^Back To Top

  • 1 1
    แนวทางปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

คืนแห่งการตื่นเฝ้า (Easter Vigil)

คริสตชนกับการฉลองปัสกา
คืนแห่งการตื่นเฝ้า (Easter Vigil)


    การฉลองของชาวคาทอลิกมักเน้นการเตรียมตัวด้านจิตใจ จึงมี “ตรีวาร” เช่น การฉลองวัด และเป็นต้น การฉลองปัสกา    ซึ่งถือว่าสำคัญและมีความหมายต่อหลักความเชื่อของชาวคริสต์มากที่สุด    และตรีวารนี้ชาวคาทอลิก เรียกว่า วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ (Holy Thursday) วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ (Good Friday) และวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ (Holy Saturday หรือ Easter Vigil) ในที่นี้จะขอกล่าวถึง คืนแห่งการตื่นเฝ้า หรือ วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ โดยสังเขป

ความหมาย
    พระศาสนจักรคาทอลิกถือว่าการฉลองปัสกาเป็นการระลึกถึงการไถ่กู้มนุษย์ทั้งครบของพระเยซูคริสต์    ซึ่งหมายถึงการรับทุกข์ทรมาน การสิ้นพระชนม์ การกลับคืนชีพ และการส่งพระจิตมาประทับกับพระศาสนจักร        คืนแห่งการตื่นเฝ้าจึงมิใช่วันสุกดิบก่อนงานฉลองตามความหมายทั่วไป ทั้งไม่ใช่เป็นการเตรียมฉลอง แต่เป็นการฉลองการกลับคืนชีพของพระเยซูคริสต์ด้วยการตื่นเฝ้า    เป็นคืนที่บรรดาสัตบุรุษปฏิบัติตามคำเตือนของพระเยซูเจ้า ให้ถือเทียนจุดอยู่ในมือเหมือนคนใช้คอยนายกลับมา เมื่อนายกลับมาจะได้พบเขาตื่นคอยอยู่ (ลก 12 : 35-38)
ทำไมต้องฉลองกลางคืน
    เหตุผลแรกเพราะการฉลองปัสกาเป็นการฉลองชัยชนะของพระเยซูคริสต์เหนือความตายนี้ เปรียบได้กับเป็นแสงสว่าง มีชัยเหนือความมืดและเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ พระองค์ทรงกลับคืนชีพ “หลังวันสับบาโต” ตรงกับคืนวันเสาร์
    การฉลองปัสกาของชาวคริสต์เป็นการทำให้การฉลองปัสกาของชาวยิวสมบูรณ์ขึ้น และการฉลองของชาวยิวก็ตกกับเวลากลางคืนวันเสาร์เช่นกันที่พระเจ้าได้ทรงนำพวกเขาให้พ้นจากการเป็นทาสของชาวอียิปต์ (อพย 12  : 29) จึงเกิดเป็นประเทศชาติ เป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์    ชาวคริสต์จึงโยงเหตุการณ์ปัสกาของชาวยิวกับการไถ่กู้มนุษย์โดยพระเยซูคริสต์นี้ และกระทำพิธีระลึกในตอนกลางคืน
พิธีต่างๆ
    พิธีในคืนวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์แสดงถึงชัยชนะของพระเยซูคริสต์เหนือบาป (ความตาย) และนำมนุษย์ให้มีชีวิตใหม่ภายใต้ความคุ้มครองของพระเจ้า พิธีกรรมมี 4 ภาค คือ
1. พิธีแสงสว่าง เสกไฟและเทียนปัสกา    พิธีนี้กระทำหน้าโบสถ์โดยดับไฟทุกดวงในโบสถ์ พระสงฆ์ผู้เป็นประธานในพิธีจะเสกไฟ เพื่อจุดเทียนปัสกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หมายถึงพระเยซูคริสต์ทรงกลับคืนชีพและแห่เข้าโบสถ์
2. วจนพิธีกรรม    สัตบุรุษจะร่วมใจฟังพระคัมภีร์เพื่อพิจารณาถึงกิจการอันน่าพิศวงที่พระเจ้าได้ทรงกระทำเพื่อช่วยประชากรของพระองค์ตั้งแต่ปฐมกาล ด้วยความเชื่อมั่นในพระวาจาและพระสัญญาของพระองค์
    สำหรับบทอ่านที่จะใช้อ่านในภาคนี้มีทั้งหมด 9 บท เจ็ดบทแรกมาจากพันธสัญญาเดิม และอีกสองบทมาจากพันธสัญญาใหม่
3. พิธีศีลล้างบาป    หลังจากภาควจนพิธีกรรม จะมีพิธีเสกน้ำล้างบาป พิธีโปรดศีลล้างบาปเป็นต้นแก่ผู้ใหญ่ พิธีรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งศีลล้างบาป และภาวนาเพื่อมวลชน
4. ภาคบูชาขอบพระคุณ        บรรดาสัตบุรุษจะรับศีลมหาสนิทซึ่งพระเยซูคริสต์ได้ทรงมอบให้ และเป็นแก่นของธรรมล้ำลึกปัสกา ที่เราไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นี้ตามที่พระองค์ทรงกำชับแก่ชาวคริสต์ทุกคน
    ข้อสังเกตหลังบทอ่านก่อนพระวรสาร นักร้องจะนำเพลง “อัลเลลูยา” สามครั้ง เป็นลักษณะพิเศษของการฉลองปัสกา เป็นคำกล่าวสรรเสริญพระเจ้าด้วยความยินดี ขอบคุณพระองค์ในกิจการพิเศษที่พระองค์ทรงไถ่กู้มนุษย์ ช่วยเราให้เป็นอิสระจากบาปและสามารถพบความสุขในชีวิตนิรันดร์พร้อมกับพระองค์ โดยอาศัยการกลับคืนพระชนม์
    พระคริสต์เจ้าทรงเป็นองค์บูชาปัสกาของชาวเราแล้ว ให้เราทำการสมโภชด้วยความยินดีกันเถิด อัลเลลูยา

 

หนังสือ ปัสกากับคริสตชน
บาทหลวง มิเกล กาไรซาบาล, SJ.

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
8765
17300
55194
386359
816522
16622726
Your IP: 3.218.67.1
2020-02-26 12:47

สถานะการเยี่ยมชม

มี 213 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk