โลกเป็นผลผลิตของความบังเอิญหรือ

foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

โลกเป็นผลผลิตของความบังเอิญหรือ
    ไม่ ผู้ทรงก่อให้เกิดโลกคือพระเจ้า ไม่ใช่ความบังเอิญ โลกมิได้เป็นผลของพลังที่ “ไร้จุดมุ่งหมาย” ทั้งในกำเนิดของโลก ระเบียบภายในโลก และจุดหมายที่โลกเกิดขึ้น (295-301, 317-318, 320)

    คริสตชนเชื่อว่าพวกเขาสามารถอ่านลายพระหัตถ์ของพระเจ้าได้ในการสร้างของพระองค์ บรรดานักวิทยาศาสตร์ได้กล่าวว่าโลกเกิดขึ้นโดยบังเอิญ อันเป็นกระบวนการที่ปราศจากความหมายและจุดมุ่งหมายใดๆ ดังนั้น ในปี ค.ศ. 1985 สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 จึงทรงชี้ให้เห็นและตรัสตอบว่า “การพูดว่าจักรวาลเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ทั้งๆ ที่มีองค์ประกอบที่ซับซ้อน และมีจุดมุ่งหมายที่น่าอัศจรรย์ในชีวิตของจักรวาลนั้น ก็เท่ากับว่าปฏิเสธที่จะค้นหาคำอธิบายเกี่ยวกับโลกอย่างที่เราเห็น ซึ่งเป็นการปฏิเสธสติปัญญาของมนุษย์ ปฏิเสธที่จะคิดและค้นหาหนทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ “ ->49

“พระองค์ทรงสร้างสรรค์พสิ่งและทุกสิ่งถูกสร้างลดำรงอยู่ตามพระประสงค์ของพระองค์” (วว 4 : 11)
“เราไม่ใช่ผลผลิตของวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญและไร้ความหมาย เราแต่ละคนเป็นผลมาจากความคิดของพระเจ้าและเป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระเจ้าทรงรักเราแต่ละคน และแต่ละคนมีความสำคัญ” สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 (24 เมษายน 2005)
“พระเจ้าทรงเห็นว่าทุกสิ่งที่ทรงสร้างนั้นดีมาก” (ปฐก 1 : 31)
“บรรดาต้นไมและดวงดาวต่างๆ จะสอนท่านในสิ่งซึ่งท่านไม่เคยได้เรียนรู้จากครูอาจารย์” นักบุญเบอร์นาร์ด แห่งแคลร์ไวซ์ (1090-1153 ผู้ร่วมก่อตั้งคณะฤาษี Cistercien)
“ใครเล่าจะสามารถฝ่าฝืนกฎอันยิ่งใหญ่ของจักรภพทั้งปวงอันเกิดจากปรีชาญาณของพระเจ้า ใครเล่าจะไม่พิศวงเมื่อสังเกตธรรมชิตที่ออกแบบโดยสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่” นิโคลัส คอปเปอร์นิคัส (1473-1543 นักธรรมชาติวิทยาและนักดาราศาสตร์)