แผนกคริสตศาสนธรรม  อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

ข้อคิดข้อรำพึง

อาทิตย์ที่ 21 เทศกาลธรรมดา ปี B

“ท่านทั้งหลายอยากจะไปด้วยหรือ”

21th Sunday 2

 อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้วหรืออาทิตย์ที่ห้าที่นำเอาพระวรสารของนักบุญยอห์นบทที่ 6 (ที่พูดถึงเรื่องปังจากสวรรค์  พระองค์เองทรงเป็นอาหารทรงชีวิตที่ลงมาจากสวรรค์) มาแทรกไว้  จากปกติที่เป็นพระวรสารของนักบุญมาระโก

 

 เมื่อทรงเปรียบเทียบให้เห็นว่าพระองค์เป็นปังที่ลงมาจากสวรรค์  ไม่เหมือนปังที่บรรดาบรรพบุรุษได้กิน แล้วยังตาย  แต่ผู้ที่กินปังนี้จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป  คำเหล่านี้จุดชนวนให้กับผู้ฟังจนพวกเขากล่าวกันเองว่า  “ถ้อยคำนี้ขัดหูจริง ใครจะฟังได้”  พวกเขาพากันบ่นในเรื่องนี้

 

 คำว่า บ่นว่า มีนัยน่าสนใจเหมือนกัน ถ้าย้อนกลับไปดูเรื่องการอพยพในพันธสัญญาเดิม พวกอิสราเอลมักจะพากันบ่นว่าตลอดการเดินทางจากแผ่นดินทาสในอียิปต์ไปสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา  การบ่นว่าดำเนินไปเรื่อย  และพระเจ้าทรงเลี้ยงดูประชากรด้วยมานนา  ส่วนคำสอนใหม่ของพระเยซูเจ้าในเรื่องนี้เป็นเรื่อง “ยากมาก” สุดจะเข้าใจได้ว่าต้องกินเนื้อและเลือดของพระองค์อย่างไรจึงจะมีชีวิตนิรันดร ทั้งๆที่พระองค์ยังไม่ได้สิ้นพระชนม์และกลับคืนพระชนมชีพ  คำพูดของพระองค์ไม่เพียงปั่นให้หัวของพวกเขาหมุนติ้วเท่านั้น  แต่ยังทำให้ใจและจิตวิญญาณหวั่นไหวอีกด้วย  คนในสมัยพระเยซูเจ้าอาจจะเตรียมพร้อมที่จะติดตามประกาศกแบบโมเสส หรือใครก็ตามที่จะมาเป็นพระเมสสิยาห์ที่อยู่ในกรอบความคิดที่เขามีอยู่แล้วในหัวสมอง  แต่ดูเหมือนสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสเป็นเรื่องที่ไปไกลเกินไป

21th Sunday 3

 ดังนั้น จึงเกิดการแบ่งแยก หรือการแบ่งกลุ่ม ออกเป็นสองพวกทันที  ดูเหมือนคนส่วนใหญ่เลิกติดตามพระเยซูเจ้าต่อไป  ในขณะที่กลุ่มอัครสาวกทั้งสิบสองยังคงยึดมั่นติดตามพระองค์ต่อไป

 

 ถ้าย้อนไปดูเรื่องในหนังสือโยชูวาซึ่งนำมาเป็นบทอ่านแรกของอาทิตย์นี้  เล่าเรื่องตอนที่โยชูวาชรามากแล้ว  ท่านจึงรวบรวมทุกเผ่าของอิสราเอลที่เมืองเชเคมเพื่อจะกล่าวคำอำลา  แต่ที่สำคัญกว่านั้น ท่านต้องการให้พวกเขาตัดสินใจว่าจะเลือกนับถือพระองค์ใด ระหว่างองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นพระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของพวกเขา หรือพระของชนชาติอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ในดินแดนที่เขาอาศัยอยู่

 

 น่าสังเกตว่าโยชูวาไม่ได้พูดถึงเรื่องการสงครามทั้งหลายที่ท่านได้ทำมามากมาย ดูเหมือนว่าการเรียกประชาชนมารวมตัวกันในวันนั้นของโยชูวา  ไม่ใช่เพื่อรำลึกถึงการเป็นผู้นำทัพที่ยิ่งใหญ่ของท่าน แต่มาในฐานะประกาศกที่จะนำประชาชนให้มาเลือกพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งสำหรับท่านแล้ว การเลือกเข้าข้างพระที่ถูกต้อง สำคัญกว่าความสำเร็จของการสู้รบในอดีต  ท่านไม่สนใจการขยายอาณาเขตหรือเขตแดนทางภูมิศาสตร์อีกต่อไป  แต่สนใจเขตแดนภูมิศาสตร์ทางด้านจิตใจของผู้ใต้บังคับบัญชามากกว่า

 

 ท่านจึงขอให้ประชาชนเลือกว่า จะให้พระองค์ใดครอบครองจิตใจของพวกเขา ส่วนท่านและครอบครัวของท่านบอกอย่างชัดเจนว่า “เราจะรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า”  แล้วโยชูวาก็ได้รับชัยชนะในสงครามครั้งสุดท้ายและครั้งที่สำคัญที่สุดในชีวิต  เมื่อนำประชากรไปสู่ชัยชนะแห่งความเชื่อ  เพราะพวกเขาประกาศออกมาว่า  “เราจะรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยเช่นกัน เพราะพระองค์คือพระเจ้าของพวกเรา”

 

          พระเยซูเจ้าทรงหันมาทางอัครสาวกทั้งสิบสอง และจะทรงหันมาทางเราด้วย เพื่อจะถามว่า “ท่านทั้งหลายจะไปด้วยหรือ”  แต่ซีมอนเปโตรได้เลือกที่จะอยู่เคียงข้างพระองค์ โดยตอบแทนเพื่อนๆ ว่า  “พระเจ้าข้า พวกเราจะไปหาใครเล่า พระองค์ทรงมีพระวาจาทรงชีวิตนิรันดร”  เราทุกคนต้องเลือกข้างเช่นเดียวกันว่าจะอยู่กับพระเยซูเจ้าเพราะทรงมีพระวาจาแห่งชีวิตนิรันดร  หรือจะจากไปเพราะถ้อยคำของพระเยซูเจ้าช่างขัดหูขัดใจเสียจริงๆ

 

          ป.ล. ต้องให้คำตอบกับพระองค์ภายในวันอาทิตย์นี้

 

 (คุณพ่อ วิชา  หิรัญญการ เขียนลงสารวัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2012)

21th Sunday 121th Sunday 421th Sunday 521th Sunday 6