foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2019

IMG resize 2019

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

  • bkk

  • haab

  • becthailand

  • santikham

  • pope report-francis

  • bannerpope

  • cc_link2011

  • 0002

  • thaicatholicbible

  • mass

  • bnbec

  • facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
6875
12818
31200
203444
436281
14514233
Your IP: 35.172.150.239
2019-11-12 14:45

สถานะการเยี่ยมชม

มี 310 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

jesus-resurrection-1เหตุการณ์อันน่าทึ่งและพิเศษสุดในชีวิตของพระคริสตเจ้า คือ การกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์  อัศจรรย์อันยิ่งใหญ่สุดที่พระองค์ทรงกระทำคือเรื่องนี้ สาระหลักพื้นฐานของคริสต์ศาสนาที่มอบให้แก่สังคมโลก คือ พระคริสตเจ้าผู้ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขนทรงกลับเป็นขึ้นมาจากความตาย ดังนั้น จึงควรฟังว่า “ถ้าพระคริสตเจ้ามิได้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ การเทศน์สอนของเราก็ไร้ประโยชน์ และความเชื่อของท่านก็ไร้ประโยชน์เช่นเดียวกัน” (1คร 15:14)

แต่ยุคการใช้เหตุผลและวัตถุนิยมอย่างเช่นสมัยของเรานี้เป็นการยากที่จะยอมรับ มิใช่แค่เรื่องการกลับคืนพระชนมชีพเท่านั้น แต่ยังมีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของพระคริสตเจ้าขณะที่มีบางคนปฏิเสธเรื่องเหนือธรรมชาติโดยสิ้นเชิง เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ยังมีคนอื่นๆ ที่พยายามไม่เพียงแต่เห็นเป็นตำนานเช่นเดียวกับบูลท์มัน แต่ยังเห็นว่าเรื่องของพระคริสตเจ้ามิใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ บางคนถึงกับเสนอทฤษฎีที่ว่า พระคริสตเจ้ามิได้สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนจริงๆ เพียงแต่สลบไปเท่านั้น หรือว่าเรื่องการกลับคืนพระชนมชีพเป็นแค่ภาพลวงตาที่บรรดาศิษย์ได้เห็น

เราจะหาข้อมูลที่ยอมรับเรื่องพระคริสตเจ้าได้อย่างไร เรารู้จักเหตุการณ์ในอดีตได้จากประวัติศาสตร์ เรามีข้อมูลที่เชื่อถือได้ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชีวิตของพระเยชูเจ้าหรือเปล่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์

เราหาข้อมูลเกี่ยวกับพระคริสตเจ้าได้ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนังสือพระวรสาร อาจมีการอ้างว่าพระวรสารนั้นมิได้เป็นบันทึกจริงทางประวัติศาสตร์     จริงอยู่ที่พระวรสารมิได้เป็นวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์ เหมือนอย่างบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ แต่ในอีกแง่หนึ่ง ก็ไม่ใช่ผลผลิตของสิ่งที่มิได้เกิดขึ้นจริง

บรรดาผู้นิพนธ์พระวรสารมิได้มีจุดประสงค์ที่จะเขียนประวัติศาสตร์ สิ่งที่พวกเขาต้องการนำเสนอให้กับผู้อ่านทั้งหลายคือ การตีความเหตุการณ์ที่พวกเขาพบเห็นมา เพื่อมุ่งใช้สอนคำสอน พระวรสารบันทึกเรื่องธรรมประเพณีของความเชื่อในองค์พระเยซูเจ้า แต่ธรรมประเพณีดังกล่าวนี้มีฐานของความเป็นจริงที่ผู้นิพนธ์พระวรสารและผู้ติดตามองค์พระเยชูเจ้ายุคปัจจุบันที่แน่ใจว่าเป็นจริงครบถ้วน บางคนรู้เป็นการส่วนตัว เรื่องเล่าในพระวรสารมิอาจถูกปฏิเสธได้จากพื้นฐานที่ว่าเป็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในการศึกษาประวัติศาสตร์โลกนั้น มีเรื่องหลายเรื่องที่ยอมรับว่าเป็นประวัติศาสตร์ โดยไม่มีข้อมูลสนับสนุนเท่าใดนัก  แต่เรื่องเกี่ยวกับพระเยชูเจ้ากับพันธกิจของพระองค์นั้น เรามีข้อมูลหลักฐาน

photo2ไม่มีใครเห็นการกลับคืนพระชนมชีพในขณะนั้น แต่มีผู้ที่เห็นพระองค์สิ้นพระชนม์และถูกฝังไว้ในคูหา แล้วก็เห็นคูหาว่างเปล่า มีหลายคนได้เห็นพระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ และได้สนทนากับพระองค์เป็นรายบุคคลบ้าง เป็นกลุ่มบ้าง พวกเขาได้เห็นพระองค์ในหลายโอกาสและหลากหลายสถานที่ อย่างที่นักบุญเปาโลได้บันทึกถึงการปรากฏมาของพระเยชูเจ้าครั้งสำคัญๆ เมื่อท่านกล่าวว่า “ข้าพเจ้ามอบธรรมประเพณีสำคัญที่สุดให้กับท่าน เป็นธรรมเพณีที่ข้าพเจ้าได้รับมาอีกทอดหนึ่ง คือ พระคริสตเจ้าได้สิ้นพระชนมเพราะบาปของเรา ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ และทรงถูกฝังไว้ พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพในวันที่สามตามความในพระคัมภีร์ และทรงแสดงพระองค์แก่เคฟาส      แล้วจึงทรงแสดงพระองค์แก่อัครสาวกสิบสองคน หลังจากนั้นทรงแสดงองค์แก่พี่น้องมากกว่าห้าร้อยคนในคราวเดียว คนส่วนมากในจำนวนนี้ยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าบางคนล่วงหลับไปแล้ว ต่อมาพระองค์ทรงแสดงองค์แก่ยากอบ แล้วจึงทรงแสดงองค์แก่อัครสาวกทุกคน” (1คร 15:3-7)    บางคนไม่ยอมรับลักษณะเหนือธรรมชาติของการกลับคืนพระชนมชีพ ก็เสนอว่า ไม่มีการกลับคืนพระชนมชีพจริง มีแต่บรรดาผู้ติดตามพระเยชูเจ้าได้จินตนาการเห็นภาพมนุษย์ที่คล้ายพระอาจารย์ โดยคิดย้อนหลัง และสร้างภาพลักษณ์ให้สอดคล้องกับภาพที่จินตนาการขึ้นมา เรื่องนี้หมายความว่าลักษณะเหนือธรรมชาติของเรื่องเล่าในพันธสัญญาใหม่เป็นแค่การสร้างภาพจินตนาการเท่านั้น

นอกจากเรื่องเล่าในพันธสัญญาใหม่แล้ว ประวัติศาสตร์ยุคแรกเริ่มคริสต์ศาสนาก็ยังมีข้อพิสูจน์มากมายเกี่ยวกับเรื่องการกลับคืนพระชนมชีพ การกลับคืนพระชนมชีพเป็นเหตุการณ์หลักสำคัญในชีวิตของพระคริสตเจ้าที่ได้รับการนำกลับคืนมาใหม่ การยืนยันรับรองจากบรรดาสานุศิษย์ที่เชื่อในพระองค์ คงจะต้องค่อยๆ พิจารณาถึงเรื่องประจักษ์พยานและบรรดาที่กลายเป็นผู้สื่อสารในการสอนของพระองค์ แม้ต้องเสี่ยงชีวิตของตน พวกเขาก็ได้จบชีวิตลงหลุมไปแล้วเหมือนกับคนอื่นๆ ที่ตายไปแล้ว

ในยุคแรกเริ่มคริสต์ศาสนานั้น มีการเบียดเบียนศาสนาอย่างรุนแรงเป็นเวลา 2 ศตวรรษ เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นมิอาจเข้าใจได้และมิอาจอธิบายได้นอกจากบอกว่าเป็นการกลับคืนพระชนมชีพ อย่างที่นักบุญเปาโลบอกไว้ในจดหมายถึงชาวโครินธ์ อันเป็นคำสอนหลักสำคัญของคริสตศาสนา ถ้ามิใช่เช่นนั้น ถ้าบรรดาผู้ติดตามองค์พระเยชูเจ้ามิได้ยืนยันถึงการกลับคืนพระชนมชีพ และถ้าไม่มีบางคนได้เป็นประจักษ์พยานยืนยันถึงการสิ้นพระชนม์ของพระคริสตเจ้า และได้เห็นพระองค์หลังจากที่ทรงกลับคืนพระชนมชีพ ธรรมประเพณีคริสตังยุคแรกยืนยันรับรองเรื่องเล่าในพันธสัญญาใหม่เกี่ยวกับการกลับคืนพระชนมชีพ สิ่งที่เกิดขึ้นในพระศาสนจักรยุคแรกเริ่มนั้นคงมิใช่เรื่องภาพลวงตา

  • ดังนั้น เราจึงเชื่อในการกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้า เพราะมีข้อพิสูจน์ทางประวัติศาสตร์ที่เด่นชัด