แผนกคริสตศาสนธรรม  อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

ข้อคิดข้อรำพึง

อาทิตย์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา ปี B

“เราเป็นปังแห่งชีวิต”

18th Sunday 1

 มีชายขี้เมาคนหนึ่ง เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วย นิสัยชอบดื่มเมามายของเขาทำให้ภรรยาและลูกๆ ต้องทนทุกข์ทรมานมาก เขาใช้เงินทั้งหมดไปกับการดื่ม แต่มาวันหนึ่ง เขาได้ไปฟื้นฟูจิตใจ กลับใจมาเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า และเลิกดื่มอีกต่อไป

 

 สองสามเดือนต่อมา ขณะที่เดินไปตามถนน เขาพบเพื่อนที่เคยร่วมวงดื่มกันมาก่อน เพื่อนถามว่า “ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาดื่มด้วยกันเลย ไปทำอะไรมา” คนเคยเมาตอบว่า “ฉันได้รู้จักพระเยซูเจ้า และมีความเชื่อในพระองค์ ฉันเลิกดื่มเหล้าแล้ว” เพื่อนหัวเราะเยาะเขากล่าวว่า “อ๋อ…เดี๋ยวนี้มีความเชื่อในพระเยซูแล้วหรือ รวมทั้งเรื่องไร้สาระที่พระองค์เปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่นที่เมืองคานาด้วยใช่ไหม”  เขาตอบกลับว่า “ฉันไม่เคยเห็นพระเยซูเจ้าเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่นที่เมืองคานา แต่ที่นี่ฉันเห็นพระองค์ทรงเปลี่ยนเบียร์และเหล้าให้กลายเป็นขนมปังและเสื้อผ้าสำหรับภรรยาและลูกๆ ของฉัน”

 

 หลังจากที่พระองค์ทรงทวีขนมปังเลี้ยงคนเป็นจำนวนมาก  ผู้คนมากมายพากันแสวงหาพระองค์ พวกเขาอยากรู้จักพระองค์มากขึ้น  อาจจะแอบหวังลึกๆ ในใจให้พระองค์ทรงเป็นตามแบบที่เขาต้องการให้เป็น

 

 แต่พระเยซูเจ้าทรงทำเครื่องหมาย (=อัศจรรย์)นี้เพื่อจะนำพาสติปัญญาและจิตใจของพวกเขาให้ไปสู่ของประทานที่แท้จริงที่พระเจ้าทรงมอบให้กับประชากรของพระองค์  เพื่อให้พวกเขาเข้าใจถึง ปัสกาใหม่ การอพยพใหม่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเขา  โดยมีพระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้นำพวกเขาไป  พระองค์ทรงเป็นโมเสสคนใหม่ที่จะมาช่วยปลดปล่อยให้พวกเขาเป็นไท  และจะประทานพระองค์เองเป็นอาหารที่จะนำชีวิตนิรันดรมาให้แก่พวกเขา  อย่าลืมภูมิหลังของเหตุการณ์นี้ว่าพาดพิงกับเรื่องที่เล่าไว้ในหนังสืออพยพบทที่ 16 เสมอ

 

 แต่ประชาชนยังเข้าใจไม่ถูกต้อง  “ท่านแสวงหาเรามิใช่เพราะเห็นเครื่องหมายอัศจรรย์  แต่เพราะได้กินขนมปังจนอิ่ม”พวกเขาติดอยู่กับความคิดแค่ตามประสาโลกเท่านั้น  แถมยังอยากตั้งพระองค์เป็นกษัตริย์  หวังจะให้พระองค์ทรงนำความมั่นคงและมั่งคั่งมาให้  จะได้ไม่อดอยากต่อไป  แต่รูปแบบการเป็นกษัตริย์ในมุมมองของพระเยซูเจ้าแตกต่างไปจากของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง  เราจะเห็นได้ชัดในยอห์น บทที่ 19 (ที่ทรงมงกุฎหนามบนพระเศียร ทรงถูกตัดสินประหารชีวิต และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน)

18th Sunday 2

 พระวรสารของอาทิตย์นี้ พระองค์ทรงต้องการปรับความเข้าใจของประชาชนให้ถูกต้อง ทรงต้องการนำเขาไปสู่อาหารที่แท้จริง อาหารที่บุตรแห่งมนุษย์จะประทานให้ อาหารนั้นคือ องค์พระเยซูเจ้าเอง ซึ่งจะให้ชีวิตนิรันดร  เพราะพระบิดาทรงประทานตรารับรองบุตรแห่งมนุษย์ไว้แล้ว

 

 การจะทำเช่นนี้ได้ต้องมีความเชื่อในพระเยซูเจ้าซึ่งพระเจ้าทรงส่งมา  น่าแปลกใจที่ประชาชนขอเครื่องหมายเพิ่มอีก  เพื่อจะได้เชื่อทั้งๆที่เขาเห็นการทวีขนมปังแล้ว  บางทีคำขอของเขาอาจจะแอบหวังผลเรื่องการเมืองและกำลังพลด้วย  บางทีเขาอาจจะต้องการให้พระเยซูเจ้าทรงนำทัพเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม  และทรงทำให้กำแพงพังลงมา  เหมือนที่โยชูวาได้ทำกับเมืองเยรีโคในภาคสรุปของหนังสืออพยพ  แต่พระเยซูเจ้ามิได้ทรงตอบสนองต่อคำขอของพวกเขา  ทรงยืนยันว่าคำตอบสุดท้ายต่อคำขอของเขาคือพระองค์เองซึ่งทรงยืนอยู่ต่อหน้าพวกเขา

 

 และมาถึงประโยคที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ  “เราเป็นปังแห่งชีวิต ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่เชื่อในเราจะไม่กระหายอีกเลย”

 

 คำว่า “เราเป็น” เป็นคำที่มีความหมายอย่างยิ่งในพระวรสารของนักบุญยอห์น  ซึ่งโยงไปถึงบทแรกของท่านที่ว่า พระเยซูเจ้าคือพระวจนะ คือผู้ที่พระบิดาทรงส่งมาเพื่อทำให้แผนการของพระองค์สำเร็จไป และในที่นี้เน้นเป็นพิเศษเรื่องการหล่อเลี้ยง ดังนั้น ถ้าประชาชนยังไม่ตระหนักว่าพระเยซูเจ้าคือใคร  เขาก็อาจจะได้รับการเลี้ยงดูด้วยขนมปังและปลา  แต่ความหิวที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกจะไม่มีวันถูกเติมเต็ม  แต่เมื่อไรที่เขายอมรับพระองค์ในฐานะที่เป็นปังแห่งชีวิตและเชื่อในพระองค์อย่างแท้จริง  เขาจะไม่มีวันหิวกระหายอีกเลย  เช่นชายที่เคยเป็นขี้เมามาก่อนในตอนเริ่มเรื่อง  เมื่อเขามามีความเชื่อในพระเยซูเจ้าแล้ว  เขาก็เปลี่ยนชีวิตโดยสิ้นเชิง  กลายมาเป็นคนที่มีชีวิตใหม่ในพระองค์

 

( คุณพ่อ วิชา  หิรัญญการ เขียนลงสารวัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2012

Based on : John for Everyone, by Tom Wright)

18th Sunday 318th Sunday 418th Sunday 518th Sunday 618th Sunday 7