^Back To Top

  • 1 1
    หลักปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

พระวาจามาจากพระบิดาและมุ่งไปหาพระบิดา

พันธกิจของพระศาสนจักรคือประกาศพระวาจาของพระเจ้าให้โลกรู้

พระวาจามาจากพระบิดาและมุ่งไปหาพระบิดา


90.    นักบุญยอห์นยืนยันอย่างแข็งขันถึงข้อความที่ดูจะขัดแย้งกันเกี่ยวกับความเชื่อในพระคริสตเจ้า ท่านกล่าวว่า “ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้าเลย” (ยน 1:18; เทียบ 1 ยน 4:12) จินตนาการ ความคิด หรือคำพูดของเราไม่มีวันจะนิยาม หรือเข้าใจความเป็นจริงไร้ขอบเขตของพระผู้สูงสุดได้เลย พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่กว่าเสมอ แต่ยอห์นก็ยังบอกเราว่าพระวาจา (หรือพระวจนาตถ์) “ทรงรับธรรมชาติมนุษย์” อย่างแท้จริง (ยน 1:14) พระบุตรเพียงพระองค์เดียวผู้สถิตอยู่ในพระอุระของพระบิดานั้นทรงเปิดเผยให้เรารู้จักพระเจ้าซึ่ง “ไม่มีใครเคยเห็น” (ยน 1:18) พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาพบเรา “เปี่ยมด้วยพระหรรษทานและความจริง” (ยน 1:14) ซึ่งเป็นของประทานจากพระเจ้าให้เราผ่านทางพระองค์ (เทียบ ยน 1:17) เพราะ “จากความไพบูลย์ของพระองค์เราได้รับพระหรรษทานต่อเนื่องกัน” (ยน 1:16) เพราะเหตุนี้ในอารัมภ บทยอห์นผู้นิพนธ์พระวรสารจึงคิดคำนึงถึงพระวจนาตถ์นับตั้งแต่เมื่อประทับอยู่กับพระเจ้า ทรงรับธรรมชาติมนุษย์ และในที่สุดเสด็จกลับไปประทับอยู่ในพระอุระของพระบิดา โดยทรงนำธรรมชาติมนุษย์ของเราที่ทรงรับมาไว้กับพระองค์ตลอดไปกลับไปด้วย ในการเสด็จออกมาจากพระบิดาและกลับไปหาพระบิดา (เทียบ ยน 13:3; 16:28; 17:8,10) พระคริสตเจ้าแสดงพระองค์เป็น “ผู้เล่า” เรื่องพระเจ้าให้เรารู้ (เทียบ ยน 1:18) นักบุญอีเรเนแห่งลียงกล่าวไว้ว่าพระบุตรทรงเป็น “ผู้เปิดเผยพระบิดาให้แก่เรา”  เราอาจกล่าวได้ว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธทรงเป็นผู้ “อธิบาย” ให้เรารู้จักพระเจ้าซึ่ง “ไม่มีใครเคยเห็น”. พระองค์ “ทรงเป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น” (คส 1:15) ที่นี่คำพยากรณ์ของประกาศกอิสยาห์ถึงประสิทธิภาพของพระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงเป็นจริง “ฝนและหิมะลงมาจากท้องฟ้า” เพื่อทำให้แผ่นดินอุดม ทำให้พืชงอกขึ้นฉันใด พระวาจาของพระเจ้าก็ “จะไม่กลับมาหาเราโดยไม่เกิดผล แต่จะทำตามจุดประสงค์ที่เราส่งมาฉันนั้น” (อสย 55:10-11) พระเยซูคริสตเจ้าทรงเป็นพระวาจาที่เจาะจงและมีประสิทธิภาพนี้ ที่ออกมาจากพระบิดาและกลับไปหาพระองค์ โดยปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์อย่างสมบูรณ์

ค้นหา

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

คำสอนออนไลน์ ศีลศักดิ์สิทธิ์

7 Sacraments ๒๐๐๓๑๖ 0010 resize

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
4492
8608
24341
77761
390163
17137524
Your IP: 3.235.30.155
2020-04-07 11:53

สถานะการเยี่ยมชม

มี 281 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk