foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
3294
9281
12575
250038
816522
16486405
Your IP: 35.170.75.58
2020-02-17 07:20

สถานะการเยี่ยมชม

มี 325 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

6eb872de46d36e33cf8856acb7381559กิจการดี กิจการชั่ว
     ต้นเหตุซึ่งทำให้กิจการของมนุษย์เรียกว่า ดีหรือชั่ว ดังที่ได้อธิบายมาแล้ว พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาเพื่อให้รู้จักพระองค์ รักพระองค์ และปรนนิบัติพระองค์ในโลกนี้ และไปอยู่อย่างมีความสุขกับพระองค์ในชีวิตอมตะ เป้าหมายของชีวิตมนุษย์นี้เป็นเป้าหมายสำหรับมนุษย์แต่ละคน และเป็นเป้าหมายสำหรับมนุษย์ด้วยหรือพูดอีกอย่างว่า มนุษย์ทีละบุคคลรวมทั้งมนุษย์ซึ่งเป็นสังคมต้องไปสู่เป้าหมายอันเดียวกัน กิจการใดที่ช่วยมนุษย์ (ทั้งส่วนรวมและส่วนตัว)ให้ไปสู่เป้าหมายนี้ เป็นกิจการที่ดี กิจการใดที่ทำให้เป้าหมายนี้เสียหรือเป็นต้นเหตุให้ไปสู่เป้าหมายนั้นยาก เป็นกิจการที่ไม่ดี
สิ่งที่ช่วยให้มนุษย์ไปสู่เป้าหมายของมนุษย์มีดังนี้
1. ความพยายามที่จะรู้ความจริง ความหมายของชีวิต พระเจ้าสูงสุด น้ำพระทัยของพระองค์
2. การเพิ่มความรักต่อพระเจ้า ความรักต่อเพื่อนมนุษย์เพราะเห็นแก่พระเจ้า
3. กิจการที่ช่วยสร้างความดีและความรักในตัวเองและในเพื่อนมนุษย์

ทั้ง 3 อย่างเหล่านี้ เราทราบว่าเป็นน้ำพระทัยเพราะน้ำพระทัยปรากฏมาจากการเรียนรู้ธรรมชาติของมนุษย์และจากพระวาจาที่พระเจ้าทรงไขแสดง
     สรุปความ
กิจการที่ดีเป็นกิจการตามน้ำพระทัย กิจการชั่วเป็นกิจการที่ต่อต้านหรือไม่ยอมรับน้ำพระทัย น้ำพระทัยนั้นได้อธิบายไว้แล้วข้างบน การเรียนศีลธรรมนั้นคือพยายามรู้น้ำพระทัยสำหรับมนุษย์(สำหรับมนุษย์ทุกคนและสำหรับเราแต่ละคน)
     น้ำพระทัยของพระนั้นบางครั้งปรากฏชัดจากธรรมชาติ เราห็นว่าธรรมชาติเป็นไปอย่างนั้น ธรรมชาติเป็นไปตามน้ำพระทัยเสมอ (สิ่งของธรรมชาติไม่มีเสรีภาพ มันเป็นไปตามที่พระเจ้ากำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น เราเห็นได้ชัดว่าลูกต้องได้รับความช่วยเหลือจากพ่อแม่เพื่อจะมีชีวิตอยู่ และเรารู้อย่างแน่นอนว่าถ้ามนุษย์คนหนึ่งเกิดมาแล้ว เป็นน้ำพระทัยที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ดังนั้นแม่รู้ว่าต้องดูแลลูก ถ้าไม่ดูแลปล่อยให้ลูกตายก็จะเป็นสิ่งที่ขัดน้ำพระทัย หรือไม่ทำสิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการให้ทำ) บางสิ่งบางอย่างเราอาจไม่สามารถเห็นได้ชัดจากธรรมชาติ แต่มีพระวาจากำหนดไว้ คือพระเจ้าทรงไขแสดงน้ำพระทัยของพระองค์ ในเมื่อมีพระวาจาของพระองค์อย่างแน่ชัด เราแน่ใจมากกว่าที่จะรู้จากธรรมชาติเองว่าพระคัมภีร์ตอนนั้นคือน้ำพระทัยแท้ อนึ่งเมื่อมีพระวาจาอย่างแน่ชัด คือ ข้อปฏิบัติข้อใดข้อหนึ่งเขียนไว้ในพระคัมภีร์แท้ (เพราะพระศาสนจักรคาทอลิกได้รับรองแล้ว) ดังนั้นปรากฏชัดว่านี่คือหลักของศีลธรรม กิจการที่ดีเป็นกิจการตามน้ำพระทัย กิจการชั่วเป็นกิจการที่ต่อต้านน้ำพระทัย
     หมายเหตุที่ 1
เราพูดถึงกิจการของมนุษย์ แปลว่า กิจการที่มนุษย์กระทำโดยรู้ตัวอย่างเต็มที่และมีเสรีภาพอย่างสมบูรณ์ สำหรับกิจการซึ่งบุคคลคนหนึ่งรู้ตัวและทำโดยเสรีภาพ เขาต้องรับผิดชอบทุกประการ หากว่ามีสาเหตุทำให้การรู้ตัวเองลดน้อยลง (เช่น โรคประสาท โรคจิต ขาดความรู้) หรือไม่ให้มีเสรีภาพอย่างสมบูรณ์ (เช่น ถูกบังคับ กลัวนิสัยไม่ดี ความเข้าใจผิดของสังคม) การรับผิดชอบในกิจการเหล่านี้อาจจะลดน้อยลงหรือไม่มีเลย ดังนั้นบุญและบาปจึงลดน้อยลงหรือไม่มีก็ได้
     หมายเหตุที่ 2
บางคนในการอธิบายศีลธรรม ตั้งหลักเกณฑ์เอาไว้ว่าเราต้องทำสิ่งที่สวยงามเพื่อจะให้ความเป็นอยู่ของเราสูงขึ้น ถ้าเราทำกิจการไม่เหมาะสมทำผิดหลักเกณฑ์ แบบนี้จะนำไปสู่ความผิดพลาดเพราะไม่มีวิธีรู้อย่างแน่นอนว่าอะไรเหมาะสม อะไรน่าเกลียด นี่เป็นหลักลอยๆที่ปราศจากความแน่ชัด การพูดว่าทำใจให้สะอาดอย่างผ่องแผ้ว ไม่มีความหมายที่แน่ชัด ดังนั้นต้องถือหลักที่ได้กล่าวมาข้างบนนี้ คือต้องพยายามรู้จักน้ำพระทัยและทำตามนั้น จะทำให้ตัวของเราเป็นที่ชอบพระทัยและใจของเราก็ผ่องแผ้วในสายพระเนตรด้วย “พระเจ้าต้องการให้มนุษย์แต่ละคนทำงานตามพระประสงค์ ให้ได้ผลตามที่พระองค์กำหนดไว้”

 

ที่มา: หนังสือความสว่างที่แท้จริง ซึ่งนำไปสู่ความรอด เล่ม 3