foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2019

IMG resize 2019

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
13307
17784
31091
314845
436281
14625634
Your IP: 35.172.195.49
2019-11-18 23:52

สถานะการเยี่ยมชม

มี 195 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

พระเยซูมีพี่น้องชายหญิงหรือไม่? CCC 500-501
    คาทอลิกมีความเชื่อมานานว่าพระเยซูไม่มีพี่น้องชายหญิงร่วมบิดาหรือมารดา  และพระนางมารีย์เป็นพรหมจารีเสมอ  ความเชื่อเหล่านี้มีพื้นฐานจากทั้งหลักฐานในพระคัมภีร์และความเชื่อที่สืบต่อกันมาของพระศาสนจักร  พระวรสารกล่าวว่าพระนางมารีย์เป็นพรหมจารี และพระเยซูทรงบังเกิดในครรภ์ได้ด้วยพลังของพระจิต(มธ 1:20 และ ลก1:34)  ความเชื่อของพระศาสนจักรสอนเรื่องความเป็นพรหมจารีตลอดกาลของพระนางมารีย์เสมอ  ข้อความในพระวรสารที่อ้างถึงพี่ชายหรือน้องชายของพระเยซูใช้คำภาษากรีกที่ยังหมายถึงลูกพี่ลูกน้องหรือแม้แต่ญาติห่างๆในวัยเดียวกันด้วย

ชื่อเรียกต่างๆที่พระเยซูได้รับ เปิดเผยเรื่องของพระองค์อย่างไร? CCC 430-455
•    พระคริสต์(Christ)  พระคริสต์เป็นหนึ่งในชื่อเรียกทั้งหลายที่สำคัญที่สุด ซึ่งพระเยซูได้รับ  มันเป็นคำในภาษากรีก มีความหมายเดียวกันกับคำเรียกในภาษาฮีบรูคือ เมสสิยาห์(Messiah) หมายถึง “บุคคลที่พระยาห์เวห์ทรงเจิม”
•    ผู้รับใช้ที่ทุกข์ทรมาน(Suffering Servant)  พระเยซูทรงแบกภาระของประชากรและไถ่พวกเขา โดยอาศัยความทุกข์ทรมานและความตายของพระองค์
•    พระบุตรของพระเจ้า(Son of God)  พระเยซูทรงเปิดเผยพระองค์เองว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า โดยทางการงานและถ้อยคำของพระองค์
•    องค์พระผู้เป็นเจ้า(Lord)  ในฉบับแปลพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมภาษากรีก คำว่า Kyrios ซึ่งหมายถึง “Lord”) , องค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นรูปแบบทั่วไปที่บ่งบอกถึงเทวภาพ(divinity) แห่งพระเจ้าของชาวอิสราเอล
•    บุตรแห่งมนุษย์(Son of Man)  พระเยซูทรงใช้ชื่อเรียกนี้สำหรับพระองค์เองมากกว่าชื่อเรียกอื่น  มันหมายถึงพระเยซูเป็นเหมือนมนุษย์คนหนึ่ง  และพรรณนาบทบาทของพระองค์ในฐานะผู้พิพากษาและผู้ไถ่กู้ ซึ่งจะเป็นผู้สถาปนาแผ่นดินของพระเจ้า
•    พระวจนาตถ์ของพระเจ้า(The Word of God)  ถ้อยคำของมนุษย์เปิดเผยความคิดของเรา และแสดงออกถึงสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ในความคิด  ในทำนองเดียวกันพระวจนาตถ์ของพระเจ้า(พระเยซู)ทรงเปิดเผยพระเจ้า พระบิดาอย่างสมบูรณ์  คำสอนเกี่ยวกับการบังเกิดเป็นมนุษย์(the Incarnation) เชื่อว่าพระวจนาตถ์กลับกลายมาเป็นเนื้อหนังภายในพระเยซู  การรวมเป็นหนึ่งเดียวของธรรมชาติพระเจ้าและธรรมชาติมนุษย์ของพระเยซูเป็นพระธรรมล้ำลึก ดังข้อความที่กล่าวในหนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกว่า ความเชื่อในการบังเกิดเป็นมนุษย์อย่างแท้จริงของพระบุตรของพระเจ้า เป็นเครื่องหมายชัดเจนแห่งความเชื่อคริสตชน” (CCC 463)

ความเชื่อของอัครสาวกถูกเก็บรักษาอย่างไร? CCC 688
    ลักษณะที่สำคัญในศตวรรษแรกๆของพระศาสนจักรก็คือ การเพิ่มขึ้นของจำนวนสมาชิก, ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับพระเยซู และความเข้าใจที่ยิ่งใหญ่กว่าของความหมายแห่งพระธรรมล้ำลึกปัสกา  ปิตาจารย์ทั้งหลายของพระศาสนจักรซึ่งเป็นบรรดาผู้อภิบาล, นักคิด, และนักเขียนที่สำคัญในศตวรรษแรกๆ ของศาสนาคริสต์ได้รักษาความเชื่อในพระเยซูขณะที่พวกท่านอธิบายข่าวสารของพระองค์แก่ผู้คนในยุคของท่าน

อะไรคือคำสอนนอกรีต? CCC 465-467
    คำสอนนอกรีตคือ ความเชื่อที่ผิดหรือขัดแย้งกับคำสอนของพระศาสนจักร  ในช่วงห้าศตวรรษแรกหรือราวๆนั้นของศาสนาคริสต์  คำสอนนอกรีตเหล่านี้โดยทั่วไปรวมกันได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆคือ กลุ่มที่ปฏิเสธความเป็นมนุษย์ของพระเยซูและกลุ่มที่ปฏิเสธเทวภาพของพระองค์

ในยุคแรกของพระศาสนจักรมีการต่อสู้กับคำสอนนอกรีตอย่างไร? CCC 90, 884, 891
    บรรดาพระสังฆราชถูกเรียกให้เข้าประชุมสภาสังคายนาสากลหลายครั้ง เพื่ออธิบายพระธรรมชาติของพระเยซูคริสต์ด้วยความรอบคอบ  คำสอนของสภาสังคายนาเหล่านี้ระบุคำสอนชั้นเยี่ยมของคาทอลิกและคริสตชนนิกายอื่นๆเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแท้และมนุษย์แท้

สภาสังคายนาเหล่านี้สอนอะไร CCC 464-483
สภาสังคายนาสากลในยุคแรกๆ เหล่านี้สอนว่า:
•    พระเยซูเป็นพระเจ้าแท้ ไม่มีเวลาใดเลยที่พระองค์ไม่ใช่พระเจ้า
•    มีบุคคลเพียงหนึ่งเดียวในพระคริสต์, บุคคลที่เป็นพระเจ้า, พระวจนาตถ์ของพระเจ้า, บุคคลที่สองแห่งพระตรีเอกภาพ  ดังนั้นทุกสิ่งในธรรมชาติมนุษย์ของพระคริสต์จึงน่าจะมาจากบุคคลที่เป็นพระเจ้าของพระองค์  ตัวอย่างเช่น ความอัศจรรย์ของพระองค์ และแม้ความทุกข์ทรมานและความตายของพระองค์
•    พระนางมารีย์เป็นพระมารดาของพระเจ้าอย่างแท้จริง เพราะได้ตั้งครรภ์พระบุตรของพระเจ้า
•    พระเยซูมีธรรมชาติพระเจ้าและธรรมชาติมนุษย์  พระองค์มีเทวภาพอย่างสมบูรณ์และมีความเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์
•    พระเยซูมีความฉลาดแบบมนุษย์และความปรารถนาแบบมนุษย์  และทั้งสองสิ่งนี้ถูกทำให้เหมาะสมและเชื่อฟังความฉลาดและความปรารถนาแบบพระเจ้าของพระองค์ ซึ่งพระองค์มีร่วมกับพระบิดาและพระจิต
•    พระเยซูเป็นสิ่งมีชีวิต, ร่างกายและวิญญาณ แบบมนุษย์อย่างแท้จริง ดังนั้น พระองค์ทรงทำให้วิถีทางศักดิ์สิทธิ์แบบพระเจ้าเป็นรูปร่างขึ้นมาด้วยวิถีทางแบบมนุษย์
•    มีการรวมกันอย่างสมบูรณ์ของธรรมชาติมนุษย์และธรรมชาติพระเจ้าในบุคคลหนึ่งคือพระเยซู  ดังนั้นพระเจ้าทรงมีส่วนร่วมในชีวิตของเรา กับเรา อาศัยพระเยซู
•    พระเยซู, มนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้าง, เป็นพระผู้ไถ่ของเรา  โดยการรวมตัวเราเองกับการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนชีพของพระองค์อาศัยความเชื่อ เราจะได้ร่วมในชีวิตนิรันดรซึ่งพระองค์ทรงพิชิตได้แล้วเพื่อเรา
•    พระเยซูจะเสด็จมาในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ในวาระสิ้นยุคเพื่อพิพากษาผู้มีชีวิตและผู้ตาย