foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2019

IMG resize 2019

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

  • bkk

  • haab

  • becthailand

  • santikham

  • pope report-francis

  • bannerpope

  • cc_link2011

  • 0002

  • thaicatholicbible

  • mass

  • bnbec

  • facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
7409
12818
31734
203978
436281
14514767
Your IP: 35.172.150.239
2019-11-12 16:05

สถานะการเยี่ยมชม

มี 143 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์


ชาวอิสราเอลสามารถยึดครองคานาอันได้ประมาณปี  1250  ถึง 1200  ก่อน ค.ศ.  จากนั้นก็แบ่งเป็นเหล่า เป็นตระกูล โดยไม่มีอำนาจรวมศูนย์ แต่ก็มีผู้นำซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นผู้สืบทอดอำนาจอันชอบธรรมจากโมเสสและจากพระเจ้า  ชาวอิสราเอล เรียกผู้นำนี้ว่า  “ผู้วินิจฉัย”  (Judge)  องค์สุดท้ายก่อนที่จะเปลี่ยนไปสู่ระบบราชาธิปไตย  คือ ซามูแอล ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงมอบหมายให้เป็นผู้แต่งตั้งกษัตริย์องค์แรกคือ  ซาอูล  คัมภีร์ไบเบิลเล่าว่าเป็นความต้องการของชาวอิสราเอลเองที่อยากมีกษัตริย์  เพราะเห็นว่าชนชาติอื่นๆ ต่างก็มีกัน

วิธีการแต่งตั้งบุคคลสำคัญในสมัยนั้นก็คือการชโลมหรือเจิมด้วยน้ำมันที่ศีรษะ ซึ่งถือปฏิบัติกันในพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนาด้วย   ซาอูลก็ได้รับพิธีแต่งตั้งดังกล่าว  ซึ่งประมาณว่าอยู่ในปลายศตวรรษที่  11  ก่อน ค.ศ.   กษัตริย์ซาอูลอยู่ได้ไม่นาน  กษัตริย์ดาวิดก็ได้ขึ้นครองราชย์  นับเป็นรัชสมัยที่รุ่งเรืองและได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดในคัมภีร์ไบเบิล

กษัตริย์ดาวิดสามารถรวมแคว้นต่าง ๆ ของอิสราเอลเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะสองแคว้นใหญ่ที่แย่งชิงอำนาจกันอยู่เสมอ  คือ  อิสราเอลกับยูดา  กลายเป็นอาณาจักรหนึ่งเดียว  ซึ่งจะมีความสำคัญในแง่ความเชื่อเรื่องอาณาจักรพระเจ้าและพระเยซูผู้ทรงเป็นจอมราชันย์  เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากดาวิดและจะเป็นผู้สถาปนาอาณาจักรใหม่

กษัตริย์ดาวิดอาจจะไม่ใช่กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิสราเอล  แต่การที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดและเป็นที่ยอมรับว่าเป็นกษัตริย์องค์สำคัญที่สุดก็เพราะเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับพระ-เจ้า การปกครองอาณาจักรที่ยังไม่มีเอกภาพและมีข้าศึกรอบด้านเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง แต่ “ดาวิดทำอะไรก็สำเร็จทุกประการ เพราะพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเขา” (1ซมอ 18:14) พระเจ้าทรงสถาปนาพันธสัญญากับดาวิด  พันธสัญญาที่ยิ่งใหญ่และจะคงอยู่นิรันดร (2ซมอ  23:1-5)  “ราชวงศ์ของเจ้าและอาณาจักรของเจ้าจะดำรงอยู่ต่อหน้าเจ้าอย่างมั่นคงเป็นนิตย์ และบัลลังก์ของเจ้าจะถูกสถาปนาไว้เป็นนิตย์” (2ซมอ 8:16)

ซาโลมอน โอรสองค์หนึ่งของดาวิดได้ครองราชย์สืบต่อมา  และมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งความรอดแม้จะไม่เท่าบิดา   กษัตริย์ซาโลมอนทรงสร้างพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อเก็บหีบธรรมบัญญัติ  ซึ่งได้รับสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษคือโมเสส  ก่อนนี้หีบดังกล่าวเก็บรักษาไว้ในเต็นท์ ซึ่งถือว่าเป็นที่ที่พระเจ้าทรงสถิตอยู่  วิหารนี้คงถูกทำลายไปพร้อมกับกรุงเยรูซาเล็มในปี  587  โดยชาวบาบิโลเนีย  ซึ่งหมายถึงประมาณสี่ร้อยปีหลังจากรัชสมัยของซาโลมอน นับเป็นการสิ้นสุดของการปกครองในระบบราชาธิปไตย สิ้นสุดของอาณาจักรซึ่งเคยยิ่งใหญ่ ชาวอิสราเอลถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยบ้าง  หนีกระจัดกระจายไปยังถิ่นที่อื่นๆ บ้าง  อิสราเอลและยูดากลายเป็นเมืองขึ้นของบาบิโลน

วิหารที่กรุงเยรูซาเล็มนับเป็นสถานนมัสการที่สำคัญยิ่งในชีวิตของชาวอิสราเอลระหว่างที่ถูกจับเป็นเชลย พวกเขาต่างก็โหยหาวิหารอันศักดิ์สิทธิ์  ในปี 538 กษัตริย์ไซรัสได้คืนสิ่งของที่ได้ยึดไปจากพระวิหาร และอนุญาตให้สร้างวิหารขึ้นมาใหม่ ชาวอิสราเอลจึงรวมกันมาตั้งรกรากอยู่รอบๆ  กรุงเยรูซาเล็ม ทำให้พระวิหารซึ่งได้รับการอภิเษกในปี  515  เป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางศาสนาทั้งหมดของชาวอิสราเอล ต่อมาในปี 445  เนมิยาห์  ข้าหลวงของกษัตริย์แห่งบาบิโลเนียได้สร้างกำแพงรอบกรุงเยรูซาเล็ม  จากนั้นได้ร่วมมือกับเอสราซึ่งเป็นผู้นำชาวอิสราเอล  ทำการปฏิรูปศาสนาและสังคม  ซึ่งเป็นพื้นฐานของศาสนายูดายสืบมา