ทำไมจึงเรียกพระสงฆ์คาทอลิกว่า "คุณพ่อ"

foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

God is Love...

Catechetical Center of Bangkok


ทำไมจึงเรียกพระสงฆ์คาทอลิกว่า “คุณพ่อ” (Father)


selection49

พระเจ้าทรงเป็นจิต ไม่มีเพศ ดังนั้น ตามความเป็นจริง พระเจ้ามิได้เป็นพ่อ มิได้เป็นแม่ แต่โดยการเปรียบเทียบ เราเรียกพระเจ้าว่า “พระบิดา” เหมือนกรณีเรื่องการเป็นมนุษย์ของเรา เราเรียกบุคคลผู้ให้กำเนิดว่า พ่อ ส่วนทางด้านจิตนั้น เราเรียกพระเจ้าว่า “พระบิดา” เนื่องจากว่าพระองค์ทรงประทานชีวิตเหนือธรรมชาติให้แก่เรามนุษย์
พระเจ้ามิเพียงแต่สร้างมนุษย์ขึ้นมาเท่านั้น พระองค์ทรงกระทำมากกว่านั้น เหมือนอย่างพ่อทางฝ่ายโลกมนุษย์เรา พระองค์ทรงทุ่มเท ให้ความรัก ความห่วงใย ความเอาใจใส่ดูแลและชี้นำทางชีวิตให้เรา ดังนั้น พระองค์จึงทรงเป็นมากกว่าพระผู้สร้างเรามา นั่นคือ พระองค์ทรงเป็นพระบิดา

พระเยซูเจ้าเองทรงบอกเราให้เรียกพระเจ้าว่า พระบิดา “เมื่อท่านทั้งหลายอธิษฐานภาวนา จงพูดว่า ข้าแต่พระบิดา พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ” (ลก 11:2) “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่านทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด” (มธ 5:48)

พระเยซูเจ้าก็มีพ่อของพระองค์เช่นกัน เหมือนอย่างเราเรียกผู้ให้กำเนิดว่า “พ่อ” และเรียกผู้ที่เกิดมาว่า “บุตร” ดังนั้น พระเยซูเจ้าทรงเรียก “พระบิดา” พระบุคคลแรกในพระตรีเอกภาพ ซึ่งกำเนิดตั้งแต่นิรันดรกาล ส่วนพระองค์นั้นเป็นพระบุคคลที่สอง คือ “พระบุตร” “ข้าแต่พระบิดาเจ้า โปรดประทานพระสิริรุ่งโรจน์แด่พระนามของพระองค์เถิด” (ยน 12:28) “ข้าแต่พระบิดา ถึงเวลาแล้ว โปรดประทานพระสิริรุ่งโรจน์กับพระบุตรของพระองค์เถิด” (ยน 17:1) “พระบิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้ามอบจิตของข้าพเจ้าไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” (ลก 23:46)
ยังเป็นหน้าที่ของพ่อในการสอนและชี้นำบุตรของตน ตามความหมายเดียวกันนี้ที่นักบุญเปาโลเรียกตัวเองว่า “พ่อ” กับคนที่กลับใจเป็นคริสตชน “แม้ว่าท่านจะมีครูพี่เลี้ยงนับหมื่นคนในพระคริสตเจ้า แต่ก็มีบิดาเพียงคนเดียว เพราะข้าพเจ้าให้กำเนิดท่านในพระคริสตเยซู โดยการประกาศข่าวดี”  (1คร  4:15)

คำว่า “ปิตาจารย์ของพระศาสนจักร” (Fathers of the Church) นั้น ตามธรรมเนียมโบราณ หมายถึง นักเทศน์ นักประพันธ์ และนักเทววิทยา ของสมัยหลังพันธสัญญาใหม่ คำสั่งสอนของพวกท่านที่ใกล้เคียงกับยุคสมัยอัครสาวกนั้นทรงคุณค่ายิ่งในพระศาสน-จักร พวกท่านได้ชื่อว่า “ปิตาจารย์” ก็เพราะความอาวุโส ดังนั้น ความอาวุโสจึงให้พวกท่านมีหน้าที่เป็นดังอาจารย์ผู้มีส่วนในสมัยหลังอัครสาวก

จากพื้นฐานดังกล่าวนี้ เราจึงเข้าใจเหตุผลที่เรียกพระสงฆ์คาทอลิกว่า “คุณพ่อ” เหมือนอย่างนักบุญเปาโลและบรรดาปิตาจารย์ของพระศาสนจักร ท่านทำการประกาศและเทศน์สอนพระวาจาของพระเจ้าเหมือนอย่างนักบุญเปาโล ท่านสามารถพูดกับสัตบุรุษที่ให้บริการว่า “เป็นข้าพเจ้าเองผู้ให้กำเนิดท่านในพระคริสตเยซูโดยการประกาศข่าวดี”

เมื่อนักบุญเปาโลพูดถึงการให้กำเนิดนั้น มีความหมายลึกซึ้งกว่าการนำความรู้เรื่องข่าวดีไปให้กับประชาชน การที่ประชาชนยอมรับข่าวดีนั้นนำพาพวกเขาไปสู่การรับศีลล้างบาป และการเป็นบุตรแบบเหนือธรรมชาติอย่างที่นักบุญเปาโลกล่าวไว้ในบทจดหมายต่างๆ ว่า “ท่านทั้งหลายได้รับจิตการเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งทำให้ท่านร้องออกมาว่า อับบา พ่อจ๋า” (รม 8:14; กท 4:6)

ดังนั้น พระสงฆ์จึงเป็นผู้แทนหรือศาสนบริกรของพระเจ้าที่ให้กำเนิดชีวิตเหนือธรรมชาติแก่สัตบุรุษ โดยการเทศน์สอนพระวาจาของพระเจ้าและโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ดังนั้น พระสงฆ์จึงเป็น “คุณพ่อ” ทางฝ่ายจิตของสัตบุรุษ เนื่องจากท่านมีส่วนร่วมในความเป็นบิดาของพระเจ้า ด้วยการให้กำเนิดชีวิตพระลงในหัวใจของสัตบุรุษ


แต่พระเยซูเจ้าตรัสไว้มิใช่หรือว่า จำต้องวิงวอนขอและไม่มีใครนอกจากพระเจ้าที่สมควรได้ชื่อว่า “พระบิดา” อย่าเรียกผู้ใดว่า “บิดา” เพราะว่าพระบิดาของท่านมีเพียงพระองค์เดียวคือพระบิดาในสวรรค์” (มธ 23:9) ณ ที่นี้ พระเยซูเจ้าตรัสถึงเกียรติ ตำแหน่งและการคารวะที่ให้แก่ฟาริสีและคัมภีราจารย์ โดยเรียกว่าอาจารย์ (รับบี) คุณพ่อ (อับบา) และครู ดังนั้น บรรดาผู้ติดตามพระองค์จึงต้องปฏิเสธยศศักดิ์ต่างๆ เหล่านี้ และดำเนินชีวิตแบบเป็นพี่น้องกัน

อย่างไรก็ตาม มีธรรมเนียมที่จะเรียกพระสงฆ์ว่า “คุณพ่อ” แต่ก็มิใช่ตำแหน่งอันทรงเกียรติเหมือนอย่าง “มองสิญอร์” คำที่เรียกนั้นมีความหมายลึกซึ้งทางด้านจิตใจอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น กระนั้นก็ดี ธรรมเนียมนั้นอาจเปลี่ยนแปลงได้