foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2019

IMG resize 2019

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
4796
18258
88730
372484
436281
14683273
Your IP: 35.172.195.49
2019-11-22 09:38

สถานะการเยี่ยมชม

มี 165 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

ความเชื่อ และสิ่งที่ต้องเชื่อ
    ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในคำนำว่า ในภาคพระสัจธรรมนี้เป็นการกล่าวถึงข้อความเชื่อต่างๆ ที่เราทุกคนที่เป็นคาทอลิกต้องมี...ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องกล่าวถึง ก็คือ “ความเชื่อ” คืออะไร?
    ความเชื่อ คือ การยอมรับว่า ผู้นั้น สิ่งนั้น เหตุการณ์นั้น เรื่องนั้น มีอยู่จริง เป็นจริง และไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ด้วยเหตุด้วยผล หรือ ตามหลักวิทยาศาสตร์เมื่อเป็นเช่นนี้ อะไรก็ตามที่เราสามารถพิสูจน์ได้ด้วยเหตุผลหรือด้วยวิทยาศาสตร์ ก็ไม่ต้องอาศัยความเชื่อ เพราะมันเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้แล้ว เช่น เราทราบว่า บนดวงจันทร์ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เลย ดังนั้น ความเชื่อที่บอกว่ามีกระต่ายบนดวงจันทร์จึงไม่ถูกต้อง เพราะพิสูจน์แล้วด้วยการส่งมนุษย์อวกาศไปสำรวจดวงจันทร์ และพบว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตจริงๆ
    “ความเชื่อ” เป็นพระพรที่พระประทานให้มนุษย์    ให้มนุษย์ยอมรับในพระเป็นเจ้า...และพระวาจาของพระองค์ที่ทรงมอบแก่มนุษย์อันได้แก่พระคัมภีร์ต่างๆ นั่นเอง
    เมื่อเป็นพระพรที่พระประทานให้ จึงขึ้นอยู่กับพระองค์ที่จะทรงมอบหรือประทานให้ผู้ใดให้ใคร หรือจะมีให้ใครก็ได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของพระองค์ล้วนๆ ดังนั้น หลายครั้ง เราจึงพบว่า หลายคนเรียนรู้พระธรรมคำสอนคาทอลิกได้ทะลุปรุโปร่ง สามารถตอบคำถามได้ทุกคำถาม แต่เขาไม่ได้เป็นคาทอลิก เพราะเขาไม่ได้รับความเชื่อ คำสอนที่เขาได้รับ จึงเป็นเพียงแค่ “ความรู้” เท่านั้น    มันหาเป็น “ชีวิต” หรือ  “ความรัก” ไม่...แต่ตรงข้ามเราเห็นอีกบางคนอ่านหนังสือไม่ออก คำสอนไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ถามอะไรก็ตอบไม่ค่อยได้ แต่กลับศรัทธาเป็นคาทอลิกที่ดีเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยม เพราะเขามีความเชื่อ ซึ่งเป็นพระพรที่ได้รับมาจากพระเป็นเจ้า..ถ้าจะถามว่าทำไมเป็นอย่างนี้ ก็ต้องตอบว่า “เป็นน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า” เพราะพระองค์ทรงมีแผนการสำหรับทุกคน...
    “ความเชื่อเป็นชีวิต” ...เราเคยได้ยินคำพูดนี้อยู่บ่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่ามีความหมายตรงกับ “ความเชื่อ”     ในมิติของศาสนาคริสต์ กล่าวคือ เมื่อเป็นชีวิต ย่อมหมายถึงการ “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” ดังสิ่งมีชีวิตทั้งหลายด้วย...ผิดกันตรงที่ความเชื่อนั้นเป็นนามธรรม ไม่มีรูปร่างหรือร่างกายที่สามารถจับต้องได้ พูดง่ายๆ ก็คือ ไม่ใช่ รูปธรรม ที่เป็นวัตถุ
    ความเชื่อ ของเราเกิดจากพระเป็นเจ้าทรงประทานให้ และผู้รับจะต้องดูแลบำรุงเลี้ยงให้เจริญเติบโตเข้มแข็งขึ้น ด้วยความร่วมมือกับพระเป็นเจ้า ด้วยการแสวงหาประสบการณ์ จากพระเมตตาจากความรักของพระองค์ นั่นคือการปฏิบัติตนตามจิตตารมณ์ของพระองค์...
    ในเวลาเดียวกันถ้าหากเราไม่ระวังดีๆ ถ้าเราปล่อยตัวละเลยหน้าที่ต่างๆ ของการเป็นบุตรที่ดีของพระเป็นเจ้า และการเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันและกัน ความเชื่อของเราก็จะเจ็บป่วย หรือ อาจถึงขั้นตาย ได้เหมือนกัน ดังนั้นความเชื่อ จึงเป็น “ชีวิต” ที่เราจะต้องดูแลอย่างดี
    สิ่งที่ต้องเชื่อ ต่อไปนี้เราจะหันมาพิจารณาถึง “เรื่องที่ต้องเชื่อ” หรือมีอะไรบ้างที่เราต้องเชื่อ ในฐานะที่เราเป็นคริสตชนคาทอลิก...ซึ่งพี่น้องก็พอจะทราบกันแล้วว่า “บทข้าพเจ้าเชื่อ” เป็นการสรุปข้อความเชื่อของเรา ณ ที่นี้จึงขอนำบทภาวนานี้มาให้พี่น้องเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งหนึ่ง โดยแยกเป็นข้อๆ ดังนี้
    1. ข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้า
    2. พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ ทรงเนรมิตฟ้าดิน
    3. ข้าพเจ้าเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรหนึ่งเดียวของพระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลาย
    4. ทรงปฏิสนธิเดชะพระจิตเจ้าทรงบังเกิดจากพระนางมารีย์พรหมจารี
    5. ทรงรับทรมานสมัยปอนทิอัสปิลาต ทรงถูกตรึงกางเขน สิ้นพระชนม์และถูกฝังไว้
    6. เสด็จสู่แดนมรณะ วันที่สามทรงกลับคืนพระชนม์ชีพจากบรรดาผู้ตาย
    7. เสด็จขึ้นสวรรค์ประทับเบื้องขวาพระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ
    8. แล้วจะเสด็จมาพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย
    9. ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้า
    10. พระศาสนจักร ศักดิ์สิทธิ์ สากล
    11. ความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์
    12. การอภัยบาป
    13. การกลับคืนชีพของร่างกาย และชีวิตนิรันดร