^Back To Top

  • 1 1
    .
  • 2 2
    .
  • 3 3
    .
  • 4 4
    .
  • 5 5
    .

kamsonbkk.com

แก่นคำสอนของศาสนาคริสต์

แก่นคำสอนของศาสนาคริสต์
การเชื้อเชิญสู่ความเชื่อ “ประตูแห่งความเชื่อ เปิดอยู่เสมอสำหรับเรา” (กจ 14:27)

คำถามที่ยากต่อการค้นหาคำตอบของมนุษย์
    หลายคนพบว่า เป็นการยากที่จะเชื่อในพระเจ้าองค์แห่งความรัก นั่นเพราะพวกเขายังคงมีความสงสัยในหลายๆอย่างอยู่ เช่นว่า การมีอยู่จริงของพระเจ้า หรือประสบการณ์ความทุกข์และโศกนาฏกรรมของมนุษย์ที่ทำให้พวกเขาสงสัยในความรักของพระองค์. นักวิทยาศาสตร์พยายามแก้ปริศนาอันยิ่งใหญ่ของจักรวาลนี้ ขณะที่นักจิตวิทยาเองก็กำลังค้นหาสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจของมนุษย์

   อย่างไรก็ตามบางปัญหาก็ไม่สามารถที่จะหาคำอธิบายได้
•    สิ่งใดเป็นสาเหตุให้จักรวาลทั้งหมดมีอยู่ในตอนแรก
•    ทำไมโลกจึงเต็มไปด้วยปัญหาต่างๆนานา
•    มนุษย์มีชีวิตอยู่บนโลกนี้เพื่ออะไร
•    อะไรคือจุดมุ่งหมายสูงสุดของแต่ละชีวิต
•    ชีวิตหลังความตายมีจริงหรือไม่
    สารพันคำถามเหล่านี้ คุณเชื่อหรือว่าจะมีผู้ที่สามารถไขปริศนาโลกแตกเหล่านี้ได้อย่างกระจ่างแจ้ง แต่ทว่า ทุกสิ่งล้วนมีขีดจำกัด โดยปกติแล้วเราสามารถหาคำตอบในความสงสัยต่างๆของเราด้วยตัวเราเองได้ แต่ในทางกลับกัน ปัญหาบางอย่างก็อยู่เหนือความสามารถที่มนุษย์จะพยายามทำความเข้าใจได้
 พระเจ้าไม่ทรงทอดทิ้งเราไว้ตามลำพัง
    อย่างไรก็ตาม แก่นศาสนาคริสต์เชื่อว่า พระเจ้าได้ตรัสกับเราในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ โดยทรงส่งพระบุตรของพระองค์มายังเรา พระองค์ไม่ทรงทอดทิ้งเราไว้ตามลำพัง พระองค์ทรงเผยแสดงพระองค์เองแก่เรา เราไม่ต้องพยายามแก้ปัญหาเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาด้วยตัวเราเอง เพราะพระเจ้าทรงช่วยเรา
    คริสตชนบางกลุ่มถือตนว่าเป็นผู้ที่รู้จักพระเจ้า พวกเขาจึงทำตนหยิ่ง หรือมองคนอื่นด้อยกว่า  หรือไม่ก็กลายเป็นพวกคลั่งศาสนา แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่มีใจอ่อนน้อมถ่อมตนคือใจความสำคัญของผู้ที่ศรัทธาในพระเยซูเจ้า ใช่ว่าผู้ที่เชื่อในพระเจ้าแล้วจะกลายเป็นบุคคลพิเศษที่สุดสำหรับพระองค์ เพราะความจริง บุคคลเหล่านั่นยังคงห่างไกลจากพระเจ้านัก แต่เป็นเพราะพวกเขาได้รับของขวัญที่พิเศษสุดต่างหาก นั่นคือการได้รู้จักกับพระคริสตเจ้าและอยากที่จะแบ่งปันของขวัญชิ้นเดียวกันนี้ให้กับเพื่อนมนุษย์ ดั่งเช่นที่พระเยซูเจ้าทรงสอนว่า พระองค์ทรงเป็นหนทางไปถึงพระเจ้า ทรงเป็นความจริงและทรงเป็นชีวิต

สารจากพระคริสตเจ้า
    สารจากพระคริสตเจ้า คือ “พระเจ้านั้นคือองค์ความรัก” ความรักของพระองค์สร้างและค้ำจุนจักรวาลทั้งหมด ความรักของพระองค์สถิตอยู่ในชีวิตมนุษย์แต่ละคน ซึ่งหมายถึงการดำเนินชีวิตในสันติสุขกับพระเจ้า  แต่ทว่า ความเกลียดชังและความบาปทำลายสันติสุขที่พระองค์ทรงมอบให้
     เมื่อถึงเวลาที่พระเจ้าทรงเห็นสมควร พระองค์ได้ทรงส่งพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งทรงเป็นพระเอกบุตรของพระองค์ เพื่อเป็นพระผู้ไถ่ของเรา. พระองค์เสด็จเข้ามาสู่โลกเพื่อเผยแสดงความรักและพระเมตตาของพระเจ้า และเพื่อนำเรากลับไปสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าโดยอาศัยพระองค์ เราทุกคนสามารถพบสันติสุขกับพระเจ้าได้ การสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระองค์นำมาซึ่งการให้อภัยแก่เรา การกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ในวันที่สาม และการเสด็จสู่สวรรค์เป็นดั่งความหวังแห่งชีวิตใหม่ที่น่าอัศจรรย์แด่เรา และอาศัยพระอานุภาพของพระจิตเจ้าบันดาลให้เราได้มีส่วนกับชีวิตอัศจรรย์บนโลกใบนี้โดยอาศัยความเชื่อและการเป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักร
    คงไม่แปลกหากคุณจะสงสัยในความคิดข้างต้น แต่อย่างน้อยที่สุด คุณสามารถเข้าใจได้ว่า แก่นของศาสนาคริสต์ไม่ใช่ทฤษฎีหรือระบบกระบวนการอะไรแบบนั่น แต่เกิดจากคนๆหนึ่ง นั่นคือพระเยซูคริสตเจ้า บุคคลที่เราสามารถรู้จักได้และยิ่งกว่านั้นพระองค์เป็นผู้นำเราไปสู่ความเชื่อ

การเชื้อเชิญสู่ความเชื่อ
    ความเชื่อเป็นเสมือนของขวัญ หากเพียงพระจิตเจ้าทรงดลใจเรา เราก็จะสามารถเชื่อในพระเยซูเจ้าได้ ซึ่งความเชื่อนั้นขึ้นอยู่กับตัวเรา แต่โดยปกติแล้วเมื่อถึงจุดที่มนุษย์มีความเชื่อ ก็จะเกิดสัมพันธภาพตามมาด้วย ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจในความเชื่อของแต่ละคน แม้ว่าเราอาจจะยังไม่พร้อมก็ตาม เช่นเดียวกับเรื่องพระเจ้า พระองค์ตรัสเรียกเรามาเพื่อมอบดวงใจและเข้าถึงพระองค์
    ความเชื่อเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง  ความเชื่อสามารถเปลี่ยนชีวิตของเรา ความสัมพันธ์ ความหวังและ ความรักของเรา
    อย่ากลัวที่จะก้าวต่อไปในความเชื่อของคุณ มีหลายวิธีที่คุณสามารถทำได้เช่น คุณอาจพูดคุยกับเพื่อนคริสตชนเกี่ยวกับความเชื่อของพวกเขา และร่วมกันค้นหารหัสธรรมที่ซ่อนอยู่ในนั้น พระคัมภีร์หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องพระเจ้าก็อาจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยคุณได้ คุณอาจไปเยี่ยมชมโบสถ์คาทอลิกและชื่นชมกับความงดงามและความสงบร่มเย็นของวิหารพระเจ้า คุณอาจจะพูดคุย หรือสอบถามปัญหากับพระสงฆ์ หรือเข้าร่วมกลุ่มองค์กรต่าง ๆ และมีส่วนร่วมกับพวกเขา

การสวดภาวนา
    วิธีการที่สำคัญและง่ายที่สุดในการเติบโตในความเชื่อคือการสวดภาวนา จงอย่ากลัวที่จะเปิดใจต่อพระเจ้าในการภาวนา ไม่ว่าคุณรู้สึกประหม่ากลัวหรือคลางแคลงใจ พระองค์จะทรงตรัสตอบคุณไม่ช่วงเวลาใดก็เวลาหนึ่ง ซึ่งการตอบของพระองค์อาจอยู่เหนือการคาดคิด ในการสวดภาวนากับพระเจ้า คุณอาจใช้วิธีออกเสียงด้วยถ้อยคำเรียบง่ายนี้ ซึ่งอาจช่วยคุณได้ “พระเจ้าข้า โปรดเมตตาลูกด้วย” “ข้าแต่พระเยซูเจ้า ลูกเชื่อในพระองค์” หรือสวดภาวนาง่ายๆว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า  ลูกปรารถนาที่จะเชื่อ โปรดช่วยลูกที่ขาดความเชื่อด้วยเทอญ” หรือคุณอาจเริ่มด้วยสวดภาวนา บทข้าแต่พระบิดา ซึ่งพระเยซูเจ้าประทานแก่เรา หรือหากคิดว่าทั้งหมดนี้ดูมากเกินไป คุณก็เพียงแต่นั่งเงียบๆ ด้วยความจั้งใจและขอให้พระเจ้าจะทรงนำทางคุณและจะทรงประทับอยู่กับคุณ
    การภาวนาด้วยวิธีการเหล่านี้ เหมือนกับการเปิดประตู ปล่อยให้พระจิตเจ้าทรงทำงานในชีวิตของคุณ และทรงเผยแสดงพระองค์เองมากขึ้นเรื่อยๆ ความเชื่อไม่ใช่การก้าวกระโดดเข้าไปในความมืดอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นการตอบสนองต่อความรักของพระเจ้า และเป็นความหวังที่จะให้ความเชื่อนั้น อยู่ในส่วนลึกของดวงใจคุณ พระองค์ทรงกำลังเรียกคุณ แม้ว่าคุณไม่มั่นใจในวิธีการที่จะเข้าใจความหมายของการเรียกนั้นก็ตาม  ไม่ว่าจะยังไงจงอย่าละความพยายามที่จะตอบสนองพระประสงค์ของพระเจ้า พระเยซูเจ้าทรงตรัสไว้ว่า “จงขอเถิด แล้วท่านจะได้รับ จงแสวงหาเถิด แล้วท่านจะพบ จงเคาะประตูเถิด แล้วเขาจะเปิดประตูรับท่าน” (มธ 7:7)

พระศาสนจักร
    วันใดวันหนึ่ง หากคุณได้สนิทกับพระคริสตเจ้าในความเชื่อมากขึ้น ความเชื่อนี้เองจะนำคุณเข้าสู่พระศาสนจักรของพระองค์ พระศาสนจักรคือประชาคมของผู้มีความเชื่อที่พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ที่ตั้งขึ้น เพื่อว่าบรรดาศิษย์ของพระองค์จะมีบ้านฝ่ายจิตวิญญาณอยู่อาศัย มีครอบครัวที่พวกเขาเข้าสังกัด  ปัจจุบันนี้ ประชาคมนี้ได้รับการสถาปนาอย่างเต็มที่ในพระศาสนจักรคาทอลิก
    ในพระศาสนจักร เราได้รับชีวิตของพระคริสตเจ้าในศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นั่นคือ เราได้รู้จักประองค์ผ่านทางคำเทศนาของพระองค์ที่มีบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ เราได้ยินคำสั่งสอนของพระองค์ผ่านทางพระสันตะปาปา บรรดาพระสังฆราช และผู้แพร่ธรรมทั้งหลาย ดังนั้นเราจึงแบ่งปันคำสอนนั้นในธรรมประเพณีอันยิ่งใหญ่ของความเชื่อคริสตชนจากรุ่นสู่รุ่นหลายศตวรรษ พระศาสนจักรเป็นศิลาที่พระคริสตเจ้าไม่เคยทอดทิ้ง ถึงแม้ว่าสมาชิกของพระศาสนจักรยังทำบาปและอ่อนแออยู่ก็ตาม พระศาสนจักรเป็นบ้านฝ่ายจิตวิญญาณ ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยมั่นคง เป็นสถานที่ที่เราสามารถชื่นชมในพระคุณของพระจิตผ่านทางความเป็นหนึ่งเดียวของพี่น้องคริสตชน

ความรักของพระเจ้า
    ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับคุณค่าในความเป็นตัวคุณ ซึ่งจริงๆแล้วความสงสัยดังกล่าวไม่มีความจำเป็นสักนิด เพราะชีวิตของคุณ พระเจ้าได้ทรงสร้างคุณอย่างมีจุดหมายอยู่แล้ว พระองค์ทรงรักคุณและเอาใจใส่คุณเสมอ และพระองค์ทรงประทับอยู่ใกล้คุณมากกว่าที่คุณคาดหมายไว้ซะอีก คุณไม่อาจพบสันติสุขที่แท้จริงและความสุขที่ยั่งยืนได้ถ้าปราศจากพระองค์  ดังที่นักบุญเอากุสตินเขียนไว้ว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงสร้างเรามาเพื่อพระองค์เอง และดวงใจของเราไม่ได้ผ่อนพักจนกว่าดวงใจเหล่านั้นจะได้พักผ่อนในพระองค์”
    ไม่ว่าคุณจะมีปัญหา หรือข้อสงสัยใดๆ  จงอย่ากลัวที่จะแสวงหาพระองค์ให้มากขึ้น และเปิดดวงใจของคุณต่อความรักของพระองค์

ค้นหา

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
2648
10009
2648
413608
423502
17896873
Your IP: 34.231.21.83
2020-05-31 04:33

สถานะการเยี่ยมชม

มี 391 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk