^Back To Top

  • 1 1
    .
  • 2 2
    .
  • 3 3
    .
  • 4 4
    .
  • 5 5
    .

kamsonbkk.com

พระธรรมล้ำลึกแห่งการสร้างของพระเป็นเจ้า

พระธรรมล้ำลึกแห่งการสร้างของพระเป็นเจ้า
    ความมหัศจรรย์ของผีเสื้อราชินีเป็นเพียงหนึ่งในล้านของสิ่งมหัศจรรย์ที่ทำให้เราต้องหวนคิดถึงพระผู้สร้าง และผลงานการสร้างของพระองค์  พระคัมภีร์ไบเบิลเริ่มเรื่องการสร้างด้วยถ้อยคำที่แสดงความยิ่งใหญ่ได้อย่างน่าประทับใจว่า  “เมื่อแรกเริ่มนั้น พระเป็นเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน” (ปฐก 1: 1) การสร้างของพระเป็นเจ้านั้นเป็นการเริ่มต้นแผนการช่วยให้รอดพ้นของพระองค์ นั่นคือเป็นจุดเริ่มต้นแท้จริงของประวัติศาสตร์แห่งการช่วยให้รอดพ้นที่บรรลุผลสำเร็จในองค์พระคริสตเจ้า  นักบุญยอห์นสอนว่า การช่วยให้รอดพ้นของพระคริสตเจ้านั้นเป็นการเริ่มต้นการสร้างใหม่ และท่านใช้ถ้อยคำแรกในพระวรสารของท่านเช่นเดียวกับในหนังสือปฐมกาล ว่า “เมื่อแรกเริ่มนั้น...” (ยน 1:1)

    คำถามที่เร้าความต้องการอยากรู้ของมนุษย์เราซึ่งทำให้เรานำมำถามกันได้ในหลายๆโอกาส ก็คือ ฉันมาจากไหน?  ฉันกำลังจะไปที่ไหน?  โลกนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?  วิทยาศาสตร์ธรรมชาติได้พยายามค้นคว้าอย่างกว้างขวางเพื่อจะรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของมนุษย์, พัฒนาการของโลกและของจักรวาลเอง  พระสันตะปาปายอห์น ปอลที่สองได้ตรัสไว้ว่า พระศาสนจักรยอมรับคุณค่าของทฤษฎีวิวัฒนาการบางทฤษฎี  ขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงยืนยันความเชื่อของเราที่ว่าพระเป็นเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้างโลกมนุษย์ และกระบวนการพัฒนาโลกนี้  ทั้งยังทรงเป็นพระผู้สร้างวิญญาณมนุษย์  เราขอแนะนำให้คุณอ่านและศึกษาหนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก( ข้อ 283-285) ที่ประกอบด้วยการวิเคราะห์ถึงความแตกต่างระหว่างวิธีการทั้งหลายทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ, ทางปรัชญาและทางศาสนาในการจัดการปัญหาที่เกี่ยวกับต้นกำเนิดและความหมายของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 
    ข้อความที่สำคัญที่สุดในพระคัมภีร์ซึ่งเกี่ยวกับการสร้างของพระเป็นเจ้านั้น มีอยู่ในสามบทแรกของหนังสือปฐมกาล  และในบทเหล่านี้ เราพบใจความสำคัญมากๆเรื่องการสร้างที่เราควรให้ความสนใจคือ “ต้นกำเนิดและจุดหมายปลายทางของสิ่งสร้างในพระเป็นเจ้า, แบบแผนและความดีของสิ่งสร้าง, กระแสเรียกของมนุษย์ และสุดท้ายคือ โศกนาฏกรรมแห่งบาป และความหวังที่จะได้รับความรอดพ้น” (CCC 289)  เราควรอ่านถ้อยคำเหล่านี้โดยอาศัยความเข้าใจพระคัมภีร์ทั้งเล่มและความเข้าใจคริสตธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างเจริญยิ่งขึ้นของพระศาสนจักร
    ในบทต่อไป เราจะพิจารณาเรื่อง การสร้างมนุษย์ตามพระฉายาลักษณ์ของพระเป็นเจ้า และการกระทำบาปอันทำให้มนุษย์ต้องเหินห่างจากพระเป็นเจ้า  แต่ตอนนี้เราควรจะสรุปความคำสอนเรื่องการสร้างของพระเป็นเจ้าเป็น 5 ข้อ ดังนี้
1. ความรักและพระปรีชาญาณเป็นเหตุให้พระเป็นเจ้าใช้ความสามารถในการสร้างสรรค์ของพระองค์   เราขอตอบผู้ที่มักจะกล่าวว่าโลกนั้นเป็นเพียงผลผลิตจากความบังเอิญ หรือจากชะตากรรมอันบอดสนิท ด้วยความเชื่อของเราซึ่งบอกให้รู้ว่าพระเป็นเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ขึ้นมา เพราะพระองค์ทรงรักเรา   การสร้างไม่ได้เป็นการกระทำโดยปราศจากการคิดอย่างจริงจัง  แต่เป็นผลผลิตของพระผู้สร้างผู้ทรงรอบรู้   มีใครบ้างที่สังเกตเห็นความงดงามของผีเสื้อราชินี และความซับซ้อนของการกำเนิดพร้อมกับพฤติกรรมของมัน แล้วจะไม่เปล่งเสียงร้องออกมาเป็นบทเพลง?  “ข้าแต่พระเป็นเจ้า พระราชกิจของพระองค์ช่างมีมากเหลือล้น  พระองค์ทรงกระทำทุกอย่างด้วยพระปรีชาญาณ ทรงสร้างสรรพสิ่งเต็มแผ่นดิน” (สดด 104:24)   แม้เราจะถือว่าการสร้างเป็นงานของพระบิดา เราก็ยังยืนยันว่า ความเชื่อเรื่องพระบิดา, พระบุตรและพระจิตทรงงานร่วมกันเป็นความคิดพื้นฐานของการสร้าง
2. พระเป็นเจ้าได้ทรงสร้างโลกจากความว่างเปล่า และตรัสว่า “สิ่งสร้างนั้นดี”  ถ้าคุณต้องการทำพุดดิ้งขนมปัง  คุณต้องใช้วัสดุที่มีอยู่หลายอย่าง คือ ไข่, ครีม, น้ำตาล, ขนมปัง, อบเชย, ผงมะนาว และเปลือกส้ม  พระเป็นเจ้ามิได้มีวัสดุใดๆเลย พระองค์ทรงสร้างจากความว่างเปล่า  ในปัจจุบันคำสอนนี้ก็ยังใช้ได้กับการประทานชีวิตฝ่ายจิตโดยพระจิตให้กับบรรดาคนบาป ด้วยการสร้างหัวใจที่บริสุทธิ์ในพวกเขา  ความสามารถในการสร้างสรรค์ของพระจิตจะปรากฏเมื่อมีการประทานชีวิตฝ่ายกายให้ในการกลับเป็นขึ้นมาจากความตาย  เราเห็นความสามารถนี้ของพระจิตอยู่ทุกวันเมื่อพระจิตทรงสร้างแสงสว่างแห่งความเชื่อขึ้นในบุคคลที่ยังไม่รู้จักพระเป็นเจ้า  ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากการสร้างเกิดขึ้นจากความดีของพระเป็นเจ้า  การสร้างก็มีส่วนร่วมในความดีของพระองค์ด้วย  เราจึงได้ยินบ่อยๆในหนังสือปฐมกาลว่า “แล้วพระเป็นเจ้าทรงเห็นว่าดี” (RSV ปฐก 1:4)
3.แผนการศักดิ์สิทธิ์ของพระเป็นเจ้าครอบคลุมถึงพระญาณที่อาทรของพระองค์ การสร้างของพระเป็นเจ้านั้นไม่ได้เกิดขึ้นในลักษณะที่ดีเลิศ  แต่อยู่ในกระบวนการที่มุ่งไปสู่การบรรลุผลสำเร็จแท้จริงของการสร้าง  พระเป็นเจ้ายังทรงประทับอยู่กับสิ่งสร้าง และร่วมเดินทางเผชิญกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งสร้าง  พระเป็นเจ้าทรงเอาพระทัยใส่ดูแลทั้งโลก  และทุกสิ่งรวมถึงทุกคนในโลก  พระเป็นเจ้าทรงประทับอยู่ภายในกระบวนการนั้น   พระญาณที่อาทรของพระเป็นเจ้าเป็นชื่อที่เราใช้เรียกการจัดการต่างๆของพระเป็นเจ้า เพื่อทรงนำทางสิ่งสร้างของพระองค์ไปสู่จุดหมายที่กำหนดไว้ให้แล้ว   พระเยซูเจ้าได้ทรงสอนความจริงข้อนี้ในบทเทศน์ของพระองค์เกี่ยวกับดอกไม้ในทุ่งนาที่มีความงดงาม เพราะพระเป็นเจ้าทรงเอาพระทัยใส่ (เทียบ มธ 6: 29-30)   ถ้าพระเป็นเจ้ายังทรงเอาพระทัยใส่ดอกไม้ในทุ่งนาซึ่งมีชีวิตอยู่วันนี้ และพรุ่งนี้ก็จะเหี่ยวแห้งไป  แล้วพระองค์จะไม่ทรงเอาพระทัยใส่เราผู้ซึ่งพระองค์ทรงเรียกให้มามีชีวิตศักดิ์สิทธิ์มากกว่านั้นหรือ?  เราสามารถมีส่วนในงานของพระเป็นเจ้าอันเกี่ยวกับการดูแลสิ่งสร้างของพระองค์ได้ ด้วยการเอาตัวเราเข้าไปร่วมกับงานนี้ โดยอาศัยการกระทำ, การสวดภาวนาและพละกำลังของเรา พร้อมกับการขอพระหรรษทานเพื่อจะกระทำสิ่งเหล่านี้ด้วย
4. พระญาณที่อาทรของพระเป็นเจ้ากับปัญหาเรื่องความชั่วร้าย   ทำไมจึงมีความชั่วร้ายในเมื่อพระเป็นเจ้าได้ทรงสร้างโลกที่ดีและมีระเบียบ พร้อมทั้งยังทรงเอาพระทัยใส่ดูแลเพื่อเรา?  ไม่มีคำตอบที่ง่ายและสันกะทัดรัดสำหรับคำตอบนี้  ชีวิตที่ประกอบด้วยความเชื่อของเราให้คำตอบส่วนหนึ่งแก่ปัญหาเรื่องความชั่วร้าย  ในความมีอิสระของมนุษย์พวกเขาได้กระทำบาป และเป็นเหตุให้เกิดความชั่วร้าย ซึ่งบางครั้งก็เป็นความชั่วร้ายอย่างมหันต์  พระเป็นเจ้าไม่เคยทรงกระทำให้เกิดความชั่วร้ายทางศีลธรรม แต่ทรงอนุญาตให้เกิดขึ้น  พระเป็นเจ้าทรงสามารถนำเอาความดีออกมาจากความชั่วร้าย  เรื่องราวของโยเซฟในหนังสือปฐมกาลเป็นบทเรียนสอนเรื่องนี้แก่เรา (ปฐก 45:8; 50:20)   สังเกตดูส่วนประกอบสำคัญ 8 ประการของชีวิตความเชื่อซึ่งถูกระบุไว้ในหนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 309  จงหวนคิดถึงส่วนประกอบสำคัญเหล่านี้เสมอเมื่อไตร่ตรองปัญหาเรื่องความชั่วร้าย  ความเชื่อเรียกร้องเราให้เชื่อมั่นว่าพระเป็นเจ้าทรงเป็นเจ้านายโลกและประวัติศาสตร์ของโลก   แม้เราจะมีความเชื่อ เรายังต้องสำนึกว่าความรู้ของเราบนแผ่นดินนี้เป็นเพียงบางส่วนเสมอ  ยกเว้นเมื่อได้พบกับพระเป็นเจ้าแบบอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์เท่านั้นที่เราจะเข้าใจอย่างที่สุดถึงวิถีทางแห่งพระญาณที่อาทร ซึ่งจัดการให้สิ่งสร้างไปสู่การพักผ่อนแห่งวันสับบาโตสิ่งนั้น
5. พระเป็นเจ้าได้ทรงสร้างทูตสวรรค์ ความจริงแห่งความเชื่อประการหนึ่งคือพระเป็นเจ้าทรงสร้างทูตสวรรค์ ทูตสวรรค์เป็นจิตมีหน้าที่รับใช้และเป็นผู้ส่งสารของพระเป็นเจ้า เรื่องราวที่เกี่ยวกับการกระทำของทูตสวรรค์นั้นเป็นสิ่งที่เราสามารถพบได้ตลอดในพระคัมภีร์ไบเบิล  ตั้งแต่หนังสือปฐมกาลจนถึงหนังสือวิวรณ์  ทูตสวรรค์องค์หนึ่งแจ้งสารเรื่องการเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระเป็นเจ้าแก่พระนางมารีย์  บรรดาทูตสวรรค์มาให้กำลังใจพระเยซูเจ้าหลังจากทรงถูกทดลองในถิ่นทุรกันดาร และหลังจากทรงทนทุกข์ทรมานอยู่ในสวน  ทูตสวรรค์ทั้งหลายร้องเพลงในยามที่พระคริสตเจ้าทรงบังเกิด  และแจ้งเรื่องการกลับคืนพระชนมชีพแก่บรรดาสตรีที่มายังหลุมฝังศพในเช้าวันปัสกาเป็นพวกแรก   ในทุกพิธีบูชาขอบพระคุณ เราขอให้บรรดาทูตสวรรค์ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระตรีเอกภาพ  พิธีกรรมของเราก็สรรเสริญการดำรงอยู่ของท่านอารักขเทวดาและการคุ้มครองที่เราแต่ละคนได้รับจากท่านอารักขเทวดาประจำตัว   หนังสือเล่มสุดท้ายในพระคัมภีร์กล่าวว่า  บรรดาทูตสวรรค์จะประกาศการเสด็จกลับมาของพระคริสตเจ้าและรับใช้ในการพิพากษาตัดสินของพระองค์

การไตร่ตรองจากหนังสือคำสอน
1. พระเป็นเจ้าทรงให้การสร้างของพระองค์เป็นพยานถึงสิ่งใด?
“ในการสร้างโลก และมนุษย์ พระเป็นเจ้าได้ประทานหลักฐานแรกที่สากลเพื่อแสดงถึงความรักอันทรงสรรพานุภาพของพระองค์ ตลอดจนพระปรีชาญาณของพระองค์  เป็นการประกาศครั้งแรกถึง “แผนการอันเอื้ออารี” ของพระองค์ ซึ่งมีจุดหมายอยู่ที่การสร้างครั้งใหม่ในพระคริสตเจ้า” (CCC 315)  พระเป็นเจ้าผู้เดียวได้ทรงสร้างจักรวาลอย่างอิสระ, โดยตรง และโดยปราศจากความช่วยเหลือแต่อย่างใด” (CCC 317)
2. อะไรคือสิ่งที่เชื่อมต่อระหว่างการสร้างกับพระสิริมงคลของพระเป็นเจ้า?
“พระเป็นเจ้าได้ทรงสร้างโลกเพื่อแสดงพระสิริ  และให้ความรู้เกี่ยวกับพระสิริของพระองค์  การที่สรรพสิ่งที่มีชีวิตของพระองค์จะได้มีส่วนในความจริง ความดี และความงามของพระองค์นี้ จึงเป็นสิริมงคลซึ่งพระเป็นเจ้าทรงประสงค์จะมอบให้แก่สิ่งมีชีวิตที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา” (CCC 319)  รวมถึงทูตสวรรค์ทั้งหลายในฐานะ “สิ่งมีชีวิตที่เป็นจิต ผู้ซึ่งสรรเสริญสดุดีพระเป็นเจ้าอยู่ตลอดเวลา และเป็นผู้รับใช้แผนการช่วยให้รอดของพระเป็นเจ้าเพื่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ...” (CCC 350)
3. “พระญาณที่อาทร” ของพระเป็นเจ้าหมายถึงอะไร?
“พระเป็นเจ้าได้ทรงสร้างจักรวาล และธำรงรักษาจักรวาลให้ดำรงอยู่ โดยอาศัยพระวจนาตถ์ ซึ่งเป็นพระบุตร “ผู้ทรงค้ำจุนจักรวาลไว้ด้วยพระวาจาอันทรงอานุภาพของพระองค์” (ฮบ 1:3) และโดยอาศัยพระจิตนักสร้างสรรค์ผู้ประทานชีวิต” (CCC 320)

ค้นหา

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
7897
7985
50649
40680
420929
17944874
Your IP: 34.204.193.85
2020-06-04 23:49

สถานะการเยี่ยมชม

มี 48 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk