^Back To Top

  • 1 1
    แนวทางปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

เอกภาพภายในของพระคัมภีร์

เอกภาพภายในของพระคัมภีร์


39.    ในข้อความตอนที่กล่าวถึงการก้าวข้ามจากตัวอักษรไปหาจิตวิญญาณ เรายังเรียนรู้จากธรรมประเพณีของพระศาสนจักรถึงเอกภาพของพระคัมภีร์ทั้งหมดอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะพระวาจาของพระเจ้าที่ท้าทายชีวิต และเรียกเราให้กลับใจอยู่ตลอดเวลานั้นมีเพียงหนึ่งเดียว  ถ้อยคำต่อไปนี้ของฮูโกแห่งนักบุญวิกเตอร์ (Hugo a Sancto Victore) ยังคงเป็นการชี้แนะที่ชัดเจนสำหรับเราอยู่ตลอดเวลา “พระคัมภีร์ทั้งหมดเป็นหนังสือเล่มเดียว และหนังสือเล่มเดียวนี้คือพระคริสตเจ้า.....กล่าวถึงพระคริสตเจ้า.....และบรรลุความสมบูรณ์ในพระคริสตเจ้า”  ถูกแล้ว ถ้าจะมองเพียงแต่ในด้านประวัติศาสตร์หรือวรรณกรรม พระคัมภีร์ไม่ใช้หนังสือเพียงเล่มเดียว แต่เป็นการรวบรวมตัวบทวรรณกรรมที่ใช้เวลายาวนานมากกว่าหนึ่งพันปี และหนังสือแต่ละฉบับก็เข้าใจได้ไม่ง่ายนักว่ามีความเกี่ยวข้องเป็นหนึ่งเดียวกันภายใน  ตรงกันข้ามหนังสือแต่ละเล่มยังมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน เราเห็นเรื่องนี้แล้วในพระคัมภีร์ของชาวอิสราเอลที่เราคริสตชนเรียกว่าพันธสัญญาเดิม และยิ่งเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อเรานำพันธสัญญาใหม่และข้อเขียนในพันธสัญญาใหม่มาใช้กับพระคัมภีร์ของอิสราเอล ให้เป็นดังกุญแจอธิบายความหมายเป็นหนทางไปพบพระคริสตเจ้า โดยปรกติพันธสัญญาใหม่มักไม่ใช้คำว่า “ข้อเขียน (=พระคัมภีร์)” [‘Scripture’ ในรูปเอกพจน์]  (เทียบ รม 4:3; 1 ปต 2:6) แต่ใช้คำว่า “ข้อเขียน” (‘Scriptures’ ในรูปพหูพจน์ =พระคัมภีร์) (เทียบ มธ 21:43; ยน 5:39; รม 1:2; 2 ปต 3:16) ซึ่งก็มีความหมายโดยรวมถึงพระวาจาหนึ่งเดียวของพระเจ้าผู้ตรัสกับเรา  ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าพระบุคคลของพระคริสตเจ้าทำให้ “พระคัมภีร์” ทั้งหมดมีเอกภาพในฐานะที่เป็น “พระวาจา” เพียงหนึ่งเดียว โดยวีธีนี้เราจึงเข้าใจข้อความที่ปรากฏอยู่ในธรรมนูญ Dei Verbum ข้อ 12 ซึ่งกล่าวถึงเอกภาพภายในของพระคัมภีร์ทั้งหมด เป็นมาตรการสูงสุดเพื่อเข้าถึงการอธิบายความหมายของความเชื่อที่ถูกต้อง

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
7833
16498
70760
401925
816522
16638292
Your IP: 18.232.125.29
2020-02-27 20:43

สถานะการเยี่ยมชม

มี 257 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk