แผนกคริสตศาสนธรรม  อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

CATECHETICAL CENTER OF BANGKOK ARCHDIOCESE

thzh-CNenfritjako

วันศุกร์ สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา

พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกา (ลก 21:29-33)                                                    

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสคำอุปมาให้บรรดาศิษย์ฟังว่า “จงมองดูต้นมะเดื่อเทศและต้นไม้ทั้งหลายเถิด เมื่อมันแตกใบอ่อน ท่านย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว เช่นเดียวกันเมื่อท่านเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่าคนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้น ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย”


ลก 21:33  ฟ้าดิน… ไม่สูญสิ้นไปเลย : ประโยคนี้กินความรวมถึงสิ่งสร้างทั้งหมด เราสามารถประยุกต์ใช้พระวาจาของพระเจ้าได้กับสถานการณ์เฉพาะของทุกบุคคล ในทุกวัฒนธรรม และในทุกช่วงเวลาได้

ทรงเนรมิตฟ้าดิน

CCC ข้อ 326 ในพระคัมภีร์ วลี “ฟ้าดิน” หมายถึงทุกสิ่งที่มีความเป็นอยู่ เอกภพของสิ่งสร้างทั้งมวล และยังหมายถึงความสัมพันธ์ภายในสิ่งสร้างที่รวมและแยกท้องฟ้ากับแผ่นดิน “แผ่นดิน” คือโลกของมนุษย์ “ฟ้า” หรือ “สวรรค์” อาจหมายถึง “ท้องฟ้า” และยังอาจหมายถึง “สวรรค์ที่ประทับ” เฉพาะของพระเจ้า ของพระบิดา “ผู้สถิตในสวรรค์” (มธ 5:16) ดังนั้นจึงหมายถึง “สวรรค์” ซึ่งเป็นสิริรุ่งโรจน์แห่งอันตกาล ในที่สุด “สวรรค์” ยังหมายถึง “สถานที่” ของสิ่งสร้างที่เป็นจิต – หรือทูตสวรรค์ – ที่เฝ้าล้อมพระเจ้าอยู่ด้วย

การประทานความชอบธรรม

CCC ข้อ 1994 การประทานความชอบธรรมเป็นกิจการประเสริฐสุดแห่งความรักของพระเจ้าที่แสดงให้ปรากฏในพระคริสตเยซูและประทานให้เราเดชะพระจิตเจ้า นักบุญออกัสตินคิดว่าการประทานความชอบธรรมเป็นงาน “ยิ่งใหญ่กว่าการเนรมิตสร้างสวรรค์และแผ่นดิน […] ทั้งสวรรค์และแผ่นดินจะผ่านพ้นไป […] แต่ความรอดพ้นและการรับความชอบธรรมของผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกสรรนั้นจะคงอยู่ตลอดไป” ท่านนักบุญยังคิดว่าการที่คนบาปได้รับความชอบธรรมนั้นยิ่งใหญ่กว่าการเนรมิตสร้างบรรดาทูตสวรรค์ในความชอบธรรมเสียอีก เพราะแสดงให้เห็นพระเมตตากรุณาที่ยิ่งใหญ่กว่า (ของพระเจ้า)

(จากหนังสือ THE DIDACHE BIBLE with commentaries based on the Catechism of the Catholic Church, Ignatius Bible Edition)