^Back To Top

  • 1 1
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 2 2
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 3 3
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 4 4
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 5 5
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)

www.kamsonbkk.com

พระคัมภีร์และกระแสเรียก

พระคัมภีร์และกระแสเรียก


77.    ขณะที่เน้นความสำคัญที่ความเชื่อเรียกร้องจากภายใน ให้มีความสัมพันธ์กับพระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นพระวจนาตถ์ที่ประทับอยู่กับเรานี้ สมัชชายังปรารถนาชี้ให้เห็นอีกว่าพระวจนาตถ์องค์นี้ทรงเรียกเราแต่ละคนเป็นการส่วนตัวด้วย และยังเปิดเผยอีกว่าชีวิตเองก็คือกระแสเรียกให้อยู่ในความสัมพันธ์กับพระเจ้า ซึ่งหมายความว่า ยิ่งเรามีความสัมพันธ์เป็นการส่วนตัวกับพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าลึกซึ้งมากขึ้นเท่าใด เราก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นด้วยว่าพระองค์ทรงเรียกเราให้มุ่งหาความศักดิ์สิทธิ์โดยเลือกวิถีชีวิตเจาะจงเพื่อตอบสนองความรักของพระองค์ โดยรับภาระหน้าที่และศาสนบริการเพื่อเสริมสร้างพระศาสนจักร จากมุมมองนี้เราจึงเข้าใจว่าทำไมสมัชชาจึงเรียกร้องคริสตชนทุกคนให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับพระวาจาของพระเจ้า ในฐานะที่ได้รับศีลล้างบาป และในฐานะที่ได้รับเรียกให้ดำเนินชีวิตตามสภาพชีวิตเฉพาะของตนอีกด้วย ที่นี่เราสัมผัสคำสอนสำคัญเรื่องหนึ่งของสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ที่เน้นว่าผู้มีความเชื่อแต่ละคนได้รับเรียกให้มีความศักดิ์สิทธิ์ตามสถานะชีวิตของตน  และในพระคัมภีร์เราพบว่าพระเจ้าทรงเปิดเผยกระแสเรียกของเราทุกคนให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ “ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเราเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์” (ลนต 11:44; 19:2; 20:7) นักบุญเปาโลยังให้เหตุผลทางเทววิทยาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยว่า พระบิดา “ทรงเลือกสรรเราในพระคริสตเจ้าแล้วตั้งแต่ก่อนการเนรมิตสร้างโลก เพื่อให้เราศักดิ์สิทธิ์และปราศจากมลทินเฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ด้วยความรัก” (อฟ 1:4) เราจึงอาจได้ยินคำทักทายที่ท่านกล่าวแก่พี่น้องคริสตชนชาวโรมเป็นคำทักทายกับเราแต่ละคนได้ด้วยว่า “ถึงทุกท่าน....ผู้ที่พระเจ้าทรงรัก และทรงเรียกให้เป็นประชากรศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาของเรา และจากพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา สถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” (รม 1:7)

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
6479
11887
73796
311259
816522
16547626
Your IP: 3.233.215.231
2020-02-21 10:25

สถานะการเยี่ยมชม

มี 139 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk