foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Catechetical Center of Bangkok

Kamson on Live

YouTube CCBKK Channel

youtube ccbkk

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
6079
9764
61267
31506
330048
18265748
Your IP: 18.232.186.117
2020-07-04 16:11

สถานะการเยี่ยมชม

มี 97 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

สายประคำ
    ปี ค.ศ. 1214 พระแม่มารีย์ได้มอบสายประคำให้แก่นักบุญดอมินิก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับพวกต่อต้านพระศาสนจักร เพื่อทำให้พวกเขากลับใจ
    นอกจากนั้น สายประคำยังหมายถึง “มงกุฎกุหลาบ” (Rosary) ทุกครั้งที่สวดสายประคำอย่างสง่า (สวดครบ 3 สาย) คือ การถวายดอกกุหลายสีขาว 153 ดอก และสีแดง 16 ดอก แด่พระเยซูและพระแม่มารีย์
    กุหลาบสีแดง กุหลาบสีขาว มีที่มาดังนี้ คือ บทข้าแต่พระบิดาหมายถึงกุหลาบสีแดง ส่วนบทวันทามารีย์ คือกุหลาบสีขาวนั่นเอง
    การสวดสายประคำตามข้อรำพึงต่างๆ นั้น จะเห็นว่าเป็นการรำพึงถึงพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้า นับแต่ประสูติ การเทศนาสั่งสอน การรับทรมาน และการกลับคืนพระชนม์ชีพ    ผ่านทางบทภาวนาของพระนางมารีย์    หากเราได้ปฏิบัติกิจศรัทธานี้อย่างดี เราก็จะสามารถมีชีวิตที่ใกล้ชิดสนิทกับพระผู้เป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น

สายประคำ1 สาย ประกอบด้วย
1.    บทพระสิริรุ่งโรจน์ 6 ครั้ง
2.    บทข้าแต่พระบิดา 6 ครั้ง
3.    บทวันทามารีย์ 53 ครั้ง
แบ่งออกเป็น 5 ข้อ แต่ละข้อสวดบทพระสิริรุ่งโรจน์ 1 ครั้ง และข้าแต่พระบิดา 1 ครั้ง    แต่ละข้อระลึกถึงรหัสธรรมข้อความเชื่อเกี่ยวกับพระชนม์ชีพพระเยซูเจ้า รวม 20 เหตุการณ์ด้วยกัน โดยแบ่งเป็น 4 ภาคดังนี้
ก.    พระธรรมล้ำลึกแห่งความปิติยินดี    ข้อรำพึงเกี่ยวกบการบังเกิดของพระเยซูเจ้า (วันจันทร์และวันเสาร์)
1.    ทูตสวรรค์แจ้งข่าวแก่พระนางมารีย์    ท่านจะตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ท่านจะตั้งชื่อเขาว่า “เยซู” เขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และ พระเจ้าผู้สูงสุดจะทรงเรียกเขาเป้นบุตรของพระองค์ (ลก 1 : 31-32)
2.    พระนางมารีย์เสด็จเยี่ยมนางเอลีซาเบธ    เธอมีบุญยิ่งกว่าหญิงใดๆ และบุตรชายของเธอก็มีบุญด้วย เธอเป็นสุขที่เช่อว่าพระวาจาที่พระเจ้าได้ตรัสแก่เธอไว้จะสำเร็จไป (ลก 1 : 42, 45)
3.    พระเยซูเจ้าประสูติ ณ เมืองเบธเลเฮม    พระนางมารีย์ได้คลอดบุตรชายคนแรก ณ เมืองเบธเลเฮม เอาผ้าพันกายกุมารนั้น แล้ววางไว้ในรางหญ้า เนื่องจากไม่มีที่ในห้องพักแรมเลย (ลก 2 : 7)
4.    พระนางมารีย์ถวายพระกุมารในพระวิหาร    เมื่อครบกำหนดเวลาที่มารดาและบุตรจะต้องทำพิธีชำระล้างตามบทบัญญัติของโมเสส โยเซฟและพระนางมารีย์ได้นำพระกุมารไปที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อถวายแด่พระเจ้า (ลก 2 : 22)
5.    พระนางมารีย์พบพระเยซูเจ้าในพระวิหาร    ในวันที่สามท่านทั้งสองจึงพบพระองค์ในพระวิหารกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางบรรดาอาจารย์ ทรงฟังและไต่ถามพวกเขา ทุกคนที่ได้ฟังพระองค์ต่างประหลาดใจในสติปัญญาและคำตอบของพระองค์ (ลก 2 : 46-47)

ข.    พระธรรมล้ำลึกแห่งการทรมาน    ข้อรำพึงเกี่ยวกับความทุกข์ของพระเยซูเจ้า (วันอังคารและวันศุกร์)
1.    พระเยซูเจ้าทรงเข้าตรีทูตในสวนเกทเสมนี    ทรงซบพระพักตร์ลงกับพื้นดิน อธิษฐานภาวนาว่า “พระบิดาเจ้าข้า ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ถ้วยนี้พ้นข้าพเจ้าไปเถิด ถ้าเป็นไปไม่ได้ ก็ขออย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า แต่ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์เถิด” (มธ 26 : 39)
2.    พระเยซูเจ้าทรงถูกเฆี่ยน    ประชาชนทุกคนตอบว่า ขอให้เลือดของเขาตกเหนือเรา และเหนือลูกหลานของเราเถิด แล้วปิลาตได้สั่งให้ปล่อยบารับบัส สั่งให้โบยตีพระเยซูเจ้า แล้วส่งพระองค์ให้เขานำไปตรึงบนไม้กางเขน (มธ 27 : 25-26)
3.    พระเยซูเจ้าทรงถูกสวมมงกุฎหนาม    เขาเปลื้องผ้าฉลองพระองค์ออก นำเสื้อคลุมสีม่วงแดงมาคลุมให้ นำหนามมาสานเป็นมงกุฎสวมพระเศียร ให้พระองค์ถือไม้อ้อในพระหัตถ์ขวาแล้วคุกเข้าเฉพาะพระพักตร์ เยาะเย้ยพระองค์ (มธ 27 : 28-29)
4.    พระเยซูเจ้าทรงแบกไม้กางเขน    พระองค์ทรงแบกไม้กางเขนเสด็จออกไปยังสถานที่ที่เรียกว่า เนินหัวกะโหลก ภาษาฮีบรูว่า กลโกธา เขาได้ตรึงพระองค์บนไม้กางเขนที่นั่น (ยน 19 : 17-18)
5.    พระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนพระเยซูเจ้าทรงร้องเสียงดังว่า “พระบิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้ามอบจิตของข้าพเจ้าไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” เมื่อตรัสดังนี้แล้ว ก็สิ้นพระชนม์ (ลก 23 : 46)

ค.    พระธรรมล้ำลึกแห่งพระสิริมงคล ข้อรำพึงเกี่ยวกับการเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้า (วันพุธและวันอาทิตย์)
1.    พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ    ทูตสวรรค์กล่าวแก่สตรีทั้งสองคนว่า “อย่ากลัวเลย ข้าพเจ้าทราบว่าท่านกำลังแสวงหาพระเยซูผู้ถูกตรึงบนไม้กางเขน พระองคืไม่อยู่ที่นี่เพราะกลับคืนพระชนม์ชีพแล้วตามที่ตรัสไว้” (มธ 28 : 5-6)
2.    พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์    พระองค์ได้ทรงนำบรรดาศิษย์ออกไปใกล้หมู่บ้านเบธานี ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นอวยพระพรและขณะที่ทรงอวยพระพรอยู่นั้น พระองค์ได้ทรงแยกไปจากเขาและทรงถูกนำขึ้นสวรรค์ (ลก 24 : 50-51)
3.    พระจิตเจ้าเสด็จมา    เมื่อวันเปนเตกอสเตมาถึง บรรดาศิษย์ทุกคนได้มาชุมนุมในสถานที่เดียวกัน เขาได้เห็นเปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้นแยกไปอยู่เหนือศีรษะของเขาแต่ละคน ทุกคนได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม (กจ 2 : 1, 3-4)
4.    พระนางมารีย์ได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์    ธิดาเอ๋ย ในบรรดาสตรีทั้งหลายในโลก เธอได้รับพระพรพิเศษจากพระเจ้าสูงสุด และขอให้พระเจ้าพระผู้สร้างฟ้าและแผ่นดินจงได้รับการสดุดี (ยดธ 13 : 18)
5.    พระนางมารีย์ได้รับมงกุฎในสวรรค์    เครื่องหมายยิ่งใหญ่ปรากฏในสวรรค์ คือ สตรีผู้หนึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ มีดวงจันทร์อยู่ใต้เท้า มีมงกุฎดาวสิบสองดวงประดับศีรษะ (วว 12 : 1)

ง. พระธรรมล้ำลึกแห่งความสว่าง    ข้อรำพึงเกี่ยวกับพระชนม์ชีพเปิดเผย และพระภารกิจของพระเยซูเจ้า (วันพฤหัสบดี)
1. พระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง ณ แม่น้ำจอร์แดน ขณะที่พระคริสต์เจ้าเสด็จลงไปในน้ำ พระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์ แต่มารับสภาพบาปเพราะเห็นแก่เรา (เทียบ 2 คร 5 : 21) ท้องฟ้าเปิดออก แล้วมีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เป็นที่โปรดปรานของเรา” (มธ 3 : 16-17) พระจิตเจ้าเสด็จลงมาเหนือพระองค์ เพื่อส่งพระองค์ไปปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบ
2. พระเยซูเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์เองในงานมงคลสมรส ณ หมู่บ้านคานา    เมื่อพระคริสตเจ้าทรงเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่น พระองค์ทรงกระทำอัศจรรย์นี้เป็นเครื่องหมายแรกที่หมู่บ้านคานา แคว้นกาลิลี    พระองค์ทรงสำแดงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์และบรรดาศิษย์เชื่อในพระองค์ (ยน 2 : 11) ให้เราขอบพระคุณพระนางมรีย์ ผู้เป็นศิษย์กลุ่มแรกได้มีส่วนริเริ่มในเหตุการณ์นี้
3. พระเยซูเจ้าทรงประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้า และทรงเรียกผู้คนให้กลับใจ “เวลาที่กำหนดมาถึงแล้ว พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว จงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด” (มก 1 : 15) ทรงอภัยบาปของทุกคนที่เข้ามาหาด้วยความไว้วางใจ และสุภาพ (มก 2 : 3-152 ลก 7 : 47-48) พระองค์ทรงริเริ่มพระเมตตาและยังปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาศัยศีลอภัยบาปซึ่งมีอยู่ในพระศาสนจักร (ยน 20 : 22-23)
4. พระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระกายอย่างรุ่งโรจน์ ณ ภูเขาทาบอร์    พระพักตร์ของพระองค์ฉายพระสิริรุ่งโรจน์ พระบิดาตรัสกับอัครสาวกว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรของเรา ผู้ที่เราได้เลือกสรร จงฟังท่านเถิด” (ลก 9 : 35) และได้เตรียมพวกเขาให้มีประสบการณ์มหาทรมานเพื่อให้เขาได้รับความยินดีในการกลับคืนพระชนม์ชีพ และดำเนินชีวิตอาศัยพระจิตเจ้า
5. พระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท เพื่อเป็นเครื่องหมายของธรรมล้ำลึกปัสกา    พระเยซูเจ้าทรงทราบว่า ถึงเวลาแล้วที่จะทรงจากโลกนี้ไปเฝ้าพระบิดา พระองค์ทรงรักผู้ที่เป็นของพระองค์ซึ่งอยู่ในโลกนี้ พระองค์ทรงรักเขาจนถึงที่สุด (ยน 13 : 1)     พระคริสตเจ้าถวายพระองค์ในศีลมหาสนิท ภายใต้รูปปรากฏของแผ่นปังและเหล้าองุ่น แสดงถึงความรักต่อมนุษยชาติ

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk