในทะเลทราย  พื้นที่ส่วนใหญ่บนที่ราบสูงเป็นหินขรุขระจึงเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์มากกว่าการเพาะปลูก
ภาพของ “คนเลี้ยงแกะ” จึงเป็นที่คุ้นเคยของผู้คนบนดินแดนที่ราบสูงแห่งนี้
คนเลี้ยงแกะมีหน้าที่รับผิดชอบแกะทุกตัวในฝูง  ถ้าแกะหายเขาต้องตามหาจนพบ  ถ้าแกะตายเขาต้องนำซากแกะกลับบ้านเพื่อยืนยันว่าแกะตายและตายอย่างไร  เพื่อป้องกันฝูงแกะจากเหตุร้าย คนเลี้ยงแกะจึงต้องยืนพิงไม้เท้า อดตาหลับขับตานอน ตากแดดตากฝน เพ่งตาเฝ้ามองฝูงแกะมิให้พลัดหลงหรือตกลงไปในซอกหินตามหน้าผา อีกทั้งต้องพร้อมเสี่ยงชีวิตป้องกันแกะจากขโมยและฝูงสุนัขป่า
การตื่นเฝ้าระวังอยู่เสมอ ความกล้าหาญไม่หวั่นเกรงอันตราย ตลอดจนความรักและอดทนต่อฝูงแกะ เหล่านี้คือคุณสมบัติที่จำเป็นของคนเลี้ยงแกะ  ด้วยภาพพจน์ที่ดีเลิศเช่นนี้เอง คนเลี้ยงแกะจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ของชนชาติยิว
ในพระธรรมเก่า พระเจ้าได้รับการวาดภาพว่าเป็น “ผู้เลี้ยงแกะ” และชาวยิวคือฝูงแกะของพระองค์ “พระยาห์เวห์ทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าอย่างผู้เลี้ยงแกะ  ข้าพเจ้าจึงไม่ขาดสิ่งใด” (สดด 23:1) “ข้าพเจ้าทั้งหลายผู้เป็นประชากรของพระองค์และเป็นฝูงแกะที่ทรงเลี้ยงดู จะขอบพระคุณพระองค์ตลอดไป” (สดด 79:13)
ประกาศกทำนายถึงพระเมสสิยาห์ว่าจะเป็นดั่งผู้เลี้ยงแกะด้วยเช่นกัน “พระองค์ทรงเลี้ยงดูฝูงแกะของพระองค์ดั่งคนเลี้ยงแกะ พระองค์ทรงรวบรวมบรรดาลูกแกะไว้ในอ้อมพระกร โอบอุ้มไว้แนบพระทรวง พระองค์ทรงนำแม่แกะที่มีลูกอย่างอ่อนสุภาพ” (อสย 40:11)
บรรดากษัตริย์ของชาวยิวก็เป็นดังผู้เลี้ยงแกะของพระเจ้า เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่เป็นผู้เลี้ยงแกะที่ไม่ดี “วิบัติแก่บรรดาคนเลี้ยงแกะซึ่งผลาญทำลายและทำให้ลูกแกะในท้องทุ่งของเรากระจัดกระจายไป ! ...เนื่องจากเจ้าขับไล่ไสส่งและไม่ได้ดูแลเอาใจใส่พวกเขา” (ยรม 23:1-4)
ในพระธรรมใหม่ พระเยซูเจ้าเองทรงเป็น “ผู้เลี้ยงแกะที่ดี”  พระองค์ทรงพร้อมจะเสี่ยงชีวิตตามหาและช่วยลูกแกะที่พลัดหลงให้ปลอดภัย “ถ้าชายคนหนึ่งมีแกะอยู่ร้อยตัว แล้วแกะตัวหนึ่งบังเอิญหลงทาง เขาจะไม่ปล่อยแกะเก้าสิบเก้าตัวไว้บนภูเขา เพื่อค้นหาแกะตัวที่หลงไปหรือ” (มธ 18:12; ลก 15:4) พระองค์ทรงสงสารประชาชน “เพราะเขาเหล่านั้นเหน็ดเหนื่อยและท้อแท้ประดุจฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยง” (มธ 9:36; มก 6:34)
นอกจากนั้น พระองค์ยังตรัสกับเปโตรว่า “จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด” (ยน 21:15-19) และเปโตรได้ขอร้องบรรดาผู้นำของพระศาสนจักรต่อมาว่า “จงเลี้ยงดูฝูงแกะของพระเจ้าที่อยู่ในความดูแลของท่าน จงดูแลด้วยความเต็มใจตามพระประสงค์ของพระเจ้า มิใช่ดูแลด้วยจำใจ จงดูแลด้วยความสมัครใจ มิใช่ดูแลเพราะเห็นแก่อามิสสินจ้าง  จงเป็นแบบอย่างแก่ฝูงแกะ มิใช่เป็นเหมือนเจ้านายเหนือผู้ที่อยู่ใต้ปกครอง” (1 ปต 5:2-3)
นอกจากภาพพจน์ที่ดีเลิศของคนเลี้ยงแกะแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง “คนเลี้ยง” กับ “แกะ” ก็ดีเยี่ยมด้วย สาเหตุเป็นเพราะชาวยิวนิยมเลี้ยงแกะไว้เพื่อตัดขนมิใช่เพื่อฆ่ากินเนื้อ  แกะจึงมีอายุยืนยาวและมีโอกาสอยู่กับคนเลี้ยงเป็นเวลานานหลายปีจนคนเลี้ยงจำแกะของตนได้ทุกตัว และแกะก็จำเสียงของคนเลี้ยงได้เป็นอย่างดี  พวกเขามักตั้งชื่อให้แกะแต่ละตัวตามลักษณะของมัน เช่น ไอ้ “ขาน้ำตาล”  นัง “หูดำ” ฯลฯ  ปกติคนเลี้ยงแกะจะเดินนำหน้าฝูงแกะเพื่อดูว่าหนทางปลอดภัยหรือไม่และส่งเสียงร้องดัง ๆ เป็นครั้งคราวเพื่อให้แกะรู้ว่าตนอยู่ที่ใด  หากเป็นเสียงที่ไม่คุ้นเคย แกะจะหยุดอยู่กับที่ ถ้าเสียงนั้นดังซ้ำอีกพวกมันจะหันกลับแล้ววิ่งหนีไป
    กลับมาที่ “คอกแกะ” !   
คอกแกะมี 2 ประเภท  ประเภทแรกเป็นคอกแกะประจำหมู่บ้านสำหรับให้แกะทุกฝูงของหมู่บ้านเข้าพักพิงยามค่ำคืนหลังกลับจากทุ่งหญ้า  คอกประเภทนี้มีประตูแข็งแรงแน่นหนา  มีคนเฝ้าประตูถือกุญแจคอยเปิดปิดประตูยามคนเลี้ยงแกะนำฝูงแกะเข้าออกจากคอก
เมื่อตรัสว่า “ผู้ที่เข้าทางประตูก็เป็นผู้เลี้ยงแกะ คนเฝ้าประตูย่อมเปิดประตูให้เขาเข้าไป” (ยน 10:2, 3) พระองค์กำลังหมายถึงประตูคอกแกะประจำหมู่บ้าน
คอกแกะประเภทที่สองอยู่ตามทุ่งหญ้า มีไว้ให้แกะพักพิงเวลาไม่กลับหมู่บ้านในช่วงอากาศอบอุ่น (ประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน)  คอกแกะประเภทนี้อยู่ในที่โล่งแจ้ง มีกำแพงล้อมรอบโดยเว้นช่องว่างไว้หนึ่งช่องสำหรับแกะผ่านเข้าออก  ช่องว่างนี้ไม่มีประตู เวลากลางคืนคนเลี้ยงแกะจึงต้องนอนขวางช่องว่างนี้ไว้จนไม่มีทางใดเลยที่แกะจะผ่านเข้าออกจากคอกได้เว้นแต่จะเดินข้ามร่างของคนเลี้ยงแกะ  โดยทางพฤตินัยจึงเป็น “คนเลี้ยงแกะ” นั่นเองที่เป็น “ประตู”
นี่คือเบื้องหลังที่ทำให้พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราเป็นประตู” (ยน 10:9)
ความหมายของพระองค์คือ จำเป็นต้องผ่านทางพระองค์ และผ่านทางพระองค์แต่เพียงผู้เดียว เราจึงเข้าถึงพระเจ้าได้  ดังที่นักบุญเปาโลกล่าวไว้ว่า “เดชะพระองค์เราทั้งสองฝ่าย (ผู้ที่เข้าสุหนัตและมิได้เข้าสุหนัต) จึงเข้าไปเฝ้าพระบิดาเจ้าได้” (อฟ 2:18)
พระองค์ทรงเป็น “ทางใหม่ที่ให้ชีวิต” (ฮบ 10:20)
นอกจากตรัสว่า “เราเป็นประตู” แล้วพระองค์ยังเสริมอีกว่า “ผู้ที่เข้ามาทางเราก็จะรอดพ้น เขาจะเข้าจะออก และจะพบทุ่งหญ้า” (ยน 10:9)
การ “เข้า-ออก” โดยไม่ได้รับอันตรายเป็นสำนวนพูดของชาวยิวหมายถึง “ชีวิตที่มั่นคงปลอดภัยสูงสุด”
หากประชาชนสามารถเข้าออกประตูเมืองได้โดยไม่หวาดหวั่น ย่อมหมายความว่าเมืองนั้นปลอดภัย มีขื่อมีแป มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และมีสันติสุข  ผู้นำชาวอิสราเอลจึงมีหน้าที่นำประชาชนออกไปและกลับเข้ามา (กดว 27:17)
นอกจากนั้น ผู้ที่นบนอบเชื่อฟังพระเจ้ายังจะได้รับพระพร “ทั้งเมื่อเข้ามาและเมื่อออกไป” (ฉธบ 28:6)  พระองค์ “จะทรงพิทักษ์ท่านทั้งเมื่อออกไปและเข้ามา บัดนี้และตลอดไป” (สดด 121:8)
เท่ากับพระเยซูเจ้าต้องการบอกเราว่า เมื่อใดก็ตามที่เราเข้าถึงพระเจ้าโดยผ่านทางพระองค์ เราจะรับรู้ได้ทันทีว่าความมั่นคงปลอดภัยสูงสุดได้เข้ามาสู่ชีวิตของเรา
เพราะบัดนี้ชีวิตของเราอยู่ในอ้อมพระหัตถ์ของพระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความรักและความเมตตา ความหวาดกลัวและวิตกกังวลทั้งปวงจึงมลายสูญหายไปสิ้น !
ส่วนผู้ที่มาก่อนหน้าพระองค์ทุกคนล้วน “เป็นขโมยและโจร แต่แกะมิได้ฟังเสียงของเขาเหล่านั้น” (ยน 10:8)
ผู้ที่มาก่อนหน้าพระองค์ไม่ได้หมายถึงบรรดาประกาศก แต่ทรงหมายถึงพวกกระหายเลือด !
โยเซฟุสเล่าว่า เกิดความโกลาหลวุ่นวายในแคว้นยูเดียถึงหนึ่งหมื่นครั้ง ส่วนใหญ่ชักนำโดยผู้ที่อ้างตัวว่ามาจากพระเจ้า แต่จริงๆแล้วคือพวกกบฏ  พวกเขาเชื่อว่ายุคทองของชาวยิวจะได้มาก็โดยการนองเลือดและสงครามกับกองทัพโรมันเท่านั้น  พวกเขาพร้อมจะฆ่าทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนรักและตัวเองหากว่ามันจะช่วยให้ความหวังของพวกเขาเป็นจริงขึ้นมา
พวกเขามา “เพื่อขโมย ฆ่าและทำลาย” แต่พระองค์เสด็จมา “เพื่อให้แกะมีชีวิตและมีชีวิตอย่างสมบูรณ์” (ยน 10:10)
ราวกับพระองค์กำลังตรัสว่า “มีคนมาก่อนหน้าเราและอ้างตัวเป็นผู้นำที่พระเจ้าทรงส่งมา  พวกเขาเลือกหนทางของสงครามและการฆ่าฟันซึ่งมีแต่จะชักนำมนุษย์ให้ยิ่งออกห่างจากพระเจ้า  แต่หนทางของเราคือหนทางแห่งสันติสุข ความรัก และชีวิต  หากพวกท่านเลือกหนทางนี้ มันจะนำท่านเข้าใกล้ชิดพระเจ้ายิ่งวันยิ่งมากขึ้น”
มีเรื่องเล่าว่า ทหารโรมันผู้ท้อแท้สิ้นหวังและหมดอาลัยตายอยากในชีวิตคนหนึ่งได้มาหาจูเลียส ซีซาร์เพื่อขออนุญาตฆ่าตัวตาย  ซีซาร์มองเขาแล้วถามว่า “เจ้าเคยมีชีวิตด้วยหรือ ?”
นั่นเป็นเพราะเมื่อเราดำเนินชีวิตตามลำพัง ชีวิตย่อมมืดมนและท้อแท้
แต่เมื่อเราดำเนินชีวิตพร้อมกับพระคริสตเจ้า เรากลับมีชีวิตชีวา และมีอย่างสมบูรณ์เหลือเฟือ
ทุกสิ่งกลับมีความหมาย มีคุณค่า และมีสันติสุข !!

ค้นหา

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
1797
10009
1797
412757
423502
17896022
Your IP: 34.231.21.83
2020-05-31 03:24

สถานะการเยี่ยมชม

มี 303 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk