foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2019

IMG resize 2019

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

  • bkk

  • haab

  • becthailand

  • santikham

  • pope report-francis

  • bannerpope

  • cc_link2011

  • 0002

  • thaicatholicbible

  • mass

  • bnbec

  • facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
7044
12818
31369
203613
436281
14514402
Your IP: 35.172.150.239
2019-11-12 15:08

สถานะการเยี่ยมชม

มี 114 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

พระเยซูเจ้าทรงถูกไต่สวนต่อหน้าอันนาส

ข่าวดี    ยน 18:12-14, 19-24
(12)กองทหาร ผู้บังคับกองและยามรักษาพระวิหารที่ชาวยิวจัดให้จับกุมพระเยซูเจ้า มัดพระองค์  (13)นำไปหาอันนาสก่อน อันนาสเป็นบิดาภรรยาของคายาฟาส ซึ่งเป็นมหาสมณะในปีนั้น  (14)คายาฟาสเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำกับชาวยิวว่า “จะเป็นประโยชน์มากกว่าถ้าคนเดียวจะตายเพื่อประชาชน”
(19)มหาสมณะซักถามพระเยซูเจ้าถึงเรื่องศิษย์และคำสั่งสอนของพระองค์  (20)พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เราพูดให้โลกฟังอย่างเปิดเผย เราสั่งสอนในศาลาธรรมเสมอและในพระวิหารซึ่งชาวยิวทุกคนมาชุมนุมกัน เราไม่เคยพูดสิ่งใดเป็นความลับ  (21)ท่านถามเราทำไม จงถามผู้ที่ได้ฟังเราเถิดว่าเราบอกสิ่งใดกับเขา เขารู้ว่าเราได้พูดสิ่งใด  (22)เมื่อพระองค์ตรัสเช่นนี้ ยามคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ที่นั่นตบพระพักตร์พระเยซูเจ้า ตวาดว่า “เจ้าตอบเช่นนี้กับมหาสมณะได้หรือ”  (23)พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “ถ้าเราพูดผิด จงชี้ให้เห็นว่าเราผิดอย่างไร แต่ถ้าเราพูดถูก


มีพระวรสารของยอห์นเท่านั้นที่บันทึกว่า พระเยซูเจ้าทรงถูกนำตัวไปพบอันนาสก่อนคายาฟาสซึ่งเป็นมหาสมณะในขณะนั้น
อันนาสเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังและกระฉ่อนมาก ไม่มีใครประสบความสำเร็จและร่ำรวยมากเท่าเขา แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่มีใครที่ผู้คนจะเกลียดชังและด่าแช่งมากเท่ากับเขา
อันนาสเป็นมหาสมณะระหว่าง ค.ศ. 6-15  ต่อจากนั้นบุตรชายของเขาอีกสี่คนได้สืบทอดตำแหน่งนี้ต่อมา  แม้คายาฟาสซึ่งเป็นมหาสมณะคนปัจจุบันก็เป็นบุตรเขยของเขาเอง  เรียกว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังอำนาจตัวจริงคืออันนาสนี่เอง
ในสมัยที่ชาวยิวยังเป็นอิสระจากกรุงโรม มหาสมณะดำรงตำแหน่งตลอดชีวิต  แต่เมื่อรัฐบาลโรมก้าวเข้ามามีบทบาทในปาเลสไตน์ ตำแหน่งมหาสมณะกลายเป็นสิ่งที่ต้องช่วงชิง ใช้เส้นสาย ติดสินบน และมีการคอร์รัปชั่นกันอย่างไม่อายฟ้าดิน  ใครที่ประจบประแจงผู้ว่าราชการโรมันเก่งและพร้อมจ่ายค่าตอบแทนในราคาสูง ก็จะได้ตำแหน่งมหาสมณะมาครอบครอง
เมื่อต้องลงทุนสูง มหาสมณะจึงต้องหาทางถอนทุนบวกกับกำไรทุกวิถีทาง
พระวิหารรอบนอกสุดเป็นบริเวณสำหรับคนต่างศาสนา  ในบริเวณนี้เองที่ยอห์นเล่าว่า “พระองค์ทรงพบพ่อค้าขายโค พ่อค้าขายแกะ พ่อค้าขายนกพิราบ และคนแลกเงินนั่งอยู่ที่โต๊ะ พระองค์ทรงใช้เชือกเป็นแส้ ทรงขับไล่ทุกคนรวมทั้งแกะและโคออกจากพระวิหาร ทรงปัดเงินกระจายเกลื่อนกลาด และทรงคว่ำโต๊ะของผู้แลกเงิน แล้วตรัสแก่คนขายนกพิราบว่า ‘จงนำของเหล่านี้ออกไป อย่าทำบ้านของพระบิดาของเราให้เป็นตลาด’” (ยน 2:14-16)
บริเวณนี้เองที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าเป็นบาซ่าร์ (ตลาด) ของอันนาส แต่สิ่งที่ลูกน้องของอันนาสกระทำกลับไม่ใช่การค้าขาย ที่ถูกต้องเรียกว่าขูดรีด
กฎหมายกำหนดไว้ว่าสัตว์ที่นำมาถวายบูชาในพระวิหารต้องปราศจากตำหนิ อันนาสจึงแต่งตั้งผู้ตรวจสอบเพื่อตรวจตราสัตว์ที่ซื้อมาจากร้านค้านอกพระวิหาร ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาต้องพยายามค้นหาจนพบตำหนิและใช้ถวายบูชาไม่ได้
แต่ถ้าซื้อสัตว์จากร้านค้าของอันนาสซึ่งอยู่ภายในพระวิหาร ถือว่าผ่านการตรวจสอบโดยอัตโนมัติ และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกห้ามถวาย
ฟังดูเหมือนเป็นการอำนวยความสะดวก แต่มีหลักฐานว่าราคานกพิราบที่ซื้อขายในพระวิหารสูงกว่านอกพระวิหารถึง 18.75 เท่า หรือ 1,875 เปอร์เซ็นต์
ครอบครัวของอันนาสจึงมั่งคั่งร่ำรวย  แต่เป็นความมั่งคั่งที่ได้มาจากการฉกฉวยผลประโยชน์จากคนที่มานมัสการพระเจ้า และจากการซื้อขายเครื่องบูชาศักดิ์สิทธิ์ !
หนังสือ Talmud จึงมีข้อความตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า “วิบัติจงมีแก่ครอบครัวของอันนาส !  วิบัติจงมีแก่เสียงขู่เหมือนงูของพวกเขา !  พวกเขาเป็นมหาสมณะ  บุตรชายของพวกเขาเป็นผู้ดูแลสมบัติ  บุตรเขยของพวกเขาเป็นผู้ดูแลพระวิหาร  และบรรดาคนใช้ของพวกเขาไล่ตีประชาชนด้วยไม้เท้า”
อันนาสและครอบครัวของเขาช่างมีชื่อเสียงกระฉ่อนขนาดได้ลงหนังสือ Talmud !!
จึงไม่แปลกที่อันนาสจัดให้พระเยซูเจ้ามาพบเขาก่อน เพราะพระองค์คือผู้ที่ทุบหม้อข้าวหม้อแกงของเขา  พระองค์มาขัดจังหวะการแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าขายเครื่องบูชาของเขา
เขาอยากดูพระองค์ให้สะใจหน่อย !

กระบวนการไต่สวนของอันนาสขัดกับกระบวนการยุติธรรมอย่างยิ่ง เพราะกฎหมายยิวห้ามถามคำถามที่เป็นการปรักปรำตัวผู้ต้องหาเอง  แต่อันนาสกลับถามพระเยซูเจ้าถึงเรื่องคำสอนของพระองค์ (ยน 18:19)
พระองค์จึงตรัสตอบว่า “ท่านถามเราทำไม จงถามผู้ที่ได้ฟังเราเถิดว่าเราบอกสิ่งใดกับเขา” (ยน 18:21)  ความหมายของพระองค์คือ “หาพยานมาปรักปรำเราตามกฎหมายสิ  คุณมีสิทธิ์สอบถามพยานนี่  แต่ไม่มีสิทธิ์มาซักถามเรา”
ผลคือยามคนหนึ่งตบพระพักตร์ของพระองค์ เหมือนกับต้องการจะบอกพระองค์ว่า “เอ็งกล้าสอนวิธีไต่สวนแก่มหาสมณะหรือ”
พระองค์จึงตอบว่า “ถ้าเราพูดหรือสอนสิ่งใดผิดก็หาพยานมาสิ  เราพูดตามกฎหมาย แล้วมาตบเราทำไม”

พระเยซูเจ้าไม่มีความหวังที่จะได้รับความยุติธรรมเลย เพราะพระองค์ไปแตะต้องผลประโยชน์ของอันนาสและญาติโยมของเขา
อันที่จริงพระองค์ถูกตัดสินก่อนการไต่สวนเสียอีก !
กระนั้นก็ตาม อย่าว่าแต่อันนาสเลย เพราะหากเราปล่อยตัวให้จมอยู่ในความผิดเหมือนเขา เราคงหาทางกำจัดฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นซากโดยไม่คำนึงถึงวิธีการว่าจะถูกกฎหมายหรือไม่ เหมือนกัน !