foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
2155
11669
53809
172544
330048
18406786
Your IP: 3.236.121.68
2020-07-15 04:43

สถานะการเยี่ยมชม

มี 229 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

ความรัก
114 17664    ความรักเป็นผลจากความเชื่ออันจริงใจซึ่งบังเกิดขึ้นในจิตใจของผู้เชื่อในเรื่องดังกล่าว เปาโลบอกไว้อย่างชัดเจนว่า “เรื่องสำคัญก็คือมีความเชื่อที่แสดงออกเป็นการกระทำอาศัยความรัก” (กาลาเทีย 5:6) และ “ความรักซึ่งเกิดจากความเชื่อแท้จริง” ( 1 ทิโมธี 1:5 ) อย่างนี้แหละคือความรัก แต่เราไม่สามรถหาถ้อยคำมาพูดอธิบายความรักให้สมบูรณ์แบบได้ ดังนั้นถ้ามีใครถามว่า “ความรักคืออะไร” คำตอบจึงควรจะเป็นอย่างนี้ว่า “จงมองดูพระเยซู จงมองดูชีวิตและความตายของพระเยซู สิ่งที่เราเห็นจากพระเยซู นั่นแหละคือความรัก” ความรักแท้จริง คือการมีใจเป็นหนึ่งเดียวกับพระทัยของพระเจ้าผู้ทรงรักโดยไม่มีขอบเขตจำกัด พระคัมภีร์บอกเราว่า “ถ้าพระเจ้าทรงรักเราเช่นนี้ เราก็ควรจะรักกันด้วย” (1ยอห์น 4:11) ความรักคือการแสดงออกด้วยความจริงใจ ด้วยการปฏิบัติ ไม่ใช่ด้วยคำพูดแต่อย่างเดียว คนที่มีความรักแท้จะยอมเสียสละตนเองเพื่อคนอื่นได้แต่โดยดี ความรักอย่างที่พระเยซูทรงสั่งสอนเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ แม้แต่กับคนที่เป็นศัตรู คนที่มีความรักแท้จะยอมเสียสละตนเองเพื่อคนอื่นได้แต่โดยดี คนที่มีความรักเช่นนี้แม้ถูกทรมานก็ยังคงรักผู้ที่ทรมานตน ไม่เกลียดชังเขาแต่สวดภาวนาและพยายามทุกวิถีทางให้ศัตรูได้เริ่มต้นชีวิตใหม่

มนุษย์ไม่สามารถบำรุงเลี้ยงความรักอย่างพระเยซูนี้ให้เติบโตด้วยตนเองได้ ต้องพึ่งและรับจากพระจิต โดยการทรงนำของพระจิตเราจึงเชื่อว่าพระเยซู “ทรงรักข้าพเจ้าและได้ทรงมอบพระองค์เพื่อข้าพเจ้า” (กาลาเทีย 2:20) และเพราะเราเชื่อว่า พระเยซูทรงรักทุกคนด้วยความรักเช่นนั้น เราจึงสามารถเข้าใจได้ว่ามนุษย์ทุกคนเป็นพี่น้องกับเราผู้ซึ่งพระเยซูทรงเสียสละชีวิตให้ (1 โครินทร์ 8:11)
เราเริ่มรู้จักรักนี้อย่างแท้จริงเมื่อ “พระจิตเจ้าซึ่งพระเจ้าประทานให้เรา ได้หลั่งความรักของพระเจ้าลงในดวงใจของเรา” (โรม 5:5) คนที่ยังไม่ได้รับการนำของพระจิตมักจะอิจฉา เกลียดชัง อยากแก้แค้นคนอื่นๆ หรือมักจะใช้คนอื่นเพื่อผลประโยชน์และความสุขของตนเอง ต่อเมื่อพระวิญญาณของพระเจ้าเข้าสู่จิตใจอย่างลึกซึ้งแล้วเท่านั้น มนุษย์จึงจะสามารถรักอย่างที่พระเยซูทรงรักได้ เปาโลแสดงความรักเช่นนี้ไว้อย่างงดงามกว่าใคร ว่า “ความรักย่อมอดทน มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตนเอง ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ความรักไม่ฉุนเฉียวไม่จดจำความผิดที่ได้รับ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง ความรักให้อภัยทุกอย่าง เชื่อทุกอย่าง หวังทุกอย่าง อดทนทุกอย่างความรักไม่มีสิ้นสุด” (1โครินท์ 13:4-8)
    “ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน” (กาลาเทีย 5:222-23) เพราะฉะนั้นถ้าเรามีความรักแท้จริงเราจะสามารถรักษาพระบัญญัติทุกข้อของพระเจ้าได้ด้วยความยินดี เปาโลบอกว่า “พระบัญญัติกล่าวว่า อย่าผิดประเวณี อย่าฆ่าคน อย่าลักขโมย อย่าโลภ พระบัญญัติอื่นๆ ทั้งหมดก็รวมอยู่ในพระบัญญัติข้อนี้ ที่ว่า “ท่านจงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง” (โรม 13:9) พระบัญญัติสิบประการ แสดงถึงความรักและแนวทางการปฏิบัติด้วยความรักซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ใดยิ่งใหญ่เท่า และความรักนั้นไม่บังคับหรือฝืนใจมนุษย์เลย ความรักทำให้มนุษย์ยอมเป็นผู้รับใช้ที่รับใช้ด้วยความรัก และนี่แหละคือมนุษย์ที่มีอิสรภาพอย่างแท้จริง ความรักทำให้เกิดทุกข์ แต่มีความปิติยินดีด้วย และไม่มีความยินดีใดยิ่งใหญ่ไปกว่าความยินดีที่เกิดจากความรัก
    ความรักทำให้มนุษย์ไม่ยอมแพ้ ไม่มีพลังใดยิ่งใหญ่กว่าความรัก สิ่งที่เราแสวงหาคือความรัก เพราะมีแต่ความรักเท่านั้นที่ดำรงอยู่นิรันดร

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk